รวบแก๊งเสื้อฮู้ด ‘ซีซ่าร์’ ตระเวนก่อเหตุทำร้ายชาวบ้าน เขตลำพูน และ สันป่าตอง ตร.คุมตัวหัวหน้าพร้อมลูกน้องรวม 10 คน สอบพบประวัติลูกคนมีเงิน แถมคดีติดตัวร่วม 5 คดี

blank

รวบแก๊งเสื้อฮู้ด ‘ซีซ่าร์’ ตระเวนก่อเหตุทำร้ายชาวบ้าน เขตลำพูน และ สันป่าตอง ตร.คุมตัวหัวหน้าพร้อมลูกน้องรวม 10 คน สอบพบประวัติลูกคนมีเงิน แถมคดีติดตัวร่วม 5 คดี

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 24 ต.ค.64 ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พล...ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช..5 พร้อมด้วย พล...วีรชน บุญทวี รอง ผบช..5 , พล...ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย บก..จว.เชียงใหม่ , ...พงษ์ธรรศ เจริญปรีชญาพงษ์ ผก.สภ.สันป่าตอง ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาวัยรุ่นที่ก่อเหตุตระเวนทำร้ายร่างกายประชาชนในพื้นที่ .ลำพูน และ เขตพื้นที่ .สันป่าตอง ในเวลากลางคืน จากกรณีที่ปรากฏข่าวเมื่อวันที่วันที่ 9 ต.ค.64 ที่ผ่านมา ที่มีกลุ่มวัยรุ่นจำนวนหนึ่งถูกกลุ่มแก๊งสวมเสื้อฮู้ดขับรถจักรยานยนต์มาหลายสิบคัน แล้วจู่ๆ ก็เข้ามารุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บที่บริเวณริมถนนสาย สันป่าตอง-แม่วาง ตรงข้ามทางเข้าบ้านหัวริน .ทุ่งสะโตก .สันป่าตอง .เชียงใหม่ หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบสวนจับกุมตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุ จนกระทั่งจับกุม 2 ผู้ต้องหาในคดีนี้ได้คือ นายแบ อายุ 16 ปี และ นายโอ๊ต อายุ 17 ปี โดยทั้ง 2 คน เป็นชาว .ลำพูน และทำการแถลงข่าวที่ สภ.สันป่าตอง เมื่อวันที่ 12 ต.ค.64 ที่ผ่านมา

blank

ขณะที่ล่าสุดในวันนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการคุมตัวหัวหน้ากลุ่มนี้คือ นายซีซ่า อายุ 24 ปี ชาว จ.ลำพูน ที่หลังจากวานนี้ (23 ต.ค.64) ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามจับกุมตัวได้ที่บ้านพัก ต.ไชยสถาน ต.อุโมงค์ อ.เมือง จ.ลำพูน พร้อมด้วยของกลาง โทรศัพท์มือถือจำนวนหลายสิบเครื่อง และเสื้อฮู้ดแขนยาวสีขาว รวมทั้งเสื้อผ้าที่สวมใส่ก่อเหตุ นอกจากนี้ยังได้ดำเนินการติดตามจับกุมตัวลูกน้องของ นายซีซ่า ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ร่วมก่อเหตุที่ส่วนใหญ่ยังเป็นเยาวชน อายุ 14-17 ปี อีกจำนวน 10 คน และได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดมาทำการสอบสวน โดยทั้งหมดจะถูกดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกในการวิ่งราวทรัพย์ , ร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ และ มั่วสุมตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือ ทำการอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง

blank

ทั้งนี้ทางด้าน พล...ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช..5 เปิดเผยว่า การจับกุมกลุ่มวัยรุ่นผู้ก่อเหตุในครั้งนี้ คือ แก๊งซีซ่า หรือ “แก๊งเฮอริเคน” ที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการติดตามจับกุมเกือบทั้งแก๊ง ที่มีพฤติกรรมออกตระเวนก่อเหตุทำร้ายร่างกายและชิงทรัพย์ประชาชน โดยกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนี้จะรวมตัวกันออกตระเวนก่อเหตุในช่วงกลางคืนโดยซิ่งรถจักรยานยนต์กันไปเป็นกลุ่มใหญ่ และเมื่อมีกันจำนวนมากจึงเกิดความฮึกเหิม และก่อเหตุประทุษร้ายหรือทำร้ายร่างกายประชาชนที่ขับรถหรืออยู่ในบริเวณพื้นที่ ซึ่งจากการสอบสวนทราบข้อมูลว่า กลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนี้ ได้มีการรวมตัวกันมาตั้งแต่ช่วงต้นปี โดยใช้ชื่อแก๊งว่า “เฮอริเคน” หลังจากนั้นก็ได้มีการรวมตัวกันมากขึ้นเรื่อยๆ โดยในขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมมาได้แล้วทั้งหมดจำนวน 11 คน โดยเป็นเด็กและเยาวชนส่วนหนึ่ง และอีกส่วนเป็นวัยรุ่นผู้ใหญ่อีกส่วนหนึ่ง ซึ่งในส่วนของสมาชิกกลุ่มที่เหลือทางเจ้าหน้าที่ก็จะมีการขยายผลการจับกุมเพิ่มเติมต่อไป

blank

ขณะที่ทางด้าน พล...ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย บก..จว.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า สำหรับในส่วนของ นายปฏิภาณ หรือซีซ่า พบว่าเป็นผู้มีคดีติดตัวถึง 5 คดี และส่วใหญ่ก่อเหตุในลักษณะเช่นนี้ในท้องที่ .ลำพูน โดย นายปฏิภาณ หรือซีซ่า นั้นมีลักษณะเป็นผู้นำหรือหัวหน้าของกลุ่มเด็กที่ก่อเหตุ เนื่องจากมีอายุมากกว่า และชักชวนเด็กมารวมตัวกันขับรถจักรยานยนต์บนท้องถนน และเมื่อมีสมาชิกกลุ่มมากขึ้นก็เกิดความคึกคะนองจึงมีการก่อเหตุไล่ทำร้ายร่างกายประชาชน หรือกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มอื่น โดยในส่วนของเหตุที่เกิดในท้องที่ .สันป่าตอง นายปฏิภาณ หรือซีซ่า ก็มีส่วนร่วมด้วย แต่เจ้าตัวบอกว่าไม่ได้ลงมือก่อเหตุเอง แต่เป็นเด็กในกลุ่มเป็นคนลงมือทำ ส่วนสถานที่พบปะหรือนัดหมายเจอกันนั้นก็จะมีการพูดคุยกันในกลุ่มไลน์หรือเฟสบุ๊ก หลังจากนั้นก็มารวมกลุ่มกันจนกลายเป็นกลุ่มใหญ่ที่ก่อเหตุในลักษณะดังกล่าว ซึ่งในส่วนของสมาชิกที่เหลือนั้นตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ก็ทราบชื่อบางส่วนแล้ว โดยคาดว่าจะดำเนินการติดตามจับกุมเพิ่มอีกประมาณ 8-10 คน ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างรวบรวมหลักฐานและออกหมายจับ

blank

ผบช..5 กล่าวเพิ่มเติมว่า อย่างไรก็ตามในส่วนของคดีหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหล่านี้ ส่วนใหญ่มักเกิดมาจากความคึกคะนอง หรือความรู้เท่าไม่ถึงการของเด็กหรือวัยรุ่น ที่อาจเกิดจากการทำตามกัน ซึ่งอยากฝากถึงทางผู้ปกครองของเด็กในการดูแลเอาใจใส่ และไม่อยากให้ปล่อยปละละเลย อย่างเช่นกรณีที่เกิดขึ้นนี้หากเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบ พบว่าผู้ปกครองมีการส่งเสริม หรือปล่อยปละละเลย ก็จะมีความผิดร่วมด้วย และทางผู้ปกครองก็อาจจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอีกด้วย

blank