Home ข่าวทั่วไทย รมว.แรงงาน สั่งติดตามคุมเข้มแรงงานต่างด้าว หลังเพื่อนบ้านมีการระบาดของโควิด-19 หนัก หวั่นแรงงานลักลอบเข้าประเทศ

รมว.แรงงาน สั่งติดตามคุมเข้มแรงงานต่างด้าว หลังเพื่อนบ้านมีการระบาดของโควิด-19 หนัก หวั่นแรงงานลักลอบเข้าประเทศ

-

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กำชับ กรมการจัดหางาน ติดตาม คุมเข้มการทำงานของแรงงานต่างด้าว หลังประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมา มีการระบาดของโรคโควิด-19 หนักระลอกที่ 2 หวั่นแรงงาน หนีโรค ลักลอบเข้าทำงานในประเทศ

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ระบุ รัฐบาลภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้ความสำคัญกับ ปัญหาแรงงานต่างด้าว และการทำงานของแรงงานต่างด้าวในประเทศ   หลังจากที่ทางการเมียนมาพบการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนมีคำสั่งล็อกดาวน์  มอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวังคุมเข้ม

“ทันทีที่รับทราบเรื่อง ตนไม่นิ่งนอนใจ ได้กำชับให้ กรมการจัดหางาน ติดตาม ตรวจสอบ พร้อมเพิ่มความเข้มการตรวจสอบการทำงานของแรงงานต่างด้าวอย่างรัดกุมในทุกพื้นที่ อย่างเร่งด่วนทันที  โดยเฉพาะในจังหวัดชายแดนที่มีพื้นที่ติดต่อกับชายแดนของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา หวั่นแรงงาน หนีโรคโควิด-19 ลักลอบเข้ามาทำงานในประเทศไทย และอาจนำมาซึ่งความเสี่ยงในการระบาดซ้ำ แม้สถานการณ์แรงงานต่างด้าวในประเทศไทย จะยังไม่พบความผิดปกติ อย่างไรก็ดี หากมีผู้ที่พบคนต่างด้าวทำงานโดยผิดกฎหมาย หรือพบการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทำงานของคนต่างด้าว สามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียน กับ เจ้าหน้าที่กรมการจัดหางาน เพื่อให้เข้าตรวจสอบได้ โดย โทร.สายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน หรือผ่านทางกองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 หรือที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด” นายสุชาติ ชมกลิ่น กล่าว

ด้าน นายสุชาติ พรชัยวิเศษกุล  อธิบดีกรมการจัดหางาน เผย กรมการจัดหางานจะเร่งขับเคลื่อนนโยบายตรวจสอบติดตาม กวดขัน การทำงานของแรงงานต่างด้าวอย่างใกล้ชิด เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยขณะนี้ ได้ออกหนังสือด่วนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ให้กำชับสำนักงานจัดหางานจังหวัดดำเนินการตามมาตรการดูแล ป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด“กรมการจัดหางานเพิ่มมาตรการเข้มงวดในการป้องกันแรงงานต่างด้าว ลักลอบทำงานอย่างผิดกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะนี้ที่ เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกที่สอง ในประเทศที่มีชายแดนติดกับประเทศไทยอย่างประเทศเมียนมา และอาจนำมาซึ่งความเสี่ยงต่อการเกิดการระบาดซ้ำในประเทศไทยได้ จึงกำชับให้หน่วยงานในพื้นที่ ตรวจเอกสาร หลักฐานของคนต่างด้าวอย่างละเอียดก่อนที่จะพิจารณาอนุญาตทำงาน และ บังคับใช้กฎหมายในการตรวจสอบการทำงานของคนต่างด้าวและสถานประกอบการอย่างเคร่งครัด โดย บูรณาการทำงานร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและกรมการปกครอง ลงพื้นที่ตรวจสอบทั่วประเทศ

และขอย้ำเตือนนายจ้าง ให้จ้างแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีใบอนุญาตทำงานและทำงานตรงกับประเภทงาน และกับนายจ้าง หรือเงื่อนไขในการทำงานตามที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตทำงาน ขณะเดียวกันแรงงานต่างด้าวต้องมีใบอนุญาตทำงาน และทำงานตรงกับที่ระบุไว้ในใบอนุญาตทำงาน รวมทั้งห้ามทำงานที่ห้ามคนต่างด้าวทำ เพราะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ซึ่งคนต่างด้าวที่ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานจะมีโทษปรับตั้งแต่ 5,000-50,000 บาท และถูกผลักดันกลับประเทศ ส่วนนายจ้างที่จ้างคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานจะมีโทษปรับตั้งแต่ 10,000-100,000 บาทต่อคนต่างด้าวที่จ้างหนึ่งคน หากกระทำผิดซ้ำจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000-200,000 บาท ต่อคนต่างด้าวที่จ้างหนึ่งคน หรือทั้งจำทั้งปรับ และห้ามจ้างคนต่างด้าวทำงาน 3 ปี ” นายสุชาติ พรชัยวิเศษกุล  กล่าว

Must Read

(มีคลิป Video) ตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านเผด็จการ ฉายแสงโปรเจคเตอร์แสดงสัญลักษณ์จุดยืนการต้านอำนาจ ตามแจ่งคูเมืองและแลนด์มาร์กสำคัญในเมืองเชียงใหม่

(มีคลิป Video) ตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านเผด็จการ ฉายแสงโปรเจคเตอร์แสดงสัญลักษณ์จุดยืนการต้านอำนาจ ตามแจ่งคูเมืองและแลนด์มาร์กสำคัญในเมืองเชียงใหม่ ช่วงค่ำคืนวันที่ 22 ต.ค. 63 รายงานข่าวแจ้งว่า ที่บริเวณจุดสำคัญหลายแห่งในพื้นที่ตัวเมืองเชียงใหม่ ได้มีการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมในการต่อต้านเผด็จการ ที่ออกมาขับเคลื่อนแสดงจุดยืนในการต่อต้าน โดยวันนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบจากการชุมนุมที่ใช้จำนวนคนในการแสดงออกเจตนารมณ์มาเป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์ด้วยการฉายแสงโปรเจคเตอร์ เป็นสัญลักษณ์ที่ใช้ในการปักหมุดที่ลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ในก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงเจตนารมณ์ในการบ่งชี้ว่า ประเทศนี้เป็นของราษฎร โดยการฉายแสงโปรเจคเตอร์นั้น ได้มีการฉายภาพบนกำแพงเมืองเชียงใหม่ รวมไปถึงสถานที่สำคัญต่างๆ อีกหลายแห่ง อาทิเช่นที่ บริเวณ 4 มุม...
error: Alert: Content is protected !!