กระทรวงการคลังและแบงค์ชาติ ร่วมกับ สถาบันการเงิน ออกมาตรการ “พักทรัพย์ พักหนี้” เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจ ที่ได้รับผลกระทบในช่วงโควิด-19 

blank

กระทรวงการคลังและแบงค์ชาติ ร่วมกับ สถาบันการเงิน ออกมาตรการ “พักทรัพย์ พักหนี้” เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจ ที่ได้รับผลกระทบในช่วงโควิด-19 

blank

มาตรการลดภาระหนี้ของผู้ประกอบการธุรกิจ และสนับสนุนการรับโอนทรัพย์เป็นหลักประกัน เพื่อชำระหนี้แก่สถาบันการเงิน

  • คุณสมบัติผู้มีสิทธิเข้าร่วม
  • บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนในไทย มีสถานประกอบการและประกอบธุรกิจในไทย
  • เป็นลูกหนี้ของสถาบันการเงินนั้นอยู่ก่อนแล้ว ก่อนวันที่ 1 มี.ค. 64 และไม่เป็น NPL ณ วันที่ 31 ธ .ค. 62
  • ไม่เป็นผู้ประกอบธุรกิจทางการเงิน
  • ทรัพย์ที่ใช้โอนตามมาตรการ
  • เป็นทรัพย์ที่ใช้เป็นหลักประกันสินเชื่อกับสถาบันการเงินนั้น ก่อน วันที่ 1 มี.ค. 64
  • เงื่อนไขในสัญญาที่ สถาบันการเงินจัดทำ เพื่อรับโอนทรัพย์ตามมาตรการ
  • ลูกหนี้หรือเจ้าของทรัพย์ มีสิทธิซื้อคืนได้ภายในระยะเวลา 3-5 ปี นับแต่วันที่รับโอน สถาบันการเงินต้องไม่ขายทรัพย์สินที่รับโอน เว้นแต่แจ้งว่าจะไม่มีสิทธิเป็นหนังสือ
  • ลูกหนี้หรือเจ้าของทรัพย์ สามารถเช่ากลับ เพื่อนำไปประกอบธุรกิจต่อได้
  • แจ้งความประสงค์ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่สถาบันการเงินรับโอนทรัพย์
  • สถาบันการเงินจะนำเงินค่าเช่าที่ได้รับดังกล่าว หักจากราคาขายคืน
  • หากผู้เช่าทำทรัพย์สินเสียหาย ชำรุด เสื่อมค่า อาจไม่ได้รับสิทธิในการซื้อคืน

หากมีการทำสัญญาปรับปรุง โครงสร้างหนี้ที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์นั้น สิทธิซื้อคืนยังคงเดิม เว้นแต่ลูกหนี้ ผิดสัญญา จน สถาบันการเงินยกเลิกสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ แต่ยังคงให้สิทธิลูกหนี้แสดงเจตนาว่าจะซื้อทรัพย์คืนภายใน 30 วัน

*หมายเหตุ* หากรับโอนทรัพย์แล้วยังมีหนี้คงค้าง ให้สถาบันการเงินพิจารณาปรับปรุงโครงสร้างหนี้เพิ่มเติม

  • ราคาซื้อคืน  ต้องไม่เกิน ราคาที่สถาบันการเงินรับโอน + ค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษา ไม่เกิน 1% ต่อปี + ค่าใช้จ่ายอื่นที่เกิดขึ้นจริง – ค่าเช่าที่ได้รับจากลูกหนี้หรือเจ้าของทรัพย์ ระหว่างสัญญา

*หมายเหตุ* ธุรกรรมนี้ได้รับการยกเว้นภาษีและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการโอนทรัพย์ ทั้งขาที่โอนให้สถาบันการเงิน และขาซื้อคืนของลูกหนี้และเจ้าของทรัพย์