blank
blank
blank
Homeข่าวทั่วไทยเคาะ “สินเชื่อฟื้นฟู - พักทรัพย์ พักหนี้” ช่วยผู้ประกอบการสู้ภัยโควิด

เคาะ “สินเชื่อฟื้นฟู – พักทรัพย์ พักหนี้” ช่วยผู้ประกอบการสู้ภัยโควิด

-

blank

เคาะ “สินเชื่อฟื้นฟู – พักทรัพย์ พักหนี้” ช่วยผู้ประกอบการสู้ภัยโควิด

มาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบธุกิจ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบSMEs เพื่อให้สามารถประคับประคองธุรกิจต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง ผ่านพ.ร.ก. ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 พ.ศ. 2563 หรือพ.ร.ก. Soft Loan ที่กำลังจะสิ้นสุดลงในวันที่ 19 เม.ย. 64
แต่ด้วยสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง และยืดเยื้อยาวนานกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้ภาคธุรกิจมีความเสี่ยงด้านเครดิตเพิ่มขึ้น รัฐบาลจึงได้ปรับหลักเกณฑ์การช่วยเหลือผู้ประกอบการผ่าน “มาตรการให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19” วงเงินรวม 350,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 มาตรการสำคัญ
เริ่มจาก มาตรการสนับสนุนการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบธุรกิจ (สินเชื่อฟื้นฟู) วงเงิน 250,000 ล้านบาท
ที่จะช่วยเสริมสภาพคล่องแก่ผู้ประกอบธุรกิจ SMEs ที่ได้รับผลกระทบแต่ยังมีศักยภาพ ครอบคลุมทั้งลูกหนี้รายเดิมและรายใหม่ ให้เข้าถึงสินเชื่อ พร้อมรองรับการฟื้นตัว ด้วยการปรับเพิ่มวงเงินให้กู้ ขยายระยะเวลาผ่อนชำระให้ยาวขึ้น และกำหนดอัตราดอกเบี้ยให้เอื้อต่อการฟื้นฟูกิจการ
ส่วนอีกมาตรการ คือ มาตรการสนับสนุนการรับโอนทรัพย์ชำระหนี้ และให้สิทธิลูกหนี้ซื้อคืน (โครงการพักทรัพย์ พักหนี้) วงเงิน 100,000 ล้านบาท ช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบรุนแรง แต่มีศักยภาพและมีทรัพย์สินเป็นหลักประกัน ให้สามารถเจรจากับสถาบันการเงินเพื่อหยุดหรือลดภาระหนี้ และในอนาคตสามารถขอเช่าทรัพย์กลับไปดูแลหรือเปิดดำเนินการต่อได้ เพื่อช่วยให้ลูกค้าไม่ถูกกดราคาบังคับขายทรัพย์หรือหลักประกัน กลับมาสร้างงาน สร้างรายได้เมื่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจดีขึ้น
ที่สำคัญ รัฐบาลยังให้การสนับสนุนยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง และ ธปท. สนับสนุนสภาพคล่องต้นทุนต่ำแก่สถาบันการเงินดำเนินการต่อไป
โดยคาดว่า มาตรการฟื้นฟูฯ ดังกล่าว จะเริ่มดำเนินการได้เร็วที่สุดภายหลังแล้วเสร็จตามขั้นตอนการออกกฎหมาย ซึ่งมีระยะเวลาการดำเนินการ 2 ปี และสามารถขยายเวลามาตรการออกไปได้อีก 1 ปี ในกรณีที่มีความจำเป็นและมีวงเงินเหลืออยู่
blank

Must Read

กรมอนามัย  เตือนผู้ซื้อของแห้งผ่านออนไลน์ ระวังเชื้อรา และให้สังเกตบรรจุภัณฑ์ หรือสอบถามวันที่หมดอายุกับผู้ขายก่อนตัดสินใจเลือกซื้อทุกครั้ง

กรมอนามัย  เตือนผู้ซื้อของแห้งผ่านออนไลน์ ระวังเชื้อรา และให้สังเกตบรรจุภัณฑ์ หรือสอบถามวันที่หมดอายุกับผู้ขายก่อนตัดสินใจเลือกซื้อทุกครั้ง   นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ทุกวันนี้ประชาชนนิยมซื้อของอุปโภคบริโภคทางออนไลน์กันมากขึ้น เพราะด้วยเป็นการประหยัดด้านเวลา และลดความเสี่ยงจากการเดินทาง  ออกจากบ้านในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด–19 แต่การสั่งซื้อของแต่ละครั้งผู้ซื้อก็ต้องมั่นใจ   ถึงคุณภาพของสินค้า โดยเฉพาะการสั่งซื้ออาหารแห้งออนไลน์จำพวกธัญพืช ถั่วเมล็ดแห้ง และผลไม้แห้งต่าง ๆ ที่อาจเป็นสินค้าเก่าเก็บเสี่ยงเกิดเชื้อราได้ เนื่องจากกอาหารที่ผ่านกระบวนการอบแห้งหรือการตากแห้งเพื่อลดปริมาณน้ำในอาหาร เป็นการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์และชะลอการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์  ที่ก่อให้เกิดการเสียของอาหาร อาจมีความเสี่ยงปนเปื้อนเชื้อราได้ง่าย หากเก็บรักษาที่ไม่เหมาะสม...
error: Alert: Content is protected !!