ไทย – เมียนมา ร่วมยกระดับความร่วมมือขยายผล ปราบปรามเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ

23

ไทย – เมียนมา ร่วมยกระดับความร่วมมือขยายผล ปราบปรามเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ

นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) พร้อมด้วย พลตำรวจเอก สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และคณะผู้แทนไทยเดินทางเข้าร่วมการประชุมขยายผลเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ และติดตามผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการร่วมสามเหลี่ยมทองคำ 1511 ร่วมกับคณะกรรมการกลางเพื่อการควบคุมยาเสพติด Central Committee for Drug Abuse Control : CCDAC พลตรี ซิน มิน แทส รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บัญชาการตำรวจเมียนมา และเลขาธิการ CCDAC และพลตำรวจจัตวา วิน หน่าย ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด และเลขาธิการร่วม CCDAC พร้อมด้วยคณะผู้แทนระดับสูงจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมียนมา ในระหว่างวันเสาร์ที่ 11 – วันอังคารที่ 13 กันยายน 2565 ณ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

b16add27acb58a33b5ecf93f8f99d4ee.jpg
21669284c3593f70305607f5bf9df4ec.jpg

c02aad790e914fe4b6fbffed84d766cf.jpg

โดยโอกาสนี้ คณะผู้แทนไทยได้ประชุมหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารการสืบสวนเครือข่ายนักค้ายาเสพติดข้ามชาติรายสำคัญตามโครงการประกาศสืบจับผู้ต้องหา (Most Wanted) ประจำปี 2565 และได้นำเสนอหลักในการขยายขอบเขตอำนาจศาลไทยตามประมวลกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่ ที่กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับคนไทยที่ไปกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในต่างประเทศ ซึ่งในกรณีดังกล่าว สามารถที่จะยึดทรัพย์ขยายผลจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งขบวนการ รวมทั้งสามารถดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องได้ทั้งหมดแม้ว่าจะเป็นความผิดที่เกิดขึ้นในต่างประเทศก็ตาม และที่ประชุมยังได้หารือเรื่องแผนปฏิบัติการร่วมสามเหลี่ยมทองคำ 1511 ภายใต้แผนปฏิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัยในห้วงต่อไป

7d4ea76db7dbc1782607f80f463eef2f.jpg

นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า “โครงการ Most Wanted เป็นโครงการที่ริเริ่มโดยสำนักงาน ป.ป.ส. ที่จะให้เงินรางวัลนำจับบุคคลที่หลบหนีหมายจับอยู่ทั้งภายในประเทศไทย และต่างประเทศ เพื่อเป็นการเร่งรัดติดตามจับกุมผู้หลบหนีหมายจับคดียาเสพติดรายสำคัญ อีกทั้งสร้างขวัญกำลังใจและเพื่อเป็นแรงจูงใจให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ที่ให้ความสำคัญในด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ และการปราบปรามสกัดกั้น การลักลอบลำเลียงยาเสพติดระหว่างประเทศ การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารด้านยาเสพติด เพื่อป้องกันไม่ให้ยาเสพติดถูกลักลอบเข้ามาในประเทศไทยและแพร่กระจายออกไปในภูมิภาค และได้เน้นย้ำสั่งการให้เร่งดำเนินการนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมาย และตามประมวลกฎหมายยาเสพติดมาตรา 124 โดยหากกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด แม้การกระทำนั้นจะเป็นการกระทำนอกราชอาณาจักร ผู้นั้นจะต้องได้รับโทษในราชอาณาจักร”

1f4838a3a609ea3bf17120f0d375348e.jpg

นอกจากนี้ เลขาธิการ ป.ป.ส. และรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังได้ร่วมสอบปากคำผู้ต้องหาชาวไทย ที่หลบหนีหมายจับมาอยู่ในเมียนมาและยังคงมีบทบาทสำคัญในเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ ตามมาตรา 124 ซึ่งจากการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกับทางประเทศไทยอย่างใกล้ชิดจึงทำให้จับตัวผู้ต้องหามารับโทษได้ในที่สุด ซึ่งนายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. มั่นใจว่าจะสามารถนำข้อมูลที่ได้จากการสอบปากคำในครั้งนี้ มาขยายผลจับกุมและยึดทรัพย์สินเครือข่ายค้ายาเสพติดที่อยู่ในประเทศไทยได้อีกหลายเครือข่ายในเร็ววัน