มหาดไทยสั่งด่วน! ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศแจ้งประสานเจ้าหน้าที่สกัดกั้นและติดตามผู้ลักลอบเข้าเมืองพร้อมกำชับห้ามเจ้าหน้าที่รู้เห็นเป็นใจ ปล่อยปละละเลย

blank

ศบค.มท. เข้ม สั่งการผู้ว่าฯ ทั่วประเทศแจ้งประสานเจ้าหน้าที่สกัดกั้นและติดตามผู้ลักลอบเข้าเมือง ใช้กลไกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ท้องถิ่น เฝ้าระวังบุคคลที่เข้ามาในพื้นที่ พร้อมกำชับห้ามเจ้าหน้าที่รู้เห็นเป็นใจ ปล่อยปละละเลย

     เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 63 เวลา 07.00 น. ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงมหาดไทย (ศบค.มท.) เปิดเผยว่า ด้วยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีบัญชาให้ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ให้เพิ่มความเข้มข้นในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จากประเทศเพื่อนบ้าน โดยให้จังหวัดแจ้งหน่วยปฏิบัติ กลไกผู้ปกครองท้องที่ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้เน้นความเข้มข้นในการสกัดกั้นและติดตามผู้ลักลอบเข้าเมืองตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข

jRzT5J.jpg เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามบัญชาของนายกรัฐมนตรีข้างต้น นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด/ประธานกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ดำเนินการ 3 มาตรการ ได้แก่ 1) ประสานแจ้งหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ เช่น ตำรวจภูธร ตำรวจตระเวนชายแดน ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ทหาร และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข บูรณาการสกัดกั้นและติดตามการลักลอบเข้าเมืองที่ไม่ผ่านกระบวนการคัดกรองโรค โดยเฉพาะการลักลอบเข้าประเทศทางช่องทางธรรมชาติ  2) แจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และอาสาสมัครในพื้นที่ เฝ้าระวังสังเกต และใช้มาตรการทางการข่าว โดยวางข่ายข่าว จัดตั้งแหล่งข่าว และอาจกำหนดให้มีการตั้งด่านคัดกรองโรคสำหรับบุคคลที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่ให้สอดคล้องกับมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ลักลอบเข้าเมืองจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยหากตรวจพบให้ดำเนินการตามระเบียบกฎหมาย มาตรการของกระทรวงสาธารณสุข และรายงานผู้รับผิดชอบตามกฎหมายคนเข้าเมืองให้ถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด และ 3) ชี้แจงทำความเข้าใจกับข้าราชการ บุคลากร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ห้ามมิให้ปล่อยปละละเลยหรือรู้เห็นเป็นใจในพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง ไม่สอดคล้องกับนโยบายและมาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.)