หนุ่มนักศึกษาเชียงใหม่ ไปร่วมชุมนุมม็อบจนถูกไล่ออกจากบ้าน โพสต์โซเชียลวอนผู้ใหญ่เปิดกว้างทางความคิด

blank

หนุ่มนักศึกษาเชียงใหม่ ไปร่วมชุมนุมม็อบจนถูกไล่ออกจากบ้าน โพสต์โซเชียลวอนผู้ใหญ่เปิดกว้างทางความคิด

วันที่ 1 ก.ย.64 รายงานข่าวแจ้งว่า บนโลกโซเชี่ยล นักศึกษาหนุ่ม อายุ 21 ที่กำลังเรียนอยู่ชั้นปี 4 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ โพสต์ระบายความอัดอั้นในเฟซบุ๊กส่วนตัว หลังถูกพ่อไล่ออกจากบ้านให้ไปอยู่ที่อื่นเพราะไม่พอใจที่ตัวเขาไปร่วมม็อบหลายครั้งในจังหวัดเชียงใหม่ ตัดพ้อ “ผมไปม็อบ ผมไม่ได้ไปฆ่าคนตายครับ หยุดคุกคามผม ผมมีสิทธิและเสรีภาพครับ “

blank

ต่อมาผู้สื่อได้ทำการติดต่อไปยัง “น้องโอ๊ต” นักศึกษาหนุ่มคนนี้ผ่านวีดีโอคอล โดยน้องโอ๊ตเล่าว่า ระหว่างเรียนได้พักอาศัยในบ้านพักข้าราชการตามสิทธิของบิดาที่เป็นข้าราชการหน่วยงานแห่งหนึ่ง ส่วนบิดาไม่ได้อยู่ด้วยกันที่บ้านพัก แต่ไปอยู่กับภรรยาใหม่ ช่วงที่ผ่านมาตนเองจะไปร่วมกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมืองเป็นประจำ เพราะต้องการแสดงจุดยืนทางการเมืองเหมือนกับคนอื่นๆ ปรากฏว่าระยะหลังบิดาได้มาเตือนและห้ามไม่ให้ไปร่วมม็อบ โดยบอกว่าเป็นห่วง ซึ่งตนเองก็ยืนยันแล้วว่าไปร่วมชุมนุมอย่างสันติ

blank

กระทั่งมาทราบภายหลังว่าบิดาถูกหัวหน้างานกดดัน เพราะไม่พอใจที่ลูกหลานข้าราชการไปร่วมม็อบ ถึงขั้นที่หัวหน้างานของบิดาได้มาพูดคุยกับตนเอง มาสอบถามถึงเหตุที่ไปม็อบว่าไปทำอะไรแล้วได้อะไร ทั้งยังถามถึงครอบครัวญาติพี่น้องอย่างละเอียด ทำให้ตนเองเริ่มรู้สึกถูกคุกคามจากผู้ใหญ่

ขณะที่ล่าสุดตนเองได้ไปร่วมคาร์ม็อบเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ที่ผ่านมา ปรากฏว่าวันรุ่งขึ้นบิดาได้มาพูดขอให้ตนเองออกไปจากบ้านพัก ให้ไปอยู่กับญาติที่อื่น เพราะไม่อยากมีปัญหากับหัวหน้างาน ทำให้ตนเองต้องเก็บกระเป๋าไปอยู่บ้านญาติ กระทบกับการเรียนในปีสุดท้ายเพราะต้องเดินทางไกลกว่าเดิมหลายสิบกิโลเมตร

น้องโอ๊ต บอกว่า เรื่องที่เกิดขึ้นไม่โกรธพ่อ เข้าใจว่าพ่อคงไม่สบายใจและรู้สึกกดดันและยอมออกจากบ้านพักมาเพราะไม่อยากให้พ่อหนักใจ พยายามทำความเข้าใจ แต่เรื่องที่เกิดขึ้นอยากสื่อสารกับหัวหน้างานของพ่อและสังคมว่า ลูกข้าราชการไปม็อบผิดตรงไหน เพราะเป็นเสรีภาพในการแสดงออก และ การไปม็อบไม่ได้เลวร้าย เป็นการไปแสดงจุดยืนในฐานะประชาชนคนหนึ่ง อยากให้คนที่เป็นผู้ใหญ่ยอมรับความคิดเห็นที่แตกเห็นต่างมากกว่านี้