ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ มอบหมายนิติกรเข้าแจ้งความมือโพสต์บิดเบือนสถานการณ์โควิด-19 ของจังหวัดเชียงใหม่

2242
blank

ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ มอบหมายนิติกรเข้าแจ้งความมือโพสต์บิดเบือนสถานการณ์โควิด-19 ของจังหวัดเชียงใหม่

blank

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ มอบหมายนิติกรเข้าแจ้งความมือโพสต์บิดเบือนสถานการณ์โควิด-19 ของจังหวัดเชียงใหม่ ก่อให้เกิดความสับสนและตื่นตระหนกแก่ประชาชน

บ่ายวันนี้ (13 เม.ย. 64) นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ มอบอำนาจให้ นางสาวจริญญา พรหมมา นิติกรปฏิบัติการ กลุ่มงานอำนวยการ สำนักงานจังหวัดเชียงใหม่ ดำเนินการร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดบิดเบือนข้อเท็จจริง ก่อให้เกิดความสับสนและตื่นตระหนกแก่ประชาชน ที่สถานีตำรวจภูธรช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จากกรณีการแชร์คลิปวิดีโอ ความยาว 12 วินาที เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2564 ผ่านทางแอพพลิเคชัน LINE และช่องทางออนไลน์อื่น โดยเป็นการตัดต่อคลิปวิดีโอการแถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ของนายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ภายหลังการเข้าตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานในโรงพยาบาลสนาม ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีข้อความช่วงหนึ่งระบุว่า “…น่าจะมีคนที่ติดเชื้อโดยการประเมินน่าจะอยู่ไม่ต่ำกว่า 6,000 คน…” นั้น เป็นการตัดต่อจากคำแถลงฉบับเต็ม ที่ได้มีการกล่าวชี้แจงในช่วงท้ายของการให้สัมภาษณ์แล้วว่าเป็นเพียงผู้ที่มีความเสี่ยงจากการสัมผัสผู้ป่วยเท่านั้น ซึ่งการเผยแพร่คลิปวิดีโอที่มีรายละเอียดของเนื้อหาที่ไม่ครบถ้วน ย่อมทำให้ประชาชนเกิดความสับสนและตื่นตระหนกได้ อีกทั้งเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2564 เวลาประมาณ 20.00 น. ได้ปรากฎกรณีการโพสต์ข้อความลงในเฟสบุ๊คกลุ่ม “จังหวัดเชียงใหม่” โดยผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อ Nuclaers Atom ความว่า “ผู้ว่าเจียงใหม่ติดเชื้อ Covid-19 ต้องรับวัคซีนด่วน” และมีประชาชนทั่วไปเข้ามาแสดงความคิดเห็นในโพสต์ดังกล่าว อีกทั้งมีผู้ใช้เฟสบุ๊คบางรายได้แชร์โพสต์ดังกล่าวไปยังหน้าเฟสบุ๊คของตนเอง

blank

ทั้งนี้ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ระลอกใหม่ การนำเสนอและส่งต่อข้อมูลที่มีเนื้อหาเป็นเท็จและบิดเบือนข้อเท็จจริงในลักษณะดังกล่าวสู่สาธารณะชน ย่อมทำให้ประชาชนเกิดความสับสนและตื่นตระหนก เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 14(2) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม อีกทั้งยังเป็นการใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม ซึ่งได้กระทำลงด้วยการเผยแพร่ข้อความลงในแอพพลิเคชัน LINE กลุ่มเฟสบุ๊คสาธารณะ ตลอดจนสื่อสังคมออนไลน์อื่น อันเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาตามนัยมาตรา 326 ประกอบมาตรา 328 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ตลอดจนความผิดตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหลังจากนี้จะได้นำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

https://region3.prd.go.th/region3_ci/topic/news/28684

/////////////////
นันธิกา กิจปาโล/วสันต์ มีจินดา ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่