blank
blank
blank
blank
Homeข่าวทั่วไทย'หมอยง' เทียบโควิด-19 กับโรคระบาดในอดีต ชี้หากไม่ฉีดวัคซีนสร้างภูมิต้านทาน อาจเห็นยอดผู้เสียชีวิตถึง 7 แสนคน

‘หมอยง’ เทียบโควิด-19 กับโรคระบาดในอดีต ชี้หากไม่ฉีดวัคซีนสร้างภูมิต้านทาน อาจเห็นยอดผู้เสียชีวิตถึง 7 แสนคน

-

‘หมอยง’ เทียบโควิดกับโรคระบาดในอดีต ชี้หากไม่ฉีดวัคซีนสร้างถูมิต้านทานโควิด อาจเห็นยอดผู้เสียชีวิตถึง 7 แสนคน

วันที่ 4 มิถุนายน 2564 นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุถึง โควิด 19 เมื่อเทียบกับไข้หวัดใหญ่สเปน และ อหิวาตกโรคในรัชกาลที่ 2 ประเทศไทยมีโรคระบาดใหญ่ เป็นรอบๆ 100 ปี ในปี พศ 2363 โรคอหิวาตกโรคได้เกิดการระบาดใหญ่ ในสมัยรัชกาลที่ 2 ที่มีการบันทึก (กรมพระยาดำรงราชานุภาพ) ไว้ว่า ห่าลงปีมะโรง คาดการณ์ว่ามีผู้เสียชีวิตประมาณ 30,000 คน ซึ่งขณะนั้นประชากรประเทศไทยก็ไม่น่าจะมาก น่าจะอยู่ที่ 3 – 4 ล้านคน (คาดการณ์เอง) อัตราการเสียชีวิตก็น่าจะอยู่ที่ 1%

อีก 100 ปีต่อมา ในปี พศ. 2461 ไข้หวัดใหญ่สเปน เข้าสู่ประเทศไทยทางภาคใต้ในเดือนตุลาคมปีพศ 2461 ในสมัยรัชกาลที่ 6 ช่วงนั้นเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 เราได้ส่งทหารไปร่วมรบกับกองกำลังฝรั่งเศสและอังกฤษ ในขณะนั้นประเทศไทยปกครองแบบมี 17 มณฑล ( 73 จังหวัด) มีประชากรทั้งสิ้น 8.4 ล้านคน ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ทั้งสิ้น 2.3 ล้านคน เสียชีวิต 80,000 คน หรือคิดราว 1 เปอร์เซ็นต์ของประชากร นับเป็นการเสียชีวิตที่ไม่น้อยจากโรคระบาด โรคสงบในเดือนมีนาคม 2462 (ราชกิจจานุเบกษา ฉบับที่ 136 27 กรกฎาคม พ.ศ.2462)

100 ปีต่อมา ปี พศ 2563 เราก็ต้องเผชิญกับโรคระบาดอีก คือโรค โควิด 19 เข้าสู่ประเทศไทยในเดือนมกราคม จากหญิงท่องเที่ยวชาวจีน หลังจากนั้นเราก็พบการระบาดมาจนถึงปัจจุบันเป็น 3 รอบ และเหตุการณ์ยาวมาถึง 1 ปีครึ่งแล้ว ยังไม่มีแนวโน้มที่จะยุติ เราได้พยายาม ยื้อให้มีการเสียชีวิตน้อยที่สุด และรอ วัคซีนมาทดแทนการติดเชื้อ เพื่อให้เปรียบเสมือนเป็นการติดเชื้อแบบไม่มีอาการ หรือมีอาการให้น้อยที่สุด เพื่อให้ประชาชนส่วนใหญ่ มีภูมิต้านทาน เพื่อให้พ้นจากการเจ็บป่วยของโรคดังกล่าว ถ้าเราปล่อยไปตามธรรมชาติอย่างเมื่อ 100 หรือ 200 ปีที่แล้วที่ผ่านมา และถ้ามีการเสียชีวิตประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์ ครั้งนี้ก็จะมีการสูญเสียถึง 7 แสนคน และโรคน่าจะสงบใน 1 ปี คือคนส่วนใหญ่ จะติดเชื้อ และมีภูมิต้านทานเกิดขึ้นจากการติดเชื้อ สภาพดังกล่าวเราคงยอมรับไม่ได้ เราจึงมีแนวทางปฏิบัติทุกวิถีทางที่จะลดความรุนแรงของโรคลงให้ได้ เหตุการณ์จึงได้ยืดเยื้อมาถึงทุกวันนี้ ทางออกในวันนี้มีอยู่ทางเดียวคือต้องทำให้ทุกคนมีภูมิต้านทานคล้ายการติดเชื้อ ด้วยวัคซีน

ถึงเวลาแล้วที่ประชากรไทยทุกคน ควรจะได้รับวัคซีนเพื่อให้เกิดภูมิต้านทานเป็นส่วนใหญ่เกิดขึ้นให้ได้ เพื่อลดความรุนแรงของโรค และอัตราตาย ในที่สุด โรคก็จะสงบ ถ้าคนส่วนใหญ่มีภูมิต้านทานที่เกิดขึ้นจากวัคซีน หรือการติดเชื้อ

blank
Previous articleนายศรัณยู มีทองคำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นำคณะกรรมการประเมินผลกิจกรรม การประกวดคลองแม่ข่า ลงพื้นที่ตรวจประเมินความคืบหน้าในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาคลองแม่ข่า ในเขตพื้นที่อำเภอหางดง เน้นสร้างการมีส่วนร่วมพัฒนาขับเคลื่อนและแก้ไขปัญหาคลองแม่ข่าในจังหวัดเชียงใหม่อย่างยั่งยืน
Next articleกองฉลาก เอาจริง! ยกเลิกสัญญาตัวแทนจำหน่าย ขายสลากออนไลน์แล้ว 3,415 ราย เตือน! ผู้ซื้อสลากออนไลน์ต่างๆ แล้วไม่ได้รับสลากที่ซื้อมาเก็บไว้กับตัวเอง มีความเสี่ยงที่ ขึ้นเงินไม่ได้ เมื่อถูกรางวัล ด้านตัวแทนจำหน่าย ขายสลากออนไลน์ เกินราคา รวมถึงฉ้อโกง ดำเนินการจับกุมแล้ว  744 ราย 

Must Read

AIS เตือน! ระวังมิจฉาชีพฉวยโอกาส ใช้ความสับสนช่วงลงทะเบียนรับสิทธิ์ต่างๆสร้างกลโกงออนไลน์ ภัยไซเบอร์รูปแบบใหม่ “ลวงให้กรอก หลอกให้กด”

AIS เตือน! ระวังมิจฉาชีพฉวยโอกาส ใช้ความสับสนช่วงลงทะเบียนรับสิทธิ์ต่างๆสร้างกลโกงออนไลน์ ภัยไซเบอร์รูปแบบใหม่ “ลวงให้กรอก หลอกให้กด” 14 มิถุนายน 2564 : ท่ามกลางความสับสนของข้อมูลในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่สร้างผลกระทบกับผู้คนในทุกสาขาอาชีพ ทำให้กลุ่มมิจฉาชีพใช้เรื่องดังกล่าวมาเป็นเครื่องมือในการสร้างกลลวงกับประชาชน สร้างความเสียหายจากภัยไซเบอร์ในช่วงนี้มากมาย AIS โดย AIS อุ่นใจCyber คู่คิดดิจิทัล เพื่อคนไทยทุกเจเนอเรชัน ได้เฝ้าระวังและเห็นพฤติกรรมของมิจฉาชีพและกลโกงออนไลน์ จึงขอเป็นอีกหนึ่งเสียงเตือนคนไทยระวังภัยไซเบอร์ที่มาในรูปแบบของฟิชชิ่ง (Phishing)...
error: Alert: Content is protected !!