กรมการแพทย์ สถาบันโรคผิวหนัง เผย เคล็ดลับง่าย ๆ ทำได้ทุกวัน ป้องกันอันตรายจาก “โรคแพ้แสงแดด”

259
blank

กรมการแพทย์ สถาบันโรคผิวหนัง เผย เคล็ดลับง่าย ๆ ทำได้ทุกวัน ป้องกันอันตรายจาก “โรคแพ้แสงแดด”

blank

กรมการแพทย์  โดยสถาบันโรคผิวหนังเผยเคล็ดลับง่าย ๆ ทำได้ทุกวันเพื่อป้องกันอันตรายจากโรคแพ้แสงแดด ซึ่งมีอาการคันไปจนถึงผิวหนังขรุขระอักเสบเหมือนคางคก น้ำเหลืองไหลส่งผลกระทบเรื้อรัง ต่อการประกอบอาชีพและกิจวัตรประจำวัน

นายแพทย์มานัส  โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์  และโฆษกกรมการแพทย์  กล่าวว่าโรคแพ้แสงแดดเป็นโรคที่เกิดผื่นผิวหนังอักเสบจากการโดนแสงแดดสาเหตุของโรคยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่าเป็นอาการที่เกิดจากการถูกกระตุ้นด้วยแสงแดด ส่วนใหญ่เกิดในผู้ชายสูงอายุถึงร้อยละ 90  จะมีผื่นผิวหนังอักเสบบริเวณที่ถูกแสงแดดและมักจะรุนแรงและเรื้อรัง ปัจจัยที่กระตุ้นอาการของโรคแพ้แสงแดด เช่นการใช้เครื่องสำอาง หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสำหรับผิวหนังมาเป็นระยะเวลานานพอสมควรเกิดการสะสม และดูดซึมสารบางอย่างเข้าสู่ผิวหนังจนมีปริมาณมากพอ  เมื่อออกไปโดนแสงแดดทำให้เกิดอาการแพ้แสงแดด และการยาที่ใช้ รักษาโรคทั่ว ๆ ไป เช่น ยาเบาหวาน เป็นต้นแต่โรคแพ้แสงแดดรักษาหายได้จากเคล็ดลับง่าย ๆ ด้วยการดูแลและป้องกันผิวหนังจากแสงแดด

แพทย์หญิงมิ่งขวัญ  วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กล่าวว่า โรคแพ้แสงแดดส่วนใหญ่เกิดจากการสะสมของสารบางอย่างจากการใช้เครื่องสำอาง และการกินยาบางอย่าง  เช่น ยาเบาหวาน  ยาขับปัสสาวะ  ยารักษาเชื้อรา และยากลุ่มซัลฟา ในกรณีที่แพ้ยาชนิดใดชนิดหนึ่งแสงแดดจะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการมากขึ้นหลังจากกินยาภายใน 7 วัน ถ้ามีอาการแพ้ยาและแพ้แดดจะมีผื่นแดง ตกสะเก็ด

อาจมีน้ำเหลืองไหลในบางราย และมีอาการคันมาก ควรสังเกตและหาสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการแล้วหลีกเลี่ยง โดยการหยุดยา หรือเปลี่ยนเครื่องสำอางที่เคยใช้ อาการดังกล่าวจะค่อย ๆ ดีขึ้นจนหายไปเอง อาการเริ่มแรกของโรคแพ้แสงแดดจะคันบริเวณผิวหนังที่โดนแสงแดดมีผื่นแดงเฉพาะบริเวณนอกร่มผ้า ได้แก่ ใบหน้า หน้าผาก โหนกแก้ม คอ หน้าอก   แขนด้านข้าง ขาส่วนนอกกางเกง หลังเท้า ถ้าอาการกำเริบมากขึ้นจะมีผื่นนูน คัน ตั้งแต่ศีรษะจนไปถึงข้อเท้า ผิวหนังมีอาการคล้ายผิวคางคก และบางทีมีน้ำเหลืองร่วมด้วย ซึ่งร่างกายจะแสดงอาการเมื่อผิวหนังโดนแสงแดดเป็นเวลานาน ผู้ป่วยโรคแพ้แสงที่มีอาการมากส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพและการดำเนินชีวิตประจำวันโดยเฉพาะผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้ง  เคล็ดลับง่าย ๆ ในการดูแลผิวหนังเพื่อป้องกันอันตรายจากแสงแดด คือหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด เป็นเวลานานหากจำเป็นให้ใช้วิธีป้องกันโดยกางร่ม สวมหมวกปีกกว้าง

ใส่เสื้อแขนยาว สวมแว่นตากันแสงแดด  กินอาหารให้ครบถ้วน ดื่มน้ำสะอาดให้พอเพียง ไม่เครียด พักผ่อนให้เพียงพอ ทาครีมบำรุงผิว และครีมกันแดดสม่ำเสมอ หากจำเป็นต้องสัมผัสสารเคมีที่ระคายเคืองควรใช้วัสดุป้องกัน เช่น ถุงมือ รองเท้าบู๊ท หลีกเลี่ยงสถานที่มีมลพิษ ไม่ใช้สารเสพติด ไม่สูบบุหรี่ หมั่นสังเกตความผิดปกติของผิวหนัง เช่น สีผิวคล้ำมากขึ้น ผิวหนา หรือขรุขระมากขึ้น กดผิวแล้วเจ็บ ผิดปกติ หรือมีอาการชาที่ผิวให้รีบ
ปรึกษาแพทย์ทันที

ที่มา : สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์

ลิ้งค์บทความ : สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (moph.go.th)