เชียงใหม่ เผยผลการศึกษาฉีดวัคซีนโควิด 2 เข็ม ป้องกัน “โอมิครอน” ไม่ได้ แนะรีบเข้ารับการฉีดกระตุ้นเข็ม 3

3313

เชียงใหม่ เผยผลการศึกษาฉีดวัคซีนโควิด 2 เข็ม ป้องกัน “โอมิครอน” ไม่ได้ แนะรีบเข้ารับการฉีดกระตุ้นเข็ม 3

เมื่อวันที่ 10 ก.พ. 65 นายแพทย์กิตติพันธุ์ ฉลอม ผู้ช่วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า จากผลการศึกษาประสิทธิภาพของวัคซีนในจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเปรียบเทียบสัดส่วนการได้รับวัคซีนในกลุ่มผู้ติดเชื้อ และผู้ที่ไม่ติดเชื้อ ในกลุ่มที่เข้ารับการตรวจเชิงรุกของจังหวัดเชียงใหม่ พบว่าประสิทธิภาพในการป้องกันติดเชื้อของการฉีดวัคซีน 2 เข็ม ในเดือนมกราคมไม่แสดงผลในการป้องกันการติดเชื้อ แตกต่างจากช่วงเดือน ตุลาคม-ธันวาคม 2564 ซึ่งพบการระบาดของสายพันธุ์เดลต้าเป็นหลัก ที่ป้องกันได้ที่ร้อยละ 71 อย่างไรก็ตามการกระตุ้นวัคซีนเข็มที่ 3 พบผลการป้องกันการติดเชื้อได้ร้อยละ 68 ซึ่งยังมีประสิทธิภาพในการป้องกัน แม้จะลดลงจากช่วงเดือน ตุลาคม-ธันวาคม 2564 ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 93 ในส่วนของการป้องกันการเสียชีวิตยังได้ผลดี แม้จะลดลงจากร้อยละ 97 มาอยู่ที่ร้อยละ 89 ในผู้ที่ฉีดวัคซีนสองเข็ม และลดลงจากร้อยละ 99 มาที่ร้อยละ 96 ในผู้ที่ได้รับการกระตุ้นด้วยวัคซีนเข็มที่ 3

6ecf9f92ca6211cb0b4f8e330bc8ab03.jpg

จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ครบระยะเวลาแล้ว เข้ารับการกระตุ้นเข็มที่ 3 เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันในการป้องกันการติดเชื้อ และลดความรุนแรงหากติดเชื้อ และขอเน้นย้ำแนวทางการควบคุมโควิด 19 ระลอกเดือน มกราคม-กุมภาพันธ์ 2565 ตามแนวทางกรมควบคุมโรค โดยมีประเด็นมุ่งเน้น ได้แก่ การสอบสวนค้นหาผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูงให้ครอบคลุมตามนิยามที่กำหนดใหม่ คือ หากสัมผัสผู้ป่วยโควิด-19 โดยตัวเองไม่สวมหน้ากากอนามัย ในระยะไม่เกิน 2 เมตร นานกว่า 5 นาที หรือสัมผัสผู้ป่วยโควิด-19 โดยตัวเองไม่สวมหน้ากากอนามัยในพื้นที่ปิด หรือพื้นที่ปรับอากาศ นานกว่า 30 นาที ให้กักตัวกลุ่มเสี่ยงสูง อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ลดการแพร่เชื้อ ด้วยการกักตัวที่บ้าน 7 วัน และ สังเกตอาการต่ออีก 3 วัน ส่วนการตรวจ ATK เน้นเฉพาะกลุ่มเสี่ยงสูง โดยตรวจวันที่ 5 และ 10 หลังจากสัมผัสผู้ติดเชื้อ และเมื่อมีอาการ และไม่เน้น ตรวจ ATK ทุกคนในองค์กร แนะนำให้ สังเกตอาการและเคร่งครัดในมาตรการป้องกัน DMHTT

686e47c78a3b44d1e44958578b93949f.jpg53c2b9402a366a723ca1cc500f04aa4a.jpg

Facebook Comments