มีผลบังคับใช้แล้ว! ลูกจ้างรัฐวิสาหกิจหญิง มีสิทธิลาคลอดบุตรโดยได้รับค่าจ้างจากเดิม 90 วัน เป็น 98 วัน

106

3 พ.ค. 67 – นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2567 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ ประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ จำนวน 2 ฉบับ คือ มาตรฐานขั้นต่ำของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ (ฉบับที่ 5) และประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง หลักเกณฑ์และอัตราค่ารักษาพยาบาลกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 ซึ่งกระทรวงแรงงาน ได้ผลักดันกฎหมายทั้ง 2 ฉบับจนเป็นผลสำเร็จ โดยเป็นการปรับปรุงประกาศฯ ที่มีอยู่ในปัจจุบันให้รองรับสิทธิขั้นพื้นฐานของลูกจ้างรัฐวิสาหกิจที่ควรได้รับมากยิ่งขึ้นตามแนวโยบายของรัฐบาล และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนสอดคล้องกับหลักการสากล อันเป็นการสร้างโอกาส ความเสมอภาคและเท่าเทียมในสังคม โดยประกาศฯ มาตรฐานขั้นต่ำของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ (ฉบับที่ 5) จะมีผลใช้บังคับตั้งแต่ วันที่ 2 พฤษภาคม 2567 และประกาศฯ เรื่อง หลักเกณฑ์และอัตราค่ารักษาพยาบาลฯ ให้มีผลใช้บังคับย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2565 เป็นต้นไป

นางโสภา เกียรตินิรชา อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่าวเพิ่มเติมว่า ประกาศ ครรส. เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ำของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ (ฉบับที่ 5) ได้ปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้แก่ลูกจ้างรัฐวิสาหกิจหญิงมีสิทธิลาคลอดบุตรโดยได้รับค่าจ้างจากเดิม 90 วัน เป็น 98 วัน เพิ่มวันหยุดตามที่มีมติคณะรัฐมนตรีกำหนดให้เป็นวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษ ให้เป็นวันหยุดตามกฎหมายและหากลูกจ้างทำงานในวันหยุดดังกล่าวให้มีสิทธิได้รับค่าจ้างด้วย สำหรับประกาศฯ เรื่อง หลักเกณฑ์และอัตราค่ารักษาพยาบาลฯ เป็นการปรับปรุงการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคโควิด 19 โดยกำหนดประเภทผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต เฉพาะผู้ป่วยสีเหลือง และสีแดงที่มีสิทธิได้รับค่ารักษาตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด เพื่อรองรับให้รัฐวิสาหกิจสามารถดำเนินการจ่ายค่าใช้จ่ายจากการรักษาพยาบาลให้แก่ลูกจ้าง คู่สมรส หรือบุตรของลูกจ้างได้โดยเร็ว