ม.แม่โจ้ และทุกภาคส่วน สนับสนุนผลิตภัณฑ์ “คชาภัณฑ์” ปุ๋ยมูลช้าง และจาน กระถางดอกไม้จากใบไม้

67

ม.แม่โจ้ และทุกภาคส่วน สนับสนุนผลิตภัณฑ์ “คชาภัณฑ์” ปุ๋ยมูลช้าง และจาน กระถางดอกไม้จากใบไม้

 

ปุ๋ยอินทรีย์จากมูลช้างอีกหนึ่งทางเลือกของเกษตรกร หนึ่งทางรอดของช้างไทย ทำขึ้นที่ปางช้างแม่สา จ.เชียงใหม่ หารายได้ช่วยช้าง 68 เชือก พร้อมออกผลิตภัณฑ์ “คชาภัณฑ์” ผลงานวิจัย ม.แม่โจ้ และวิสาหกิจชุมชน ในการสร้างป่าสร้างรายได้ในชุมชนด้วย

เมื่อวันที่ 13 พ.ค.2565 ที่ปางช้างแม่สา อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ นางอัญชลี กัลมาพิจิตร ผู้บริหารปางช้างแม่สา พร้อมนายทวีศักดิ์ อ่องศิริกุล ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสร้างป่าสร้างรายได้เพิ่มมูลค่าใบไม้ ต.ขี้เหล็ก อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ และนายวีระชัย ไชยมงคล กำนันโหน่ง กำนันตำบลป่าแดด อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และนายมานะ ไทยนุรักษ์ ผู้หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าดอยตุง แนะนำการเลี้ยงไส้เดือน ที่มาร่วมทำปุ๋ยมูลช้าง และนำชมการทำปุ๋ยจากมูลช้าง และผลิตภัณฑ์จากใบไม้

ทั้งหมดร่วมแถลงข่าว สรุปว่า ช้างบ้านยังคงได้รับผลกระทบอย่างยาวนานจากสถานการณ์โควิด-19 โดยเฉพาะแหล่งเลี้ยงช้างขนาดใหญ่อย่างปางช้างแม่สา ซึ่งมีช้างเลี้ยงอยู่เป็นจำนวนมากถึง 68 เชือก และมีคนเลี้ยงช้างอีกร้อยกว่าชีวิต เมื่อไม่มีนักท่องเที่ยว ปางช้างก็ไม่มีรายได้เข้ามาเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน ซึ่งต้องใช้เงินจำนวนหลายล้านบาท

ตลอดเวลาที่ผ่านมาช้างของปางช้างแม่สาถูกเลี้ยงอย่างเป็นระบบด้วยหญ้าเนเปียจำนวนมากถึงวันละ 10 ตัน และยังกินผลไม้ จำพวก กล้วย อ้อย สมุนไพรต่างๆ โดยช้างแต่ละเชือกจะบริโภคอาหารคิดเป็น 10%ของน้ำหนักตัว เช่น ช้างที่มีน้ำหนักตัว 2,000 กิโลกรัม ควรบริโภคอาหารจำนวน 200 กิโลกรัม ทำให้ปางช้างมีมูลช้างที่ต้องจัดเก็บเป็นขยะเปียกถึงวันละ 50% หรือวันละประมาณ 5 ตัน และยังมีเศษหญ้าเหลือทิ้งอีกจำนวนหนึ่ง การจัดเก็บมูลช้าง พนักงานจะนำใส่หลุมรวมกันไว้ให้ย่อยสลายตามธรรมชาติ หรือนำเข้าสู่โรงผลิตปุ๋ยมูลช้างอินทรีย์ของปางช้าง กระบวนการอย่างหลังจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีในการจัดการนำของเสียอย่างมูลช้างให้กลับกลายมาเป็นของดี เป็นปุ๋ยอินทรีย์ 100%

มูลช้างจะถูกนำมาหมัก ไว้ในโรงผลิตปุ๋ย และเติมจุลินทรีย์ หรือน้ำหมักเพื่อให้ย่อยสลายได้เร็วขึ้น จากนั้นจึงทำการผสมกับแกลบ รำ หรืออื่นๆ เพื่อให้กลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์สูตรต่างๆที่เหมาะกับพืชผัก หรือไม้ดอก ไม้ผล ตามแต่ความต้องการของกลุ่มเกษตรกร ในขณะที่ราคาปุ๋ยเคมี ณ ปัจจุบันใกล้แตะกระสอบละ 2,000 บาท แต่ประเทศไทยยังมีแหล่งผลิตปุ๋ยอินทรีย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ปีหนึ่งผลิตได้นับหมื่นตัน คือปุ๋ยที่ได้จากมูลช้างนั่นเอง

ในเมื่อช้างเป็นสัตว์กินพืช ทำให้เราสามารถเก็บมูลช้างนั้นมาผลิตปุ๋ยได้ 100 กิโลกรัมต่อวันต่อเชือก ปุ๋ยมูลช้างที่บ่มหมักในปางช้างนานนับปี เป็นแหล่งปุ๋ยอินทรีย์ที่มีธาตุอาหารหลัก อาหารรองครบถ้วนและปลอดภัยที่สุด ปราศจากสารเคมีและสารตกค้างต่างๆ ใช้แทนปุ๋ยเคมีได้ 100% มีราคาถูก เหมาะกับพืชสวนทุกชนิด โดยเฉพาะพืชตระกูลกัญฯ ไม้ดอก ไม้ประดับ พืชผักสวนครัว ปุ๋ยมูลช้าง “คชาภัณฑ์” ซึ่งผลิตขึ้นที่ปางช้างแม่สาจึงนับเป็นอีกทางเลือกสำหรับเกษตรกร ที่ต้องการลดต้นทุน อยากเพิ่มผลผลิต และยังช่วยสร้างรายได้ในการดูแลอนุรักษ์ช้างไทย ช่วยเหลือคนเลี้ยงช้างให้สามารถอยู่ได้ต่อไป

อย่างไรก็ตามเตรียมพบกับผลิตภัณฑ์ต่างๆ และปุ๋ยพลังช้าง “คชาภัณฑ์” ที่วิจัยและพัฒนาร่วมกันระหว่าง ปางช้างแม่สา หรือศูนย์อนุรักษ์ช้างแม่สา จังหวัดเชียงใหม่ กับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และวิสาหกิจชุมชน สร้างป่าสร้างรายได้​เพิ่ม​มูลค่า​ใบไม้​ บ้านซาง ต.ขี้เหล็ก​ อ.​แม่ริม ทั้งปุ๋ยมูลช้าง ปุ๋ยไส้เดือน กระถางต้นไม้ที่ผลิตจากมูลช้าง กระดาษมูลช้าง รวมถึงผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เป็นนวัตกรรมจากการนำมูลช้างมาเป็นส่วนหนึ่งในการผลิต จะวางจำหน่ายทั่วประเทศในเร็วๆนี้

bddd84aba31f651e75419d7dba7f30c1.jpg
66093309605d6c2d7b610787a4811475.jpg
224858fe38a131a885f8f3a804f58fa5.jpg
0fce54b88a5f2cced9620058d1f66059.jpg
26630ca1ddc96f0255ffc8796fd9b84b.jpg
676722e6997565f945f81d33cf23ef68.jpg
b0f978994f0c839d2d4024fe3617575e.jpg
44e686550f812a8f36447506e80fd73f.jpg
c71e8f0021c077019222deb0de43d3d9.jpg
c248892f80dcae12f58f7a26d5ccd64e.jpg
c18f57ec697f7825605ebaa83d9f7e3b.jpg
fdfc609c3f4b2dcea87a375c6c4e8e8b.jpg
dfa68a0153abf1be2e5666c50e29f3e9.jpg

Facebook Comments