ปางช้างไทยออกแถลงข่าวตอบโต้สื่อนิวซีแลนด์ หลังเผยภาพตะขอสับหัวช้าง ให้ร้ายโจมตีการเลี้ยงช้างไทย

     เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 5 ส.ค.62 ที่โรงแรมเชียงใหม่ฮิลล์ ถนนห้วยแก้ว อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ดร.บุญทา ชัยเลิศ ประธานบริหารปางช้างแม่แตงและรองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นายลายทองเหรียญ มีพันธุ์ประธานกลุ่มคชสารคู่แผ่นดิน เจ้าของปางช้างแลเพนียด จ.พระนครศรีอยุธยา สมาคมสหพันธ์ช้างไทย นายแก้ว บุตรชาติ ควาญช้างอาวุโส ผู้ดูแลพระเศวต ช้างเผือกประจำรัชกาลที่ 9 ดร. นฤมล ศรียานนท์ นักสร้างหนังสารคดีฮอลลีวู้ดผู้สร้างหนังสารคดีช้างไทย Elephant in motion นายกมล ตานุ นายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวแม่แตง นางวาสนา ทองสุข กรรมการผู้จัดการปางช้างแม่แตง ได้เปิดแถลงข่าวกรณีที่มีข่าวการโจมตีการท่องเที่ยวช้างไทยอย่างต่อเนื่องจากสื่อต่างประเทศสำนักข่าวนิวซีแลนด์เฮอรัลด์ โดยใช้ข้อมูลที่เลื่อนลอยไม่เป็นความเป็นจริงหยิบขึ้นมาโจมตี แต่ก็ได้สร้างผลกระทบต่อวงการช้างไทยเป็นอย่างมาก เป็นการรวมตัวกันเพื่อปกป้องศักด์ศรีของช้างไทยและคนเลี้ยงช้าง

 

     สืบเนื่องมาจากสำนักข่าวนิวซีแลนด์เฮอรัลด์ ได้ตีพิมพ์บทความโจมตีการท่องเที่ยวช้างไทยว่ามีความทารุณโหดร้ายโดยมีภาพประกอบข่าวเป็นรูปช้างที่ร่องรอยการทำร้ายบริเวณหน้าผากของช้างที่เป็นภาพที่น่าสังเวชสร้างความสงสารให้กับช้าง ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไปในวงกว้าง และลามมาถึงสื่อมวลชนของประเทศไทยซึ่งได้นำมาขยายผลไปสัมภาษณ์บุคคลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับวงการช้างไทย ส่งผลให้เกิดภาพลบกับวงการท่องเที่ยวช้างไทย ทางผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว และผู้ที่มีส่วนร่วมต่างๆ ในการดำเนินธุรกิจท่องเที่ยวช้างจึงได้ร่วมกันแถลงข่าวเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเข้าใจในวิถีวัฒนธรรมช้างไทย เพื่อความเข้าใจในธุรกิจท่องเที่ยวช้างไทยอย่างถูกต้องไม่ให้ถูกบิดเบือนไปตามกระแสข่าวจากต่างประเทศที่มุ่งหวังทำลายอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ซึ่งถูกโจมตีมาอย่างรุนแรงและต่อเนื่องจากสื่อต่างประเทศโดยที่ปราศจากความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องในวิถีวัฒนธรรมการเลี้ยงช้างไทย เป็นการโจมตีช้างไทยอย่างเป็นขบวนการเพื่อสร้างความเข้าใจผิดและความเสียหายต่อภาพพจน์ของประเทศไทยโดยรวม
     โดยเนื้อหาในบทความที่ตีพิมพ์โดยสำนักข่าวนิวซีแลนด์เฮอรัลด์นั้นได้อ้างถึงนักท่องเที่ยวมาเลเซียที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยแล้วถ่ายภาพไปลงในทวิตเตอร์ส่วนตัว โดยบทความนี้ไม่ได้อ้างอิงถึงบัญชีทวิตเตอร์นั้นเลย นับว่าแหล่งข้อมูลของข่าวมีความเลื่อนลอยไร้ความเป็นจริงที่น่าเชื่อถือ และในบทความนี้ยังได้กล่าวอ้างด้วยว่ามีการสัมภาษณ์โฆษกการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยว่าห้ามให้มีการนั่งช้างและอย่าได้สนับสนุนธุรกิจแบบนี้ ทาง ททท.ไม่ได้สนันสนุนให้นักท่องเที่ยวนั่งช้าง ซึ่งในบทความก็ไม่ได้ระบุถึงชื่อของผู้ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด ไร้ความน่าเชื่อถือโดยสิ้นเชิงกับการนำเสนอข่าวแบบนี้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เป็นที่น่าสังเกตก็คือบทความนี้ระบุว่าเป็นพื้นที่ประชาสัมพันธ์ ซึ่งเป็นธุรกิจอีกประเภทหนึ่งของสำนักข่าวที่ขายพื้นที่ประชาสัมพันธ์ในรูปแบบของบทความ แสดงให้เห็นว่ามีขบวนการจ้องทำลายประเทศไทยโดยเฉพาะอุตสาหกรรรมการท่องเที่ยวไทยที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงไปทั่วโลก โดยหยิบกรณีช้างไทยถูกทารุณในธุรกิจท่องเที่ยวช้างมาเป็นเป้าหมายหลักในการทำลายการท่องเทียวของประเทศไทย

นางวาสนา ทองสุข กรรมการผู้จัดการปางช้างแม่แตง ได้กล่าวให้ความเห็นว่า ในช่วงระยะเวลายี่สิบกว่าปีที่ผ่านมาที่ได้ดำเนินธุรกิจท่องเที่ยวมา ช้างไทยถูกโจมตีมาโดยตลอดโดยคนกลุ่มหนึ่งจากประเทศไทยของเรานี่เอง ไม่ทราบว่าเพื่อจะหวังผลในด้านใด จะทำลายธุรกิจคนอื่นเพื่อมูลนิธิหรือธุรกิจของตัวเองหรืออย่างไร หรือต้องการจะทำลายประเทศไทยกันแน่  เพราะโดยส่วนตัวแล้วเราก็ทำธุรกิจเกี่ยวกับช้างเหมือนกัน รักช้างไม่น้อยไปกว่าใคร และจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าภายในระยะเวลายี่สิบกว่าปีมานี้ที่ทำงานกับช้างมาก็เห็นพัฒนาการที่ดีขึ้นของคุณภาพชีวิตของช้างไทย จากที่ช้างเคยทำงานหนักลากซุง ผอมแห้ง นิสัยไม่ดีก้าวร้าว จนวันนี้ช้างแทบทุกเชือกที่อยู่ในวงการท่องเที่ยวมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงขึ้นเกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ จากที่เกือบจะสูญพันธุ์ ออกลูกยาก แต่ตอนนี้ชาวช้างพวกเราก็ช่วยกันเลี้ยงดูและขยายพันธ์จนสำเร็จมากมาย เกิน100% ในแต่ละปีจะมีลูกช้างคลอดจำนวนมากมาย และจากอดีตมีปัญหาช้างเร่ร่อน หากินข้างถนน มาวันนี้แทบจะไม่มีช้างเร่ร่อนอยู่เลยเพราะช้างเข้าสู่การท่องเที่ยวและที่สำคัญสวัสดิภาพการดูแลรักษาช้างของประเทศไทยเราก็ก้าวหน้าอันดับต้นๆของโลก  ทุกอย่างเป็นเชิงสร้างสรรค์เป็นด้านบวกทั้งนั้นกับวงการช้างชีวิตช้างไทย แล้วทำไมจึงต้องมุ่งโจมตีกันอยู่ตลอดเวลา สร้างข่าวสร้างกระแสให้คนเกลียดประเทศไทยไปทำไมกัน

     นางวาสนา ยังได้กล่าวต่อไปว่าต้องการให้ภาครัฐ โดยเฉพาะหน่วยงานที่ทำงานด้านการท่องเที่ยวโดยตรงเข้ามาดูแลตรงจุดนี้ด้วย เพราะหน้าที่ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวนั้นไม่ใช่แค่ว่าไปโฆษณาให้คนมาเที่ยวประเทศไทยเท่านั้น แต่ก็ควรที่จะตามให้รู้เท่าทันกระแสโลกว่าตอนนี้มีการโจมตีช้างไทยอย่างรุนแรง ไม่ใช่แค่เฉพาะตอนนี้เท่านั้น แต่ธุรกิจท่องเที่ยวช้างไทยถูกโจมตีต่อเนื่องมาตลอดเป็นเวลานานกว่ายี่สิบปีแล้ว แต่ภาครัฐกับไม่ได้ให้ความสนใจทีจะปกป้องธุรกิจช้างไทยแต่อย่างใด ไม่ตอบโต้หรือทำความเข้าใจใดๆ ทั้งสิ้น มีแต่ชาวช้างเท่านั้นที่ต้องดิ้นรนหาทางต่อสู้ด้วยตัวเอง ทั้งๆ ที่ธุรกิจท่องเที่ยวช้างไทยสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยเป็นอันดับต้นๆ ดึงรายได้เข้าประเทศไทยเป็นจำนวนไม่น้อย แต่กลับไม่ได้รับการดูแลเหลียวแลจากภาครัฐเลย อยากจะเรียกร้องให้รัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวช้างไทยให้มากขึ้น โดยเฉพาะครั้งนี้มีการกล่าวอ้างถึงคำพูดของบุคลากรในองค์กรของภาครัฐที่พูดออกไปด้วยความรุนแรงที่สุดสร้างความเสื่อมเสียให้กับวงการช้างไทยและคิดว่าน่าจะสร้างความเสื่อมเสียกับองค์กรหน่วยงานภาครัฐที่อ้างอิงถึงในเนื้อหาของบทความจากนิวซีแลนด์เฮอรัลด์ฉบับนี้ด้วย เพราะระบุชัดเจนว่าเป็นเจ้าหน้าที่ขององค์กรภาครัฐแม้จะไม่ระบุชื่อของแหล่งข่าวก็ตาม แต่ระบุตำแหน่งไว้อย่างชัดเจน และทางเราก็ต้องการความชัดเจนจากองค์กรประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของรัฐบาลไทยด้วยว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

ผศ.น.สพ.ดร.ฉัตรโชติ ทิตาราม หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศด้านการวิจัยช้างและสัตว์ป่า อาจารย์ประจำคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องช้างได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีปางช้างไทยที่ดำเนินธุรกิจท่องเที่ยวว่า มีการพัฒนาไปมาก มีการเปลี่ยนรูปแบบจากเดิมที่เคยมีแต่การแสดง และ การขี่ช้าง มีการเพิ่มเป็นการทำกิจกรรมกับช้าง เช่น อาบน้ำ ให้อาหาร เดินไปกับช้าง การดูแลสุขภาพช้าง และ การให้ความรู้กับนักท่องเที่ยว สร้างความหลากหลายทางกิจกรรมให้เลือก รวมทั้งมีการลดการแสดงที่ผิดธรรมชาติ เช่น ยืนสองขา หกสามเส้า เป็นต้น

ผศ.น.สพ.ดร.ฉัตรโชติ ได้เปิดเผยต่อไปว่าปางช้างเพื่อการท่องเที่ยวในประเทศไทยมีการพัฒนาการดูแล การจัดการทางด้านสวัสดิภาพมากขึ้น และ มีการสัตวแพทย์ที่ช่วยดูแลสุขภาพช้างก็มีมากขึ้นทั่วถึงมากขึ้น รวมทั้งมีการพัฒนางานวิจัยและงานทางวิชาการเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของช้าง  และยอมรับว่าการดูแล การจัดการ การพัฒนาสวัสดิภาพของช้างดีขึ้นโดยรวมแต่ก็ยังไม่ทั้งหมด จึงต้องขอให้คนที่ทำงานเกี่ยวช้างร่วมกันสอดส่องดูแลปางช้างที่มีการดูแลช้างไม่ดีเท่าที่ควรช่วยแนะนำให้คำปรึกษา พัฒนาการจัดการปางช้างเพื่อการท่องเที่ยวไปด้วยกัน รวมทั้งให้มีมาตรฐานปางช้างที่เน้นด้านสวัสดิภาพเพื่อช่วยยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของช้าง และ ควาญช้าง

ดร.นฤมล ศรียานนท์ นักสร้างสารคดีรางวัลระดับโลกเจ้าของผลงานสารคดีช้างไทย Elephant in motion ได้กล่าวว่า เราต้องเสนอความจริงเพราะว่าโลกที่เป็น ethical tourism หรือที่เราเรียกกันว่ากลุ่มโลกสวย กลุ่มนี้เขาเข้าใจในแนวที่เขาต้องการที่จะมองถึงว่าช้างต้องอยุ่กับแนวธรรมชาติอย่างเดียว เขาไม่เข้าใจคำว่าช้าง ช้างต้องอยุ่กับป่าเท่านั้น ไม่ใช่ช้างที่อยู่กับคน แต่คำว่าช้างเลี้ยงของประเทศไทยก็คือช้างที่บรรพบุรุษจับมาแล้วใช้งานแตกลูกแตกหลานกันต่อมาเป็นช้างบ้าน เป็นช้างที่เกิดมาอย่างที่เรียกว่าในครอบครัว มีการปฏิบัติกับช้างอย่างลูกหลาน มีวัฒนธรรมอย่างที่เรียกว่าเลี้ยงช้างอย่างลูกตัวเอง  ฝรั่งเขาต้องเรียนรู้ เขาไม่เข้าใจ ต้องทำให้เขาเข้าใจเรื่องช้างเลี้ยง วัฒนธรรมการเลี้ยงช้างของคนไทย
ดร.นฤมล กล่าวเพิ่มเติมว่าเราต้องสื่อสารต้องพูดต้องเล่า ให้ความรู้กับนักท่องเที่ยว และในการเคลื่อนไหวในสื่อระดับโลกเราก็ต้องสื่อออกไปอย่างที่ตัวเองเคยทำมา คือผลิตหนังผลิตสื่อที่สร้างความเข้าใจให้ถูกต้องในวิถีวัฒนธรรมการเลี้ยงช้างแบบไทย เราต้องให้ความสำคัญกับการสื่อสารความเป็นจริงออกไปให้โลกได้รับรู้ ไม่ใช่ปล่อยให้ขบวนการของเขาทำร้ายประเทศไทยอยู่ฝ่ายเดียว

นายลายทองเหรียญ มีพันธุ์ประธานกลุ่มคชสารคู่แผ่นดิน เจ้าของปางช้างแลเพนียด จ.พระนครศรีอยุธยา สมาคมสหพันธ์ช้างไทย เปิดเผยว่า การที่เค้าไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องช้างและเค้าไม่ได้อยู่กับช้างจริงๆทำให้เข้าใจผิดได้ ช้างไทยเป็นสัตว์สงคราม ปัจจุบันไม่มีช้างเร่ขอทานแล้ว สี่ปีที่เราสะสมความแข็งแรง วางระเบียบกฏเกณฑ์ ฝรั่งไม่ต้องสอนคนไทยรักช้างอยู่แล้ว เราอยากจะเลี้ยงแบบสุนัขไปกอดเค้า แต่บางเชือกไม่ใช่อย่างงั้นเรากอดเค้าไม่ได้