เชียงใหม่เตรียมปูพรม เคาะประตูบ้าน ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ทั้งคนไทยและต่างด้าว เริ่ม 17 พ.ย. นี้

blank

จังหวัดเชียงใหม่ เพิ่มทีมตรวจเชิงรุก เดินหน้าเคาะประตูบ้าน ตรวจหาเชื้อโควิด-19 อย่างน้อยครัวเรือนละ 1 ราย เป้าหมายทั้งกลุ่มคนไทยและแรงงานต่างด้าว เริ่ม 17 พฤศจิกายนนี้ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ Red Zone ปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด เพื่อให้กลับมาดำเนินชีวิตตามปกติได้โดยเร็ว

เมื่อวันที่ 15 พ.ย. 64 ดร.ทรงยศ คำชัย หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยถึงแนวทางการควบคุมโรค และการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของจังหวัดเชียงใหม่ว่า จากการค้นหาเชิงรุกในพื้นที่เฝ้าระวังสูงสุด หรือ Red Zone ระหว่างวันที่ 12-14 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ได้มีการตรวจหาเชื้อด้วย ATK ไปจำนวน 1,753 ราย พบผู้มีผลบวก 69 ราย และได้ฉีดวัคซีนให้แก่ผู้ที่มีผลการตรวจหาเชื้อเป็นลบ แต่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนไปเพียง 96 ราย ซึ่งถือว่าน้อยมาก จังหวัดเชียงใหม่จึงได้ปรับวิธีการทำงาน โดยเพิ่มทีมตรวจเชิงรุกค้นหาผู้ติดเชื้อทั้งอำเภอเมือง จำนวน 30 ทีม และทีมฉีดวัคซีน 4 ทีม พร้อมกำหนดพื้นที่ให้ชัดเจนและครอบคลุมทุกโซน โดยเฉพาะในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ และปรับวิธีการตรวจหาเชื้อเป็นในลักษณะการเคลื่อนที่หรือเคาะประตูบ้าน ซึ่งจะตรวจ ATK ที่หน้าบ้าน อย่างน้อยครัวเรือนละ 1 ราย นอกจากนี้ จะได้มีการบูรณาการการทำงานกับทุกภาคส่วน และกำกับติดตามการดำเนินงานทุกวัน โดย นายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนี้ ได้กำหนดเป้าหมายทั้งในกลุ่มคนไทยและแรงงานต่างด้าว มีระยะเวลาดำเนินงาน 1-2 สัปดาห์ ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายนนี้

ด้านการฉีดวัคซีน ได้มีการเสนอมาตรการให้ พ่อค้า-แม่ค้าในตลาด จะต้องได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม หรือตรวจ ATK ทุกสัปดาห์ ส่วนแรงงานต่างด้าวให้นายจ้างพาไปฉีดวัคซีน หากไม่ดำเนินการ ผู้ประกอบการจะต้องรับผิดชอบหากมีแรงงานต่างด้าวติดเชื้อโควิด-19

อย่างไรก็ตาม ในช่วงนี้ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ Red Zone ถือปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด เพื่อกลับมาดำเนินชีวิตและกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตามปกติ แต่หากประชาชนไม่ให้ความร่วมมือและยังคงพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นกว่านี้ คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่จะต้องพิจารณาปิดตลาดอีกครั้ง ซึ่งจะมีผลกระทบต่อผู้ประกอบการทุกท่านได้

ทั้งนี้ จากข้อมูลย้อนหลังพบว่าผู้เสียชีวิตจำนวน 85 ราย เป็นเพศชายถึงร้อยละ 63.53 และเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงเกือบทั้งหมด คือเป็นผู้สูงอายุ มีประวัติโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง และส่วนใหญ่ยังไม่เคยได้รับการฉีดวัคซีนมาก่อน หรือได้รับไม่ครบ 2 เข็ม ดังนั้น การเร่งฉีดวัคซีนในกลุ่มดังกล่าวจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันการป่วยรุนแรงและเสียชีวิตหากติดเชื้อโควิด-19 โดยประชาชนสามารถ Walk in เข้ารับการฉีดวัคซีนได้ที่หน่วยบริการฉีดวัคซีนทุกหน่วย หากไม่ได้รับบริการการฉีดวัคซีน ให้แจ้งมายัง Call Center สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่

ข่าว : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่