สอง พส. “พระมหาสมปอง-พระมหาไพรวัลย์” ร่วมงานคู่ครั้งสุดท้ายที่เชียงใหม่ เผยอาจสึกเร็วกว่ากำหนด พร้อมให้ตรวจสอบบัญชีหลังถูกระบุมีเงินเก็บสามร้อยล้าน

blank

สอง พส. “พระมหาสมปอง-พระมหาไพรวัลย์” ร่วมงานคู่ครั้งสุดท้ายที่เชียงใหม่ เผยอาจสึกเร็วกว่ากำหนด พร้อมให้ตรวจสอบบัญชีหลังถูกระบุมีเงินเก็บสามร้อยล้าน

ช่วงบ่ายวันที่ 30 พ.ย. 64 รายงานข่าวแจ้งว่า ที่จังหวัดเชียงใหม่ พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต พร้อมกับ พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ เดินทางไปถ่ายทำรายการ ซึ่งเป็นกิจนิมนต์สุดท้ายของพระมหาไพรวัลย์ก่อนลาสิกขา โดยพระมหาไพรวัลย์งดให้สัมภาษณ์ แต่พระมหาปองได้ตอบทุกคำถามแทน

blank

พระมหาสมปอง กล่าวว่า พระมหาไพรวัลย์อาจลาสิกขาก่อนวันที่ 4 หรือ 5 ตามที่ได้แจ้งไว้ตอนแรกและไม่ได้เตรียมการอะไรมาก เพราะขั้นตอนลาสิกขาไม่ยุ่งยาก โดยงานนี้ถือเป็นงานคู่งานสุดท้ายที่จะได้ทำร่วมกันในฐานะพระสงฆ์

blank

ส่วนเรื่องของความรู้สึก ตอนนี้พระมหาไพรวัลย์ได้ตกผลึกแล้วว่าเมื่อหวังดี ปรารถนาดี ยอมฮาราคีรีตัวเอง เสียสละตัวเองเพื่อความถูกต้อง แต่เมื่อความทุ่มเทสูญเปล่าก็ยังเห็นว่ามีหลายสถานภาพที่น่าจะไปทำและทำได้ดี อย่างท่านเคยบอกไว้ เช่น อาจเป็นนักวิชาการพุทธศาสนาเพราะคนรุ่นใหม่อย่างอาตมาชอบอะไรที่โปร่งใสชัดเจน แต่แผนหลักหลังจากลาสิกขาก็คือ การดูแลโยมแม่ เพราะพระมหาไพรวัลย์เป็นลูกคนเดียว

พระมหาสมปอง บอกว่า ใจหายกับการตัดสินใจครั้งนี้ น่าเสียดายเพราะพระไพรวัลย์เป็นพระที่เก่ง ฉลาด เป็นพระที่จะกล้าพูดชัดเจนออกสื่อ อยู่ตรงข้ามกับความอยุติธรรม ความงมงายพระแบบนี้มีน้อย เพราะไม่มีใครกล้า ส่วนที่มีข่าวว่าอาตมาจะสึกตามไปอีกสองปี เรื่องนี้ยังไม่มีอะไรแน่นอน ที่ผ่านมาก็มีจุดพลิกผันเยอะ จึงไม่ยืนยัน

ส่วนกรณีที่มีบางสื่อเสนอข่าวว่าพระมหาไพรวัลย์มีเงินเก็บกว่าสามร้อยล้าน พระมหาสมปอง บอกว่า เสี่ยงมากเสนอข่าวมั่วแบบนี้ โดยเรื่องนี้พร้อมให้ตรวจสอบบัญชีอยู่แล้ว จะได้เห็นว่าทุกวันนี้มีแต่หนี้สิน และ อยากให้ผู้ใหญ่สองสามท่านแสดงบัญชีบ้าง จะให้เราโชว์ก่อนก็ได้ อยากให้ตรวจสอบมากโดยเฉพาะผู้หลักผู้ใหญ่

ในเรื่องนี้พระมหาไพรวัลย์บอกตอนแรกว่าหากขอโทษและแก้ไขจะให้อภัย แต่การเขียนข่าวแบบนี้มันอันตราย และ การมาขอโทษง่าย ๆ มันง่ายไป เรื่องนี้มีทนายความหลายท่านและลูกเพแนะนำให้ฟ้องคดีและรับขอโทษเป็นเงินสดเท่านั้น หากยกโทษให้คราวหน้าก็จะเขียนอีกจึงต้องเจอจริง ๆ ซักคดีสองคดี ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นนิสัยที่แก้ไม่หาย โดยอาตมาจะให้ฟ้องสามร้อยล้านตามข่าวที่เขียน ส่วนที่เหลือแล้วแต่ศาลจะตัดสิน