เชียงใหม่ ยกระดับควบคุมโรค ปรับเวลา ดื่มแอลกอฮอล์ในร้านได้ถึง 3 ทุ่ม ส่วนร้านจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อื่น กำหนดเวลาขายเป็น 2 ช่วง เริ่ม 1 กรกฎาคมนี้

381
blank

เชียงใหม่ ยกระดับควบคุมโรค ปรับเวลา ดื่มแอลกอฮอล์ในร้านได้ถึง 3 ทุ่ม ส่วนร้านจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อื่น กำหนดเวลาขายเป็น 2 ช่วง เริ่ม 1 กรกฎาคมนี้

จังหวัดเชียงใหม่ แถลงพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา แล้ว 11 ราย เป็นการนำเข้าจากต่างพื้นที่และกระจายในวงเครือญาติ สาธารณสุขฯ เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ด้านคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ออกคำสั่งร้านจำหน่ายอาหาร/เครื่องดื่ม ที่ได้รับใบอนุญาตจากกรมสรรพสามิต บริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้าน ได้ถึงเวลา 21.00 น. และปิดร้านในเวลา 22.30 น. ส่วนร้านจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อื่น กำหนดเวลาขายเป็น 2 ช่วง มุ่งควบคุมและป้องกันโรคโควิด – 19 บังคับใช้ 1 กรกฎาคมนี้ ฝ่าฝืนมีโทษปรับ

วันนี้ (30 มิ.ย. 64) ที่ศูนย์บัญชาการสถานการณ์การระบาดโรค Covid-19 จังหวัดเชียงใหม่ นายกนก ศรีวิชัยนันท์ ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยดร.ทรงยศ คำชัย หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกันแถลงสถานการณ์การระบาดของโรค Covid-19 จังหวัดเชียงใหม่ประจำวัน

ดร.ทรงยศ คำชัย หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่าวันนี้จังหวัดเชียงใหม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 4 ราย ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมเป็น 4,169 ราย รักษาหายแล้ว 4,097 ราย ยังคงมีผู้รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลทุกประเภท จำนวน 46 ราย แยกเป็นโรงพยาบาลรัฐ 37 ราย โรงพยาบาลเอกชน 9 ราย โดยในวันนี้ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมของจังหวัดเชียงใหม่ยังอยู่ที่ 26 ราย ขณะที่กลุ่มผู้ติดเชื้อที่ยังรักษาตัวอยู่นั้น แยกเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่มีอาการหรืออาการเล็กน้อย (สีเขียว) 28 ราย อาการปานกลาง (สีเหลือง) 14 ราย อาการค่อนข้างหนัก (สีส้ม) 3 ราย และผู้ป่วยอาการหนัก (สีแดง) 1 ราย

การตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด-19 ในกลุ่มผู้สัมผัสหรือผู้เสี่ยงสูง เมื่อวานนี้ (29 มิ.ย. 64) ตรวจไป 951 ราย พบเชื้อ 4 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.40 ส่วนปัจจัยเสี่ยงยังคงเป็นการนำเชื้อเข้ามาจากต่างจังหวัด ซึ่งผู้ติดเชื้อ 3 รายสัมผัสโรคมาจากต่างจังหวัด และอีก 1 ราย เป็นผู้สัมผัสในครอบครัวต่อจากผู้ที่เดินทางเข้ามาจากต่างจังหวัด จึงขอย้ำเตือนให้ผู้ที่เดินทางเข้าพื้นที่ปฏิบัติตนตามมาตรการของจังหวัดเชียงใหม่อย่างเคร่งครัดจริงจัง ทั้งการสแกน CM CHANA และกักตนเอง ซึ่งหากกักตัวที่บ้านต้องแยกห่างจากคนในครอบครัว เพื่อความปลอดภัยของญาติพี่น้อง แต่ถ้าไม่ปฏิบัติตาม ก็จะพบผู้สัมผัสจำนวนมาก และอาจเกิดการแพร่ระบาดไปในวงกว้างจนกลายเป็นคลัสเตอร์ใหญ่ได้

ด้านการตรวจคัดกรองเชิงรุก ในแคมป์คนงานต่างด้าว ได้ลงพื้นที่สุ่มตรวจไปแล้ว 93 ราย ใน 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอจอมทอง ฮอด แม่แจ่ม กัลยาณิวัฒนา และอำเภอไชยปราการ ทั้งหมดผลเป็นลบ ขณะที่คลัสเตอร์ใน จังหวัดเชียงใหม่ เหลือคลัสเตอร์ที่เฝ้าระวังอยู่ 4 คลัสเตอร์ ไม่พบผู้ติดเชื้อต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายวันแล้ว 2 คลัสเตอร์ และมีคลัสเตอร์ที่ยังต้องเฝ้าระวังใกล้ชิดอีก 2 คลัสเตอร์

กรณีปรากฏข่าวในโซเชียล ว่า จังหวัดเชียงใหม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์เดลตานั้น ได้ชี้แจงว่า เป็นการตรวจพบในครั้งแรกจำนวน 2 ราย และได้แพร่ระบาดในวงญาติใกล้ชิด เพิ่มอีก 9 ราย รวมเป็น 11 ราย ซึ่งเป็นการติดเชื้อจากการนำเข้าแล้วแพร่กระจายในวงเครือญาติ โดยทางสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ได้เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

รายละเอียดของผู้ติดเชื้อรายใหม่ 4 ราย คือ CM 4249 ชายอายุ 45 ปี สัญชาติฟิลิปปินส์ เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงของ CM 4220 ที่เป็นบาทหลวงศาสนาคริสต์ที่เดินทางมาจากกรุงเทพมหานคร แล้วกักตัวที่บ้านโดยมีเพื่อน 3 คน อาศัยอยู่ร่วมกัน ซึ่งเพื่อนได้ตรวจพบเชื้อไปก่อนหน้าแล้ว ส่วนรายนี้ได้กักตัวอยู่ที่บ้าน กระทั่งวันที่ 29 มิถุนายน เริ่มมีอาการไอ จึงเข้ารับการตรวจครั้งที่ 2 และพบเชื้อ ไม่มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเพิ่ม

CM 4250 และ CM 4252 เป็นพ่อลูกชาวเชียงใหม่ที่เดินทางไปค้าขายในกรุงเทพมหานคร โดยพ่ออายุ 75 ปี และลูกชายอายุ 41 ปี ซึ่งลูกชายขายกาแฟอยู่แขวงศรีจันทร์ โดยวันที่ 14 มิถุนายน เริ่มมีอาการไข้ ปวดหัว และวันที่ 18 มิถุนายน เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวกลับมาจังหวัดเชียงใหม่ และเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลแม่แตง ซึ่งพ่อมีอาการทางปอดได้ถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสันทรายก่อนที่จะทราบผลว่าติดเชื้อโควิด-19 จากการตรวจสอบพบว่ามีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 1 ราย คือ มารดา อยู่ระหว่างรอผลตรวจ และผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำในชุมชน 1 ราย ให้เฝ้าสังเกตอาการ

ส่วน CM 4251 มีภูมิลำเนาอยู่ที่กรุงเทพมหานคร และเดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ด้วยสายการบิน Vietjet เที่ยวบินที่ VZ114 ที่นั่ง 27F และได้ใช้บริการรถแท็กซี่สนามบิน แวะปั๊ม ปตท.แม่ริม ก่อนที่จะเข้าพักที่ธารกล่อมโฮมสเตย์ และมีเพื่อนมาหา จากนั้นเช้าวันที่ 29 มิถุนายน อสม. เห็นข้อมูลใน CM CHANA เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าไปตรวจคัดกรอง และพบเชื้อในวันนี้ (30 มิ.ย. 64) โดยไม่มีอาการ

สำหรับผู้เดินทางเข้ามาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 10 จังหวัด มียอดสแกน CM CHANA สะสม 21,045 ราย ติดตามตัวได้ 18,055 ราย คิดเป็นร้อยละ 85.79 มีผู้ที่ไม่สแกน CM CHANA ที่ทีมโควิดหมู่บ้านติดตามได้เพิ่มขึ้นพบถึง 72 ราย และยังมีผู้ที่ทีมโควิดหมู่บ้านยังหาตัวไม่พบอีกจำนวนมาก จึงขอให้เจ้าบ้าน ผู้ให้ที่พักอาศัย โรงแรม คอนโดฯ หอพักต่าง ๆ แจ้งต่อผู้ที่เข้าพักให้ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการโรคติดต่อ พร้อมแจ้งเบาะแสให้กับเจ้าพนักงานในพื้นที่ทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดขึ้นอีกครั้ง หากผู้ใดไม่ปฏิบัติตามจะมีความผิดตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ประชากรกลุ่มเป้าหมายฉีดวัคซีนของจังหวัดเชียงใหม่อยู่ที่ 1,200,000 คน ขณะนี้มีผู้ประสงค์ฉีดแล้ว 841,825 คน คิดเป็นร้อยละ 70 คงค้างอีกร้อยละ 30 จะถึงเป้าหมายในการเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ที่ป้องกันโรคโควิด-19 ได้ โดยมีผู้ที่ได้รับการฉีดไปแล้ว 130,438 คน จึงขอเชิญชวนทุกท่านที่ยังไม่ได้จองคิวฉีด ให้จองคิวผ่านเว็บเบส “ก๋ำแปงเวียง” ที่เดียว ส่วนหน่วยงานหรือองค์กรต่าง ๆ สามารถส่งรายชื่อเป็นองค์กรจองเข้ามาได้

กรณีข่าวพบวัคซีนซิโนแวคมีลักษณะเป็นเจล จากการตรวจสอบของทีมบริหารจัดการวัคซีนจังหวัดเชียงใหม่ พบว่าวัคซีนล็อตดังกล่าวไม่ได้เข้ามาในจังหวัดเชียงใหม่แต่อย่างใด ซึ่งสาเหตุเกิดจากการวางวัคซีนไว้ชิดติดกับ Icepack หรือเจลทำความเย็นมากเกินไป จนทำให้วัคซีนเกิดเป็นเจลขึ้น แต่ไม่มีอันตรายใดๆ และทางกระทรวงสาธารณสุขก็ให้เก็บตัววัคซีนล็อตดังกล่าวคืนทั้งหมดแล้ว เพื่อความปลอดภัย พร้อมกำชับบุคลากรที่ทำหน้าที่ฉีดวัคซีนไม่ให้วางขวดวัคซีนชิดติดกับน้ำแข็งเกินไป ทั้งนี้ขอให้ประชาชนมั่นใจในความปลอดภัยของวัคซีน

นายกนก ศรีวิชัยนันท์ ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ด้วยกระทรวงมหาดไทย และกรมควบคุมโรค ได้ประสานเน้นย้ำมายังคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ให้กำชับเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่ ออกคำสั่งเป็นหนังสือแก่ผู้ประกันตนที่ถูก “แยกกัก” หรือ “กักกัน” จากกรณีโรคโควิด-19 เพื่อเป็นเอกสารประกอบการขอรับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน เนื่องจากมีเหตุสุดวิสัย อันเกิดจากการระบาดของโรคติดต่ออันตราย ตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ พ.ศ. 2563 อาทิ ถูกสั่งให้กักตัว สถานประกอบการ/ร้านค้า ถูกสั่งให้ปิดชั่วคราว หรือสถานประกอบการปิดตัวลงในห้วงสถานการณ์โควิด-19

คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ จึงได้มีหนังสือสั่งการไปยังทุกอำเภอแล้ว เพื่อกำชับให้เจ้าพนักงานโรคติดต่อดำเนินการตามแนวทางดังกล่าว ทั้งนี้ ลูกจ้างจะได้รับสิทธิในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างรายวัน ตลอดระยะเวลาที่มีการกักตัวหรือเฝ้าระวังการระบาด หรือกรณีที่มีคำสั่งปิดสถานที่/สถานประกอบการ แล้วแต่กรณี แต่ไม่เกิน 90 วัน

และจากมาตรการป้องกันโรคโควิด – 19 โดยเฉพาะในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทำให้มีการเคลื่อนย้ายแรงงานหรือคนต่างจังหวัดที่เข้าไปทำงานในพื้นที่ดังกล่าว กลับมายังภูมิลำเนามากขึ้น ซึ่งเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด – 19 ในจังหวัดเชียงใหม่ คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ จึงได้มีมติออกคำสั่งที่ 69/2564 เรื่องห้ามบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้านและบริเวณต่อเนื่อง เพื่อให้การควบคุมและป้องกันโรคติดเชื้อโควิด – 19 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีสาระสำคัญคือ ร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม ที่ได้รับอนุญาตให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากกรมสรรพสามิต สามารถบริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้านและบริเวณต่อเนื่อง ได้ถึงเวลา 21.00 น. และให้ปิดร้านในเวลา 22.30 น. ส่วนการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ให้จำหน่ายได้ระหว่างเวลา 11.00 – 14.00 น. และเวลา 17.00 – 21.00 น. ผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท ตามมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2564

//////////////////
นันธิกา กิจปาโล/ศราวุธ เจิมจันทร์ ข่าว-ภาพ
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่
30 มิถุนายน 2564