ประธาน คณะกรรมการโรงพยาบาลในกลุ่มสถาบันแพทย์แห่งประเทศไทย รับสถานการณ์บุคลากรทางการแพทย์ลาออกจากระบบราชการเป็นเรื่องจริง ชี้ 3 ปัจจัย “งานเยอะ-เงินน้อย-เอกชนต้องการตัว”

293

ประธาน คณะกรรมการโรงพยาบาลในกลุ่มสถาบันแพทย์แห่งประเทศไทย รับสถานการณ์บุคลากรทางการแพทย์ลาออกจากระบบราชการเป็นเรื่องจริง ชี้ 3 ปัจจัย “งานเยอะ-เงินน้อย-เอกชนต้องการตัว”

รศ.นพ.สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ ผอ.รพ.รามาธิบดี และในฐานะประธานคณะกรรมการโรงพยาบาลในกลุ่มสถาบันแพทย์แห่งประเทศไทย (UHOSNET) กล่าวว่า ยอมรับสถานการณ์ของบุคลากรทางการแพทย์ลาออกจากระบบราชการเป็นเรื่องจริง และไม่ได้เป็นแค่วิชาชีพแพทย์เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงพยาบาล และเภสัชกร ก็มีการลาออกเช่นกัน โดยพบมากในบุคลากรที่ทำงานในระบบราชการในต่างจังหวัด ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่มีมานาน และปัญหาเริ่มสะท้อนชัดเจนมากขึ้นจาก 3 ปัจจัย ได้แก่ 1.จากภาระงานที่มากขึ้น 2.ทัศนคติของบุคลากรรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนไป ทั้งเรื่องค่าตอบแทน ค่าครองชีพที่อาจไม่สอดคล้องกับในสภาวการณ์ปัจจุบัน โอกาสการศึกษาต่อเพื่อพัฒนา รวมถึงการฟ้องร้อง เพราะรักษาคนไข้ในปัจจุบันไม่เหมือนในอดีต และ 3.หลังสถานการณ์โควิด ความต้องการบุคลากรในภาคเอกชน หรือต่างประเทศ มีมากขึ้น ทำให้ส่วนนี้ คนจึงออกนอกระบบ

รศ.นพ.สุรศักดิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันเรื่องบุคลากรลาออก เคยมีการหารือร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขเมื่อต้นปี 66 แต่เรื่องเหล่านี้ยังต้องมีการหารือกันบ่อยครั้ง และอีกส่วนหนึ่งที่ต้องยอมรับ คือ ในการบริหารจัดการงบประมาณในกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ทำให้ภาระการทำงานของแพทย์เพิ่มมากขึ้น ขณะที่เงินบำรุงลดลง ส่งผลให้ รพ. หลายแห่งบริหารงบประมาณด้วยสภาพตัวแดง ขาดทุน เนื่องจากงบประมาณที่ได้รับ ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่เพียงพอเพื่อพัฒนาระบบ ทั้งนี้ รพ. หลายแห่ง ยังเป็นระบบ manual งานบางประเภทหรือบางอย่าง ควรนำเทคโนโลยีมาใช้ เช่น ระบบสารสนเทศภายใน รพ. การใช้หุ่นยนต์จัดยา เพื่อลดต้นทุน