สายมูทั่วไทย หอบกระเป๋านอนรอคิวดูดวง-เปลี่ยนชื่อ “วัดทุงยู” วัดดังเชียงใหม่ เผยเคล็ดเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนดวงสุดแม่น บางคนมานอนรอถึง 5 คืนกว่าจะถึงคิว ส่วนวัดวางกฎห้ามจ้างคนรอแทน

902

สายมูทั่วไทย หอบกระเป๋านอนรอคิวดูดวง-เปลี่ยนชื่อ “วัดทุงยู” วัดดังเชียงใหม่ เผยเคล็ดเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนดวงสุดแม่น บางคนมานอนรอถึง 5 คืนกว่าจะถึงคิว ส่วนวัดวางกฎห้ามจ้างคนรอแทน

ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์แชร์ประสบการณ์สายมูเตลู ผู้คนจากหลายจังหวัดทั่วไทยหลั่งไหลเดินทางไปดูดวงกับพระสงฆ์ในวัดดังเมืองเชียงใหม่จนแน่นวัดและด้วยคิวดูดวงที่จำกัดวันละ 20 คน ทำให้ทุกคนต้องรอคิวแบบมาราธอนข้ามวันข้ามคืน โดยต้องนอนรอที่วัดกันหลายคืนกว่าจะถึงคิวดูดวงของตัวเอง บางคนนอนถึง 5 คืนแต่ก็ไม่ลดละความพยายาม

ล่าสุดวันนี้ (14 ก.ย.65) ทีมข่าวลงพื้นที่วัดทูยู .ศรีภูมิ .เมืองเชียงใหม่ พบประชาชนพากันหอบหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้า พากันมานั่งรอหน้ากุฏิของ “พระตุ๋ย” พระษัทฎพรรษ (สัด – ถะ – พัน) น่าน หรือ พระครูวินัยธรษัทฎพรรษ อคฺคธมฺโม อายุ 52 ปี เพื่อรอรับคิวดูดวงและเสริมดวงชะตา สอบถามหลายคนบอกว่ามานอนรอกันหลายวัน บางคนเพิ่งเดินทางมาถึงและตั้งใจรอไม่ว่าจะกี่วัน แต่บางคนโชคดีมานอนคืนเดียวก็ได้เข้าดูดวง แล้วแต่จังหวะ

9a096648e11c7c884e8825e9ef1d20e8.jpg

ในแต่ละวันพระษัทฎพรรษ (สัด – ถะ – พัน) จะเปิดดูดวงเพียงวันละ 20 คนเท่านั้น เริ่มคิวแรกในเวลาตีสามจนครบ 20 คิวก่อน 11.00 น. จากนั้นจะฉันเพลและพักผ่อน โดยรับดูดวงตามช่วงเวลาดังกล่าวทุกวันเว้นวันพระ ในการดูดวงจะเป็นการคิดคำนวณตัวเลขจากชื่อสกุลมาดูประกอบกับเวลาตกฟากและลัคนาราศี ผลลัพธ์ของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน หากเทียบผลคำนวณกับตำราโบราณแล้วพบว่าดวงไม่ดีหรือติดขัดอุปสรรคใด ก็จะแนะนำให้เปลี่ยนชื่อหรือสกุลเพื่อให้ตัวเลขคำนวณออกมาให้หนุนนำเสริมดวงชะตา ส่วนใครที่ไม่หนักหนามากนักก็ให้บูชาพระพุทธรูปตามกำลังศรัทธา

30fafb658c1da4e1cebf49c5ebe1e3f7.jpg

หญิงสาวที่เดินทางกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า เธอรู้สึกว่าตัวเองทำอะไรแล้วดวงไม่ค่อยดีทั้งเรื่องส่วนตัวและธุรกิจ เมื่อเธอท่องอินเทอร์เน็ตก็พบว่ามีรายหนึ่งเดินทางมาดูดวงและเปลี่ยนชื่อกันทั้งบ้าน แม้บางคนในบ้านก็ไม่มีความเชื่อเรื่องสายมู แต่ปรากฏว่า เมื่อเปลี่ยนชื่อแล้วทุกอย่างดีขึ้น เธอจึงเดินทางมาบ้าง โดยมาถึงคืนวันที่ 12 กันยายน และจะได้คิวหลังตีสามของวันที่ 14 กันยายน

533c499a86cc0476db63ce0e20e75975.jpg

เธอบอกว่าโชคดีที่ได้รอเพียงสองคืน เพราะมาทราบว่าบางคนต้องรอถึง 5 คืน ที่มา ตั้งใจมาเปลี่ยนชื่อและนามสกุลเพื่อให้ชีวิตดีขึ้น ธุรกิจดีขึ้น ส่วนขั้นตอนไม่ยุ่งยาก ไม่มีการแจกคิวอย่างเป็นทางการ โดยเมื่อมาถึงก็จะเจอคนที่รอก่อน ก็จะจัดคิวกันเองว่าใครมาก่อนหลัง ก็เป็นการพูดคุยตกลงกัน ส่วนสาเหตุที่ต้องนอนรอที่วัดก็เพราะทางวัดระบุไว้ว่าระหว่างรอห้ามไปไหน ใครจะดูดวงต้องรอเอง จะจ้างคนมาเข้าคิวแทนไม่ได้เพื่อไม่ให้เอาเปรียบคนอื่น แต่ก็สามารถไปทานอาหารเข้าห้องน้ำได้ตามปกติ

ส่วนหญิงสาวอีกรายเดินทางมาจากกรุงเทพมหานครเช่นกัน บอกว่า เธอเดินทางมาดูดวงที่กับพระอาจารย์เมื่อสิบปีก่อนและได้เปลี่ยนชื่อนามสกุลตามคำแนะนำ หลังจากนั้นมาเป็นประจำทุกปี ที่ผ่านมาเช็กดวงตลอดว่าติดขัดตรงไหน ทั้ง เรื่องสุขภาพ ธุรกิจ หรือ การตัดสินใจลงทุนธุรกิจ เมื่อต้องการคำแนะนำก็จะเดินทางมา ปีนี้พาแม่และเพื่อนแม่เดินทางมาด้วย เดินทางมาถึงเช้ามืดวันนี้โชคดีที่ได้นอนรอแค่หนึ่งคืนเพื่อจะได้คิวในวันถัดไป โดยเธอเชื่อว่าที่ผ่านมาการมาดูดวงช่วยเสริมดวงชะตาของเธอดีขึ้น ทั้ง ชีวิตส่วนตัวละการงานและที่สำคัญพระอาจารย์ไม่เคยเรียกปัจจัยใดๆ จากผู้มาดูดวงแต่อย่างใด มีเพียงค่าขึ้นครู 99 บาท ส่วนใครจะบริจาคช่วยเหลือวัดก็ตามแต่จิตศรัทธา

ทีมข่าวรายงานว่าคนที่มารอคิวดูดวงส่วนใหญ่จะทราบดีว่าอาจต้องนอนรอ ทำให้หลายคนต่างพกพาเสื้อผ้าเครื่องนอนมาเอง ส่วนสถานที่นอน ทางวัดได้เปิดศาลาให้พักค้างคืนได้ เป็นเสื่อพร้อมมุ้งชุดละ 100 บาทต่อคืน ส่วนบางคนไปเช่าโฮเทใกล้วัดเพื่อไม่พลาดคิวที่จองไว้ และต้องคอยเดินเข้าออกวัดบ่อย ๆ เพราะหากถึงคิวแล้วเรียกไม่เจอตัวก็จะเสียสิทธิ์ทันที

0bcecb83328d59a21a01827e1b77f0de.jpg

เจ้าหน้าที่ดูแลวัด บอกว่า ปกติมีคนมาดูดวงตลอดทั้งปี แต่ช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมามีคนเดินทางมาดูดวงกันมาก เกือบทั้งหมดจากกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด จึงจำเป็นต้องพักค้างแรมในพื้นที่ของวัดที่จัดให้ โดยมีการเช่ามุ้งหลังละ 100 บาทต่อคืน นอนได้หลังละ 2 คน หรือบางคนพอมีทรัพย์ ก็จะไปเช่าโฮเทใกล้วัดเป็นที่พักอาศัย เพื่อที่จะไม่พลาดคิวที่จองไว้ เพราะเมื่อถึงคิว หากมีการเรียกแล้วไม่อยู่ถือว่าสละสิทธิ์ในคิวนั้น และจะต้องไปจองคิวใหม่

สาวกรุงเทพฯ รายหนึ่งที่เดินทางมารอดูดวง เปิดเผยว่า เธอเองรู้สึกว่าตัวเองทำอะไรดวงไม่ค่อยดี ทั้งเรื่องส่วนตัวและธุรกิจ เมื่อเธอท่องอินเทอร์เน็ตก็พบว่ามีรายหนึ่งเดินทางมาดูดวงและเปลี่ยนชื่อกันทั้งบ้าน แม้บางคนในบ้านก็ไม่มีความเชื่อเรื่องสายมู แต่ปรากฏว่าเมื่อเปลี่ยนชื่อแล้วทุกอย่างดีขึ้น เธอจึงเดินทางมาบ้าง โดยมารอคิวถึงสองวันแล้ว และจะได้คิวหลังตีสามคืนนี้

ส่วนหญิงสาวอีกราย เดินทางมาจากกรุงเทพเช่นกัน บอกว่า เธอเดินทางมาดูดวงที่กับพระอาจารย์เป็นประจำทุกปี โดยปีนี้พาแม่และเพื่อนแม่เดินทางมาด้วย ซึ่งจะได้คิวในวันถัดไป โดยเธอเชื่อว่าที่ผ่านมาการมาดูดวงช่วยเสริมดวงชะตาของเธอดีขึ้น ทั้งชีวิตส่วนตัวละการงาน และที่สำคัญพระอาจารย์ไม่เคยเรียกปัจจัยใดๆ จากผู้มาดูดวงแต่อย่างใด ส่วนใครจะบริจาคช่วยเหลือวัดก็ตามแต่จิตศรัทธา

นายวัลลภ นามวงศ์พรหม รองประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ฝ่ายศาสนา วัฒนธรรมและ ประเพณี ให้ความเห็นเรื่องนี้ว่า พระสงฆ์กับการดูดวงชะตาเป็นของคู่บ้านคู่เมืองมานาน ในอดีต พระมหากษัตริย์และนักรบ เวลาจะออกรบหรือทำการสำคัญใดก็ต้องมีพระเกจิดูฤกษ์ยามเป็นธรรมดา โดยพระจะคำนวณลักษณะดวงดาวไปตามลัคนาราศี ถือเป็นศาสนสงเคราะห์

แต่มาภายหลังพระสงฆ์กับศาสนสงเคราะห์อาจแยกกันไม่ออก เพราะประชาชนในยุคนี้มีความทุกข์ ความไม่สมหวัง ก็พยายามหาที่พึ่งทางใจ เมื่อรู้ว่าพระที่ไหน ดูดวงแม่น ช่วยปัดเป่าความทุกข์ในจิตใจได้ก็จะมุ่งหน้าไป เป็นความเชื่อถือศรัทธาของในสังคมที่มีมานาน พระสงฆ์หลายรูปที่ดูดวงแล้วถูกต้องแม่นยำ สามารถให้คำแนะนำช่วยปัดเป่าความทุกข์ให้ได้ ผู้คนก็มีความสุขและบอกต่อ ๆ กันไป คนอื่นรู้ข่าวก็แห่กันไปหา

ส่วนจะเหมาะสมหรือไม่ หากทำเป็นศาสนสงเคราะห์ ช่วยปัดเป่าสงเคราะห์ให้ก็ไม่เป็นไร แต่หากดูมีวัตถุประสงค์เพื่อทรัพย์สินเงินทองก็คงจะไม่เหมาะ ทุกวันนี้พระรูปไหนจริงไม่จริงก็ให้ใช้วิจารณญาณ แต่แนะนำว่าอย่าไปเสียเงินให้มากเกินไป หากต้องลงทุนลงเงินหมื่นเป็นแสนก็ไม่ถูกต้อง แต่หากพอเหมาะพอดี เป็นค่าครูบาอาจารย์ความสุขทั้งประชาชนและพระท่านก็มีความสุข ก็ไม่ถือว่าผิดอะไร

c0ff59453b1703134950b771badf0237.jpg

664a0a3cced538d8a35d17691394c989.jpg
a493be12c14ec17d6c0d57377712dc77.jpg20d55cc1f98f5734321714a9c74880b5.jpg

Facebook Comments