คมนาคมเร่งดัน “แกร็บ” ถูกกฎหมาย คาดบังคับใช้ได้ มี.ค. 63

คมนาคมเร่งดัน “แกร็บ” ถูกกฎหมาย คาดบังคับใช้ได้ มี.ค. 63

      นายจิรุตม์ วิศาลจิตร รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการขนส่ง เป็นประธานการประชุมคณะทำงานพิจารณาแนวทางการกำหนดรถส่วนบุคคลที่ให้บริการผ่านแอพพลิเคชั่นให้เป็นรถสาธารณะที่ถูกต้องตามกฎหมาย ครั้งที่ 1/2562 โดยมี ผู้แทนจากกรมการขนส่งทางบก และผู้แทนกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมประชุม ในวันที่ 6 กันยายน 2562 ณ ห้องประชุมกระทรวงคมนาคม

     นายจิรุตม์ วิศาลจิตร กล่าวว่า ที่ประชุมได้หารือถึงแนวทางการกำหนดรถส่วนบุคคลที่ให้บริการผ่านแอพพลิเคชั่นให้เป็นรถสาธารณะที่ถูกต้องตามกฎหมาย สรุปดังนี้

1. ด้วยกระทรวงคมนาคมมีนโยบายสร้างทางเลือกใหม่ในการให้บริการรถรับจ้างสาธารณะผ่านแอพพลิเคชั่น และกำหนดมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการรถรับจ้างสาธารณะรูปแบบเดิม ดังนั้น เพื่อให้การบริการรับ – ส่งผู้โดยสารผ่านแอพพลิเคชั่นซึ่งเป็นที่แพร่หลาย เป็นไปอย่างเหมาะสมภายใต้การกำกับ ดูแล ตามกฎหมาย ไม่ส่งผลกระทบต่อระบบขนส่งสาธารณะเดิม และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนผู้ใช้บริการ จึงได้มีคำสั่งกระทรวงคมนาคมที่ 254/2562 ณ วันที่ 30 ส.ค.62 แต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาแนวทางการกำหนดรถส่วนบุคคลที่ให้บริการผ่านแอพพลิเคชั่นให้เป็นรถสาธารณะที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีรองปลัดกระทรวงคมนาคม (หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการขนส่ง) เป็นประธานคณะทำงาน รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ฝ่ายบริหาร) ผู้แทนกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากกรมการขนส่งทางบก เป็นองค์ประกอบคณะทำงาน

โดยให้คณะทำงานมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
1) พิจารณาแนวทางการกำหนดรถส่วนบุคคลที่ให้บริการผ่านแอพพลิเคชั่นให้เป็นรถสาธารณะที่ถูกต้องตามกฎหมาย
2) กำหนดขั้นตอน วิธีการ และกรอบระยะเวลาในการดำเนินการ
3) นำเสนอข้อมูล และปัญหาอุปสรรคในการดำเนินการ
4) รายงานผลการดำเนินการต่อกระทรวงคมนาคมภายในระยะเวลา 30 วัน
2. ที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางการดำเนินการ ประกอบด้วย
1) คุณสมบัติผู้ขอรับใบอนุญาต เช่น การกำหนดให้เป็นนิติบุคคลสัญชาติไทย
2) คุณสมบัติตัวรถ เช่น การกำหนดอายุการใช้งานของรถ การติดตั้งอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัย (GPS) การตรวจสภาพรถ
3) ผู้ขับรถ การกำหนดให้ผู้ขับขี่ต้องมีใบอนุญาตขับรถสาธารณะ
4) ด้านการประกอบการ อาทิ ผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่นต้องขอรับใบอนุญาตประกอบการ ต้องมีสถานที่จอดรถรับคนโดยสารโดยไม่ใช่สถานที่เดียวกับรถแท็กซี่สาธารณะ การให้บริการต้องผ่านแอพพลิเคชั่นเท่านั้น และต้องส่งวิธีคิดอัตราค่าโดยสารให้กรมการขนส่งทางบก เป็นต้น
5) มาตรการในการกำกับดูแล อาทิ บริษัทต้องมีระบบการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ขับขี่ มีระบบประเมินผู้ขับขี่ ต้องแสดงบทกำหนดโทษกรณีที่ผู้ขับขี่กระทำผิดเงื่อนไข ระบบการรับเรื่องร้องเรียนโดยมีศูนย์รับเรื่องร้องเรียนตลอด 24 ชั่วโมง มีระบบตรวจสอบยืนยันอัตลักษณ์ของผู้ขับขี่ให้ตรงตามที่แจ้งไว้ ระบบแสดงเส้นทางและราคาล่วงหน้าอย่างชัดเจน รวมถึงการคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลของผู้โดยสาร เป็นต้น

     ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสรุปแนวทาง ข้อกฎหมาย รายละเอียดต่าง ๆ อย่างชัดเจนและนำเสนอที่ในการประชุมครั้งต่อไปภายในเดือนตุลาคมนี้ และเตรียมยื่นเสนอ ครม.ภายในสิ้นปี 2562 และคาดว่าจะบังคับใช้เป็นกฎหมายได้ในเดือนมีนาคม 2563

ภาพ : Flickr – Jon Russell