ด่วน‼ เชียงใหม่พบคลัสเตอร์ใหม่ “สถาบันกวดวิชา LEARN SI’R” หลังวันนี้พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 1 ราย และมีกลุ่มเสี่ยงรอผลตรวจอีกเกือบร้อยคน

1519
blank

ด่วน‼ เชียงใหม่พบคลัสเตอร์ใหม่ “สถาบันกวดวิชา LEARN SI’R” หลังวันนี้พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 1 ราย และมีกลุ่มเสี่ยงรอผลตรวจอีกเกือบร้อยคน

วันนี้ (19 มิ.ย. 64) ที่ศูนย์บัญชาการสถานการณ์การระบาดโรค Covid-19 จังหวัดเชียงใหม่ นายกนก ศรีวิชัยนันท์ ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย ดร.ทรงยศ คำชัย หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมแถลงสถานการณ์การระบาดของโรค Covid-19 ระลอกเดือนเมษายนจังหวัดเชียงใหม่ประจำวัน

ดร.ทรงยศ คำชัย หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ แจ้งว่า วันนี้จังหวัดเชียงใหม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3 ราย ซึ่งเกี่ยวข้องกับผู้ติดเชื้อ CM4204 ที่เป็นติวเตอร์สถาบันกวดวิชา ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมเป็นจำนวน 4,126 ราย รักษาหายแล้ว 4,079 ราย ผู้รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลทุกประเภท จำนวน 21 ราย แยกเป็นโรงพยาบาลรัฐ 17 ราย โรงพยาบาลเอกชน 4 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมยังอยู่ที่ 26 ราย ขณะที่กลุ่มผู้ติดเชื้อที่ยังรักษาตัวอยู่นั้น แยกเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่มีอาการหรืออาการเล็กน้อย (สีเขียว) 16 ราย อาการปานกลาง (สีเหลือง) 4 ราย และผู้ป่วยอาการค่อนข้างหนัก (สีส้ม) 1 ราย

การตรวจผู้สัมผัสและผู้สัมผัสเสี่ยงสูง เมื่อวานนี้ (18 มิ.ย. 64) ได้มีการตรวจหาเชื้อ จำนวน 756 ราย พบเชื้อ 3 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.4 ในด้านความเสี่ยง ยังถือว่าจังหวัดเชียงใหม่ยังมีความเสี่ยงอยู่มาก เนื่องจากเป็นจังหวัดท่องเที่ยว มีการเคลื่อนย้ายของประชากรมาก ซึ่งจะพบว่ามีการนำเข้าเชื้อโควิดจากพื้นที่อื่นตลอดมา และต่อเนื่องถึงการสัมผัสในครอบครัวและในสถานที่ทำงาน ส่วนการตรวจค้นหาเชิงรุก วันนี้ทีมตรวจคัดกรองเชิงรุกของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ได้ออกตรวจกลุ่มเสี่ยงที่วิทยาลัยเทคนิคเชียงใหม่ทั้งครูและนักศึกษาแผนกช่างกล จำนวน 97 ราย โดยผลจะทราบในวันพรุ่งนี้ และทีมตรวจคัดกรองของอำเภอดอยเต่า ได้ทำการออกตรวจที่บ้านโปงทุ่ง อำเภอดอยเต่า อีก 22 ราย ซึ่งผลจะออกในวันพรุ่งนี้เช่นกัน

ส่วนคลัสเตอร์เดิมต่าง ๆ ยังคงเหลือคลัสเตอร์ที่เฝ้าระวัง 3 คลัสเตอร์ และวันนี้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ประกาศคลัสเตอร์ใหม่ คือ คลัสเตอร์สถาบันกวดวิชา Learn Si’r (เลิร์น เซอร์) เนื่องจากมีการพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น และมีแนวโน้มจะแพร่ขยายออกไปอีก เนื่องจากสัมพันธ์กับคัสเตอร์ที่จังหวัดแพร่ โดยจังหวัดเชียงใหม่นั้น พบผู้ติดเชื้อจากติวเตอร์ CM4204 แล้ว 2 ราย ส่วนนักเรียนที่เข้าเรียนกับติวเตอร์รายนี้ 7 ราย พบผลการตรวจครั้งแรกเป็นลบ แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดต่อไป

โดยไทม์ไลน์ล่าสุดของ ผู้ติดเชื้อ CM4206 รายเมื่อวานนี้พบว่า มีประวัติไทม์ไลน์เพิ่มขึ้น โดยไปร่วมรับประทานอาหารกับผู้ติดเชื้อ CM4204 หลายแห่งด้วยกัน ส่วนผู้ติดเชื้อรายล่าสุดของคลัสเตอร์นี้ คือ รหัส CM 4209 ซึ่งเป็นพี่ชายของ CM4206 เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง ทำงานพาร์ทไทม์ร้านอาหารญี่ปุ่น HANAWA วันที่ 10 มิถุนายน เริ่มมีอาการมีไข้ ไอ เจ็บคอ และร่วมรับประทานอาหารกับ CM4204 และ CM4206 วันที่ 11 มิถุนายน ไปตรวจโรคคออักเสบที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง วันที่ 12 มิถุนายน ไปเที่ยววัดน้ำตกแม่กลาง วันที่ 13 มิถุนายน อยู่บ้านกับน้องชาย วันที่ 14-16 มิถุนายน ไปเรียนตามปกติ และในวันที่ 18 มิถุนายน ได้เข้ารับการตรวจ เนื่องจากพบว่าน้องชายติดเชื้อโควิด-19
ส่วนรายที่สอง CM 4207 เป็นเพศชาย อายุ 45 ปี ภูมิลำเนา อยู่ที่อำเภอสันทราย อาชีพซ่อมรถ เข้าตรวจเนื่องจากจะเข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ทั้งนี้ยังหาแหล่งสัมผัสของโรคไม่ได้ และให้การว่าวันที่ 1-13 มิถุนายน ไม่ได้เดินทางไปไหน โดยอยู่ที่บ้าน ไปตลาด ไปร้านค้าสะดวกซื้อ (เซเว่น) และซ่อมมอเตอร์ไซค์อยู่ที่บ้าน สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา แต่เมื่อตรวจวันที่ 18 มิถุนายน พบผลเป็นบวก

และผู้ติดเชื้อรายสุดท้าย เป็นเพศหญิง รหัส CM4208 อายุ 38 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอสันทราย อาชีพเป็นสถาปนิก โดยวันที่ 2 มิถุนายน เดินทางไปทำงานที่กรุงเทพฯ เพื่อนำงานส่งลูกค้า จากนั้นได้เดินทางไปสยามพารากอน วันที่ 6 มิถุนายน เดินทางกลับเชียงใหม่ วันที่ 7 มิถุนายน เริ่มมีอาการไอเล็กน้อย หนาวสั่น จึงกักตัวอยู่ที่บ้าน โดยวันที่ 18 มิถุนายน ได้รับคำแนะนำจากญาติให้ไปตรวจหาเชื้อที่คณะเทคนิคการแพทย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผลตรวจพบเชื้อเป็นบวก ซึ่งผู้ป่วยรายนี้ถือเป็นเคสนำเข้าจากต่างจังหวัดและไม่ได้ลงทะเบียน CM-CHANA เมื่อกลับเข้าพื้นที่

ทั้งนี้ จังหวัดเชียงใหม่ ขอความร่วมมือผู้ติดเชื้อต้องไม่ปกปิดข้อมูลไทม์ไลน์หรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างๆ เพื่อการสอบสวนโรคจะได้ติดตามเส้นทางค้นหาแหล่งโรค และควบคุมป้องกันโรคได้ทันแวลา ซึ่งหากมีการปกปิดข้อมูลจะถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 ส่วนผู้ที่เดินทางเข้ามาจากพื้นที่เสี่ยงต้องลงทะเบียน CM-CHANA และกรอกข้อมูล พร้อมทั้งรับคำแนะนำการกักตัวเอง 14 วัน หากไม่ปฏิบัติตาม รวมถึงผู้ที่ให้ที่พักอาศัยไม่ได้มีการแจ้งเตือน จะถือว่ามีความผิดต่อคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ฉบับที่ 61/2564 ซึ่งจะถูกดำเนินคดีต่อไป

สำหรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ประชากรจังหวัดเชียงใหม่ 70 % จะต้องได้รับการฉีดวัคซีนเพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกัน 1.2 ล้านคน โดยขณะนี้มีผู้ประสงค์จองคิวที่จะฉีดวัคซีน 840,000 คน คิดเป็นร้อยละ 67 ยังคงขาดอีก 392,341 คน ส่วนผู้ที่ไดhรับการฉีดวัคซีนแล้วมีจำนวน 110,784 คน ซึ่งในวันนี้มีข่าวดีคือ จังหวัดเชียงใหม่ได้รับการจัดสรรวัคซีนแอสตร้าเซเนก้าจากส่วนกลางมาแล้ว 9,000 โดส ส่งถึงโรงพยาบาลนครพิงค์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยทางหน่วยฉีดจะแจ้งนัดหมายถึงท่านที่ประสงค์ฉีด ผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี ในสัปดาห์นี้ และจะทยอยเข้ารับการฉีดในวันจันทร์ที่ 21 มิถุนายนเป็นต้นไป

นายกนก ศรีวิชัยนันท์ ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า วันนี้ทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ มีมติให้ออกคำสั่งที่ 65/2564 เรื่อง ปิดสถานที่เสี่ยงเป็นการชั่วคราว เนื่องจากพบว่ามีผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 เป็นบุคลากรทางการศึกษา ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดในวงกว้าง โดยที่ประชุม มีมติออกคำสั่งดังนี้ ให้ผู้บริหารวิทยาลัยเทคนิคเชียงใหม่ โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย และโรงเรียนสารสาสน์ฯ แจ้งให้กลุ่มนักเรียนที่มีความเสี่ยงสูงทุกคนเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 และกลุ่มเสี่ยงต่ำให้คุมไว้สังเกตอาการ เป็นเวลา 14 วัน ให้จัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ (online) แก่กลุ่มนักเรียนที่มีความเสี่ยงสูงและกลุ่มเสี่ยงต่ำให้คุมไว้สังเกตอาการ เป็นเวลา 14 วัน ให้ทำความสะอาดห้องเรียนด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อเป็นเวลาอย่างน้อย 3 วัน และให้ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่พนักงานควบคุมโรคติดต่อและทีมสอบสวนอย่างเคร่งครัด รวมทั้งให้ปิดร้านอาหารญี่ปุ่น “Hanawa” ที่ตั้งอยู่เลขที่ 185/3 ถนนทิพย์เนตร ตำบลหายยา อำเภอเมืองเชียงใหม่ เป็นเวลา 14 วัน พร้อมทั้งให้เจ้าของสถานที่และผู้ประกอบการทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อเป็นเวลาอย่างน้อย 3 วัน และให้พนักงานของร้านทุกคนเข้ารับการตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด-19 และกลุ่มเสี่ยงต่ำคุมไว้สังเกตอาการ เป็นเวลา 14 วัน

ทั้งนี้ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบการปฏิบัติหรือดำเนินการดังกล่าวให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด หากพบว่าไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด ให้ดำเนินคดีตาม พ.ร.บ. โรคติดต่อ พ.ศ.2558 ทั้งนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 19 มิถุนายน 2564 จนถึงวันที่ 2 กรกฎาคม 2564