“ขุนกันชนะนนท์” ถนนโค้งสุดท้ายสู่พระธาตุดอยสุเทพ

          วันนี้มีโอกาสขึ้นไปเที่ยวพระธาตุดอยสุเทพ ขับรถมาใกล้บริเวณถนนโค้งสุดท้ายที่จะขึ้นสู่พระธาตุดอยสุเทพ เมื่อมาถึงโค้งนี้จึงได้สังเกตุตรงนั้นมีป้ายขนาดใหญ่เขียนว่า “โค้งขุนกันชนะนนท์” จึงเกิดความสงสัย ใครกันคือขุนกันชนะนนท์ เหตุใดจึงตั้งชื่อโค้งถนนตามชื่อของท่าน
ครั้นย้อนกลับไปเมื่อครั้ง พ.ศ. 2477 ท่านครูบาศรีวิชัยได้นำราษฎรผู้มีจิตศรัทธาหลายหมื่นคนมาร่วมสร้างถนนขึ้นสู่พระธาตุดอยสุเทพ การก่อสร้างดำเนินมาจนถึงเส้นทางช่วงสุดท้ายก่อนจะถึงหัวบันไดนาคประมาณ 1 กิโลเมตร ซึ่งบริเวณนี้เป็นภูเขาหินสูงชัน คณะสำรวจได้มีความเห็นว่าควรจะตัดถนนอ้อมไปทางม่อนสนที่ตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับดอยสุเทพ (บ้านนิมมานนรดีปัจจุบัน) 
แต่ครูบาเถิ้มเห็นสมควรที่จะตัดตรงไปบรรจบทางเดินเท้าเก่าที่มีอยู่เดิม ซึ่งครูบาศรีวิชัยก็เห็นด้วยกับคำแนะนำนี้ แต่ด้วยบริเวณนี้เป็นภูเขาหินสูงชัน การตัดถนนตรงขึ้นดอยจึงยากลำบากมาก อีกทั้งผู้ร่วมสร้างทางทุกคนต่างเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้า “ขุนกัน” คหบดีชาวไทใหญ่ผู้มีศรัทธาในพระพุทธศาสนาและต่อท่านครูบาศรีวิชัย จึงอาสาสร้างถนนช่วงโค้งหักศอกนี้ ซึ่งท่านมีประสบการณ์ในการสร้างทางลากขอนไม้ซุงที่ อ.พร้าวมาก่อนหน้านี้แล้ว
ขุนกันได้ระดมกำลังคนของท่านมาสร้างถนนเต็มกำลัง อีกทั้งยังใช้ทุนทรัพย์ส่วนตัวของท่านในการสร้างอีกด้วย ถนนโค้งสุดท้ายสู่พระธาตุดอยสุเทพจึงสำเร็จลงได้ในที่สุด ท่านครูบาศรีวิชัย จึงตั้งชื่อโค้งนี้ว่า “โค้งขุนกัน” เพื่อเป็นที่ระลึกถึง “ขุนกัน” ผู้เป็นกำลังสำคัญในการโค้งสุดท้ายที่แสนยากลำบากนี้

“ขุนกันชนะนนท์” เดิมชื่อ “ส่างกันนะ” เป็นชาวไทใหญ่ ถือกำเนิดที่บ้านหมอกใหม่ รัฐฉาน ต่อมาบิดามารดาของท่านได้อพยพมาตั้งบ้านที่ จ.แม่ฮ่องสอน เมื่อท่านเติบโตเป็นหนุ่มได้ทำการค้าขายผ้าไหม-ยา โดยซื้อจากพม่าและแม่ฮ่องสอนแล้วนำมาขายต่อที่เชียงใหม่ การเดินทางไปมาเชียงใหม่อยู่บ่อยครั้งนี่เอง ท่านจึงได้พบกับ “แม่วันดี” บุตรีของพญานาวา จนได้สมรสครองเรือนกันในที่สุด และมีบุตรธิดาสืบต่อมาเป็นตระกูล “ชนะนนท์” ตามชื่อของท่าน
โค้งสปิริตหรือโค้งขุนกัณ คือโค้งหักศอกโค้งสุดท้ายก่อนถึงพระธาตุดอยสุเทพ การรับน้องขึ้นดอย ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จุดสำคัญของกิจกรรมนี้ในทุกๆคณะคือ การวิ่งขึ้นโค้งสปีริต ที่ทุกคณะ ไม่ว่าจะเดินขึ้น วิ่งขึ้น หรือนั่งรถขึ้น ก็จะขอมาวิ่งในโค้งนี้ โดยแท้จริงแล้ว โค้งสปีริต ก็คือโค้งขุนกัณฑ์ฯ โค้งสุดท้ายก่อนถึงดอยสุเทพ ซึ่งเด็กมช. จะเรียก โค้งขุนกัน นี้ว่า “โค้งสปิริต” โค้งสปิริตเป็นโค้งหักศอก ที่สูง และชันมาก จึงต้องใช้ความพยายามอย่างสูงที่จะวิ่งผ่านโค้งนี้ไปให้ได้นั้นเอง

ข้อมูลจาก : สายเครือไทย https://1th.me/ok0Y