SME D Bank จัดให้! สินเชื่อดอกเบี้ยถูกสุดในระบบ 1%ต่อปี ปลุกเอสเอ็มอีท่องเที่ยว ร้านอาหาร รีบแจ้งความประสงค์ คว้าโอกาสโค้งสุดท้าย มาก่อนมีสิทธิ์ก่อน

67

SME D Bank จัดให้! สินเชื่อดอกเบี้ยถูกสุดในระบบ 1%ต่อปี ปลุกเอสเอ็มอีท่องเที่ยว ร้านอาหาร รีบแจ้งความประสงค์ คว้าโอกาสโค้งสุดท้าย มาก่อนมีสิทธิ์ก่อน

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ในฐานะหน่วยร่วมของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ดำเนินการ “โครงการสนับสนุน SMEs รายย่อย” สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ 1% ต่อปี ผ่อนนานสูงสุด 7 ปี ปลอดชำระคืนเงินต้นสูงสุดไม่เกิน 1 ปี เผยว่า หลังจากเริ่มเปิดแจ้งความประสงค์ยื่นกู้ เมื่อเวลา 13.00 น. วันพุธที่ 11 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา ขณะนี้ มีผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว ร้านอาหารในกลุ่มเป้าหมายให้ความสนใจ แจ้งความประสงค์ยื่นกู้ผ่านช่องทางต่าง ๆ มาจำนวนมาก รวมมากกว่า 550 ราย วงเงินเกือบ 200 ล้านบาท โดยโครงการดังกล่าว จะใช้กระบวนการมาก่อนมีสิทธิ์ก่อน (First Come First Serve) และปิดรับแจ้งความประสงค์เมื่อเต็มวงเงิน จึงขอเชิญชวนให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในกลุ่มเป้าหมายที่สนใจ รีบดำเนินการแจ้งความประสงค์โดยเร็ว ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ ได้แก่ สแกน QR Code ในโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ หรือคลิก https://qrgo.page.link/VF6Ka รวมถึง เว็บไซต์ของ SME D Bank , Line OA : SME Development Bank และแอปพลิเคชั่น : SME D Bank สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1357
สำหรับโครงการสนับสนุน SMEsรายย่อย วงเงินรวม 1,200 ล้านบาท ถือเป็นโครงการสินเชื่อเพื่อเอสเอ็มอีที่อัตราดอกเบี้ยต่ำสุดในระบบเพียง 1% ต่อปี ใช้เกณฑ์พิจารณาจากหลักฐานการเสียภาษีในปี 2563 หรือ 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกลุ่มเป้าหมายเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น
ทั้งนี้ กำหนดกลุ่มเป้าหมาย เพื่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอี กลุ่มธุรกิจโรงแรม ห้องพัก เกสต์เฮ้าส์ และธุรกิจสปาที่ตั้งอยู่ในโรงแรม ห้องพัก เกสต์เฮาส์ ใน 10 จังหวัด พื้นที่นำร่องเปิดการท่องเที่ยว ประกอบด้วย 1.ภูเก็ต 2.กระบี่ 3.พังงา 4.สุราษฎร์ธานี 5.เชียงใหม่ 6.ชลบุรี 7.เพชรบุรี 8.ประจวบคีรีขันธ์ 9.บุรีรัมย์ และ 10.กรุงเทพมหานคร หรือที่จะมีประกาศเพิ่มเติม รวมถึง กลุ่มธุรกิจภัตตาคาร ร้านอาหาร ใน 29 จังหวัด พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ประกอบด้วย 1. กรุงเทพมหานคร 2. กาญจนบุรี 3.ชลบุรี 4.ฉะเชิงเทรา 5. ตาก 6. นครปฐม 7. นครนายก 8. นครราชสีมา 9. นราธิวาส 10.นนทบุรี 11.ปทุมธานี 12.ประจวบคีรีขันธ์ 13.ปราจีนบุรี 14.พระนครศรีอยุธยา 15.เพชรบุรี 16.ปัตตานี 17.เพชรบูรณ์ 18.ยะลา 19.ระยอง 20.ราชบุรี 21.ลพบุรี 22.สงขลา 23.สิงห์บุรี 24.สมุทรปราการ 25.สมุทรสงคราม 26.สมุทรสาคร 27.สระบุรี 28.สุพรรณบุรี และ 29.อ่างทอง หรือที่จะมีประกาศเพิ่มเติม
สำหรับคุณสมบัติของผู้ยื่นกู้ในโครงการนี้ ต้องเป็นสมาชิก สสว. กรณียังไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับ สสว. สามารถขอขึ้นทะเบียนก่อนได้ ( http://members.sme.go.th/newportal/ ) โดยต้องเป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกลุ่มรายย่อย (Micro) และขนาดย่อม (Small) ตามนิยามของ สสว. อีกทั้ง ไม่เคยได้รับความช่วยเหลือเงินทุนในโครงการพลิกฟื้นฯ โครงการฟื้นฟูฯ หรือกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ รวมถึง ต้องไม่เป็นหนี้ NPLs ไม่ถูกดำเนินคดี และไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ด้านหลักประกัน บุคคลธรรมดา ใช้บุคคลที่น่าเชื่อถือค้ำประกัน นิติบุคคล ใช้กรรมการผู้มีอำนาจแทนนิติบุคคลค้ำประกัน
วงเงินกู้ สำหรับบุคคลธรรมดา พิจารณาจากการชำระภาษี ภ.ง.ด.90 ในปี 2562 หรือ 2563 ที่สูงกว่า และความเป็นเจ้าของสถานประกอบการ สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท หากจำนวนเงินที่ชำระภาษี 0-10,000 บาท วงเงินกู้สูงสุด 100,000 บาท , จำนวนเงินที่ชำระภาษี 10,001-20,000 บาท วงเงินกู้สูงสุด 200,000 บาท และจำนวนเงินที่ชำระภาษีมากกว่า 20,000 บาทขึ้นไป วงเงินกู้สูงสุด 300,000 บาท กรณีมีสถานประกอบการเป็นของตัวเองหรือบุคคลในครอบครัว ให้วงเงินเพิ่มอีกลำดับละ 50,000 บาท แต่รวมแล้วสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท สำหรับนิติบุคคล ไม่เกินร้อยละ 50 ของค่าใช้จ่ายในงบการเงินปี 2562 หรือ 2563 ที่สูงกว่า สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท
ที่มา : Pr chiangmai
Facebook Comments