ห่วงวัยรุ่นต่ำกว่า 20 ปี ป่วยซึมเศร้าสูง เสี่ยงฆ่าตัวตาย ร้อยละ 25.74 เผยปัจจัยหลักเกิดจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง แนะผู้ปกครองใกล้ชิดบุตรหลาน

203

อธิบดีกรมสุขภาพจิต ห่วงวัยรุ่นต่ำกว่า 20 ปี ป่วยซึมเศร้าสูง เสี่ยงฆ่าตัวตาย ร้อยละ 25.74 เผยปัจจัยหลักเกิดจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง แนะผู้ปกครองใกล้ชิดบุตรหลาน พร้อมเปิดศูนย์คลินิกจิตเวชเด็กและวัยรุ่น รพ.สวนปรุง รองรับการรักษา

เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (31 พ.ค.65) ที่โรงพยาบาลสวนปรุง จังหวัดเชียงใหม่ แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต เป็นประธานในการเปิดคลินิกจิตเวชเด็กและวัยรุ่น เพิ่มการเข้าถึงการรักษา โดยมีทีมจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นให้การบำบัดรักษาร่วมกับทีมสหวิชาชีพที่ผ่านการอบรมเฉพาะทาง การรักษาด้วยยาควบคู่ไปกับการปรับพฤติกรรมทางอารมณ์ สังคม และการนำเทคโนโลยีมาให้บริการ

S__18579497.jpg

โดยทาง แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต เปิดเผยว่า ปัจจุบันสถานการณ์ปัญหาสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในเด็กและวัยรุ่น อายุต่ำกว่า 20 ปี ที่มีการสำรวจ ช่วง 1 ตุลาคม 2563 ถึง 30 กันยายน 2564 พบมากถึงจำนวน 156,370 ราย และพบว่ามีความเสี่ยงซึมเศร้าถึงร้อยละ 36.93 รองลงมาคือมีความเครียดสูง ร้อยละ 31.93 นอกจากนี้พบอัตราการเสี่ยงฆ่าตัวตาย ร้อยละ 25.74 และมีภาวะหมดไฟ ร้อยละ 6.35

นอกจากนี้ พบ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน มีจำจำนวน 7,305 ราย ที่มีภาวะเสี่ยงซึมเศร้ามากที่สุด รองลงมามีภาวะความเครียดสูงและเสี่ยงฆ่าตัวตายจากหลากหลายปัจจัยที่เข้ามากระทบจิตใจเด็กรวมถึงปัญหาการฆ่าตัวตาย จึงทำให้การดูแลสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นมีความสำคัญ กรมสุขภาพจิตจึงได้มุ่งเน้นการพัฒนาดูแล ช่วยเหลือ ส่งต่ออย่างเป็นระบบและการเข้าถึงการรักษาอย่างเหมาะสม

S__18579494.jpg

อธิบดีกรมสุขภาพจิต บอกอีกว่า ปัจจัยที่เกิดจากปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยังทำให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยมีความเครียดเพิ่มขึ้น ทั้งจากการปรับตัวกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป และการปรับเปลี่ยนรูปแบบวิถีชีวิตแบบใหม่ ซึ่งกรมสุขภาพจิตได้ทำการสำรวจสุขภาพจิตประชาชนไทยในช่วงที่ผ่านมา พบว่าประชาชนไทยมีความเครียด ซึมเศร้า และฆ่าตัวตายค่อนข้างสูง โดยเฉพาะปัญหาฆ่าตัวตายในเด็กและวัยรุ่นที่มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น และเป็นประเด็นที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง

ทางด้าน นายแพทย์กิตต์กวี โพธิ์โน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสวนปรุง กล่าวว่า โรงพยาบาลสวนปรุงได้เปิดให้บริการคลินิกจิตเวชเด็กและวัยรุ่น มาตั้งแต่ปี 2546 ให้บริการบำบัดรักษาผู้ป่วยจิตเวชเด็ก ช่วงอายุ 6-18 ปี ในเขตสุขภาพที่ 1 โดยครอบคลุมการรักษากลุ่มโรคจิตเวชเด็ก ภาวะซึมเศร้า โรคสมาธิสั้น ไบโพลาร์ ออทิสติก และปัญหาพฤติกรรมทางอารมณ์

S__18579492.jpg

โดยสถิติผู้มารับบริการ ปีงบประมาณ 2563 มีจำนวนผู้ใช้บริการ 3,423 ราย ปี 2564 จำนวน 3,176 ราย และปี 2565 (ช่วงเดือนตุลาคม 2564 ถึงเมษายน 2565) มีจำนวน 2,435 ราย ซึ่งมีแนวโน้ม เพิ่มมากขึ้น โดยกลุ่มโรคที่พบมากที่สุด ได้แก่ โรคซึมเศร้า พบมากช่วงอายุ 13-18 ปี รองลงมา คือ โรคสมาธิสั้น และโรคไบโพลาร์ ซึ่งผู้ป่วยหลายรายจะมีพฤติกรรมทำร้ายตนเอง ทั้งกรีดข้อมือ ทุบตีตนเอง กินยาเกินขนาด โดยปัจจัยกระตุ้นส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัวและคนใกล้ชิด เพื่อนฝูง การถูกดุด่า และปัญหาผิดหวังในความรัก ทำให้เกิดความคิดอยากทำร้ายตนเองให้บาดเจ็บและคิดฆ่าตัวตาย

จากปัญหาดังกล่าวจึงได้มีการเปิดบริการคลินิกจิตเวชเด็กและวัยรุ่น เพื่อให้ผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าวสามารถเข้าถึงบริการบำบัดรักษาตามมาตรฐานอย่างเหมาะสมโดยมีทีมจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นให้การบำบัดรักษาร่วมกับทีมสหวิชาชีพที่ผ่านการอบรมเฉพาะทาง การรักษาด้วยยาควบคู่ไปกับการปรับพฤติกรรมทางอารมณ์ สังคม และการนำเทคโนโลยีมาให้บริการ อาทิเช่น การใช้ห้องกระตุ้นประสาทรับความรู้สึก เพื่อเพิ่มคุณภาพการรักษาช่วยให้เด็กมีสมาธิที่ดีขึ้น

ทั้งนี้ โรงพยาบาลสวนปรุง จะได้มีการพัฒนาจัดตั้งคลินิกจิตเวชเด็กและวัยรุ่น การพัฒนาระบบเครือข่ายเพื่อรองรับการบริการรักษา การให้คำปรึกษาปัญหาสุขภาพจิต และพัฒนาการเด็กและวัยรุ่นในจังหวัดเชียงใหม่และเครือข่ายเขตสุขภาพที่ 1 เพื่อให้ผู้ป่วยได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีจิตใจที่แข็งแรง และเป็นประชากรที่มีคุณภาพต่อไปในอนาคต

Facebook Comments