ป.ป.ส. เตรียมคืน “กัญชาของกลาง” จำนวน 16 ตัน พร้อมทรัพย์สินรวมกว่า 110 ล้านบาท ให้เจ้าของ หลังมีการปลดล็อก

126

ป.ป.ส. เตรียมคืน “กัญชาของกลาง” จำนวน 16 ตัน พร้อมทรัพย์สินรวมกว่า 110 ล้านบาท ให้เจ้าของ หลังมีการปลดล็อก

วันที่ 9 มิถุนายน 2565 นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) กล่าวถึง “กรณีการปลดล็อกกัญชา วันที่ 9 มิถุนายน นี้ หลังจากเที่ยงคืนของวันที่ 8 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา กัญชาได้รับการปลดล็อก ซึ่งไม่ถือว่าเป็นยาเสพติดให้โทษ ประเภท ที่ 5 อีกต่อไป ตามกำหนด 120 วัน ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ. 2565 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2565 นั้น ทำให้กัญชาไม่ว่าจะเป็นกัญชาแห้ง หรือกัญชาสด ไม่ถือว่าเป็นยาเสพติด ยกเว้นแต่สารสกัดที่มีปริมาณเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (tetrahydrocannabinol) หรือ THC จะต้องไม่เกิน ร้อยละ 0.2 โดยน้ำหนัก เฉพาะที่ได้รับอนุญาตให้สกัดจากพืชกัญชาหรือกัญชงที่ปลูกในประเทศ”

“หลังจากนี้ สำนักงาน ป.ป.ส. ได้มีการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง คือ เรื่องของการคืนทรัพย์สินของผู้ต้องหาในคดีกัญชาที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดี และศาลยังไม่ได้ตัดสินให้สิ้นสุดตามที่ เลขาธิการ ป.ป.ส. มีคำสั่งให้ยึดอายัดทรัพย์ชั่วคราวไว้ก่อน ทั้งการยึดทรัพย์ตามประมวลกฎหมายยาเสพติดใหม่และยึดทรัพย์ก่อนประมวลกฎหมายยาเสพติด จำนวน 99 คดี จากทั่วประเทศ โดยมูลค่าทรัพย์สินรวมกว่า 110 ล้านบาท ซึ่งตนได้แจ้งให้ สำนักงาน ปปส. ภาค ทั่วประเทศ เตรียมพร้อมสำหรับการขอคืนทรัพย์สิน ผู้ต้องหา หรือ ผู้ที่ได้รับมอบอำนาจ สามารถยื่นความประสงค์เพื่อขอรับคืนทรัพย์สินได้ที่สำนักงาน ป.ป.ส. (ดินแดง) หรือ ส่วนภูมิภาคตามพื้นที่ที่มีการสอบสวนคดียาเสพติด หรือที่เคยยื่นเรื่องคัดค้านไว้ ยกเว้นแต่ทรัพย์ที่ได้มีการขายทอดตลาดไปแล้วเนื่องจากเป็นทรัพย์สินที่ไม่สามารถเก็บรักษาไว้ได้

สำหรับยาเสพติด กัญชาของกลาง จากข้อมูลที่ได้รับทราบมาจากทั่วประเทศมีจำนวน 16 ตัน ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2564 – 27 พ.ค.2565 ซึ่งเมื่อกัญชาไม่เป็นยาเสพติดแล้ว ก็จะต้องส่งคืนให้เจ้าของต่อไป

นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวย้ำและฝากถึงประชาชนว่า ” ร่างพระราชบัญญัติพืชกัญชา กัญชง ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภา คาดว่ามีผลบังคับใช้ เดือนกันยายน หรือ ตุลาคม 2565 ซึ่งตนเชื่อว่าทุกฝ่ายเร่งดำเนินการให้มีการออกกฎหมายให้รวดเร็ว เพื่อป้องกันผลกระทบต่างๆ โดยเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ที่ผ่านมาในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ. …. ที่เสนอแล้วผ่านในวาระที่ 1 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ การศึกษาวิจัย และพร้อมจะผลักดัน พืชกัญชา-กันชง เป็นพืชทางเศรษฐกิจ ที่สร้างรายได้ให้กับประชาชน ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ส. เห็นด้วยกับการนำพืชกัญชามาเพื่อใช้ประโยชน์ แต่ไม่เห็นด้วยกับการนำมาใช้เพื่อสันทนาการ ยังคงมีข้อห่วงใยไม่เฉพาะเด็กและเยาวชน แต่กับพี่น้องประชาชนทุกคนด้วย เพราะฤทธิ์ของกัญชาส่งผลต่อระบบประสาท ซึ่งหลังจากการใช้อาจสร้างความเดือดร้อน จนมีผลกระทบแก่ชีวิตของผู้อื่นได้ “

Facebook Comments