ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา
“พายุระดับ 3 (โซนร้อน) “โพดุล” (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม – 1 กันยายน 2562)”
ฉบับที่ 4 ลงวันที่ 29 สิงหาคม 2562

ฉบับที่ 4 ลงวันที่ 29 สิงหาคม 2562

     เมื่อเวลา 04.00 น. วันนี้ (29 สิงหาคม 2562) พายุระดับ 3 (โซนร้อน) “โพดุล” บริเวณทะเลจีนใต้ มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 17.3 องศาเหนือ ลองจิจูด 112.3 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุกำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีแนวโน้มเคลื่อนผ่านเกาะไหหลำลงสู่อ่าวตังเกี๋ย และเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนในวันที่ 30 สิงหาคม 2562 โดยจะมีผลกระทบต่อลักษณะอากาศของประเทศไทยในช่วงวันที่ 29 สิงหาคม – 1 กันยายน 2562 ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากกับมีลมแรงบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ เริ่มมีผลกระทบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ในวันที่ 29 สิงหาคม 2562 หลังจากนั้นภาคเหนือและภาคอื่น ๆ จะมีผลกระทบในระยะต่อไป ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากในพื้นที่เสี่ยงภัยที่ลาดเชิงเขาและใกล้ทางน้ำไหล

        คาดว่าพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบ มีดังนี้

        วันที่ 29 สิงหาคม 2562 บริเวณที่มีฝนตกหนักถึงหนักมาก

        ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดบึงกาฬ หนองคาย อุดรธานี หนองบัวลำภู นครพนม สกลนคร มุกดาหาร อำนาญเจริญ ยโสธร และอุบลราชธานี

        ภาคกลาง: จังหวัดกาญจนบุรี และราชบุรี

        ภาคตะวันออก: จังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และตราด

        ภาคใต้ฝั่งตะวันตก: จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรังและสตูล

        ในช่วงวันที่ 30-31 สิงหาคม 2562 บริเวณที่มีฝนตกหนักถึงหนักมาก

        ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ลำปาง ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์

        ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี บึงกาฬ นครพนม สกลนคร ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี

        ภาคกลาง: จังหวัดกาญจนบุรี อุทัยธานี สุพรรณบุรี ชัยนาท และนครสวรรค์

        ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

        ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

        วันที่ 1 กันยายน 2562 บริเวณที่มีฝนตกหนัก

        ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย และกำแพงเพชร

        ภาคกลาง: จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุททัยธานี สุพรรณบุรี และชัยนาท

        ภาคตะวันออก: จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

        ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ระนอง พังงา และภูเก็ต

        อนึ่ง ในช่วงวันที่ 29 สิงหาคม – 1 กันยายน 2562 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้และอ่าวไทยจะมีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้และภาคตะวันออกมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณ

        ทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง โดยหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนงดออกจากฝั่ง

        จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์

        กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th

พยากรณ์อากาศ ประจำวันที่ 29 สิงหาคม 2562

     พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคเหนือและภาคกลาง มีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัย ที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหล ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

     อนึ่ง เมื่อเวลา 04.00 น. พายุระดับ 3 (โซนร้อน) “โพดุล” บริเวณทะเลจีนใต้ มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 17.3 องศาเหนือ ลองจิจูด 112.3 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีแนวโน้มเคลื่อนผ่านเกาะไหหลำลงสู่อ่าวตังเกี๋ย และเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนในวันที่ 30 สิงหาคม

     ภาคเหนือมีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.