Home ข่าวทั่วไทย สธ.ย้ำ! ประเทศไทยมีการตรวจจับโรคที่เข้มข้น คัดกรองผู้เดินทางจากต่างประเทศทุกราย ขอประชาชนให้เชื่อมั่นในมาตรการป้องกันควบคุมโรค

สธ.ย้ำ! ประเทศไทยมีการตรวจจับโรคที่เข้มข้น คัดกรองผู้เดินทางจากต่างประเทศทุกราย ขอประชาชนให้เชื่อมั่นในมาตรการป้องกันควบคุมโรค

-

สธ.ย้ำ! ประเทศไทยมีการตรวจจับโรคที่เข้มข้น คัดกรองผู้เดินทางจากต่างประเทศทุกราย ควบคุมการระบาดได้ทันท่วงที ทำให้ไม่พบผู้ติดเชื้อภายในประเทศ ขอประชาชนให้เชื่อมั่นในมาตรการป้องกันควบคุมโรค

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2563  ที่ศูนย์ปฏิบัติการด้านข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมด้วยแพทย์หญิง วลัยรัตน์ ไชยฟู ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา นายแพทย์อเนก มุ่งอ้อมกลาง ผู้อำนวยการสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง แถลงข่าวว่า จากกรณีที่มีรายงานพบลูกเรือของเที่ยวบินทางทหารอียิปต์ จำนวน 31 คน ตรวจพบมีผู้ติดเชื้อโควิด 19 จำนวน 1 ราย ใน จ.ระยอง และกรณีเด็กหญิงที่มาในครอบครัวอุปทูตป่วย ตรวจพบการติดเชื้อโควิด 19 และเข้าพักในคอนโดย่านสุขุมวิท นั้น กรมควบคุมโรค ได้ลงพื้นที่พร้อมกับทีมปฏิบัติการควบคุมโรคติดต่อ และทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว (SRRT) สอบสวนโรคเพิ่มเติม และได้นำรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัยพระราชทาน เพื่อมาให้บริการเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจหาเชื้อให้แก่ประชาชนในพื้นที่

จากการเฝ้าระวังค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง 14 วัน พบว่า ทุกรายผลการตรวจไม่พบเชื้อ รวมทั้งหมด 7,280 คน โดยเป็นประชาชนในพื้นที่จังหวัดระยอง จำนวน 6,916 คน (ผลตรวจฯ 14-23 ก.ค./ เฉพาะ 23 ก.ค. จำนวน 31 คน ทั้งหมดผลเป็นลบ) และประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 364 คน ซึ่งเป็นหลักฐานที่บ่งชี้ได้ว่ามาตรการที่ทุกฝ่ายได้ดำเนินการร่วมกันสามารถจำกัดขอบเขตการระบาดได้

“ขอย้ำประชาชนให้เชื่อมั่นในมาตรการป้องกันควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุขที่ปฏิบัติตามกฎอนามัยระหว่างประเทศ (IHR) ที่ดำเนินการป้องกันควบคุมโรคโรคติดต่ออันตราย (โรคโควิด 19) ที่ประเทศไทยมีการตรวจจับโรคที่เข้มข้น โดยการตรวจคัดกรองผู้เดินทางมาจากต่างประเทศทุกราย และให้ผลการตรวจได้ภายใน 2 ชั่วโมง นำไปสู่การควบคุมการระบาดได้อย่างทันท่วงที ทำให้ไม่พบผู้ติดเชื้อภายในประเทศ และประชาชนยังคงดำเนินชีวิตได้ตามปกติที่เน้นวิถีใหม่ (New normal) “สวมหน้ากาก ล้างมือ แยกของใช้ เว้นระยะห่าง ลดแออัด” นายแพทย์สุวรรณชัยกล่าว

แพทย์หญิงวลัยรัตน์ ไชยฟู ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กล่าวว่า กรณีไม่พบผู้ป่วยยืนยันในสถานศึกษา/ สถานประกอบการ ไม่ต้องปิดสถานที่ และให้ดำเนินการดังนี้ ผู้สัมผัสที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อต่ำให้สังเกตอาการ 14 วัน ส่วนผู้ใกล้ชิดกับผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจัดว่ามีความเสี่ยงต่ำ และผู้ใกล้ชิดกับผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำจัดว่าไม่มีความเสี่ยง ไม่จำเป็นต้องหยุดเรียน หยุดงาน แต่ให้สังเกตอาการ 14 วัน สำหรับแนวทางการปิดสถานที่นั้น ให้ปิดเพื่อทำความสะอาดเมื่อพบผู้ป่วยยืนยันโรคโควิด 19 จำนวน 1 รายขึ้นไป โดยปิดห้องเรียน/ แผนกที่เกี่ยวข้องในสถานประกอบการ เป็นเวลา 3 วัน หากพบผู้ป่วยมากกว่า 1 ห้องเรียนให้ปิดชั้นเรียนที่มีผู้ป่วยหรือห้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วย 3 วัน ส่วนในสถานประกอบการ หากพบผู้ป่วยมากกว่า 1 แผนก ให้ปิดแผนกที่มีผู้ป่วยหรือแผนกที่เกี่ยวข้อง ตามข้อมูลการสอบสวนโรค เป็นเวลา 3 วัน

ทั้งนี้ ผู้สัมผัสที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูง หมายถึงผู้ที่เรียน/ ผู้อาศัยร่วมห้องพัก/ ทำงานในห้องเดียวกัน/ คลุกคลีกัน หรือพูดคุยกับผู้ป่วยระยะ 1 เมตรนานกว่า 5 นาที หรือถูกผู้ป่วยไอ จามรด โดยไม่ได้สวมหน้ากากป้องกัน หรือผู้ที่อยู่ในบริเวณปิด อากาศไม่ถ่ายเท เช่น รถปรับอากาศ ห้องปรับอากาศ และอยู่ห่างจากผู้ป่วยไม่เกิน 1 เมตรนานกว่า 15 นาที โดยไม่มีการป้องกัน

Must Read

ปศุสัตว์เชียงใหม่ ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ตรวจเข้มป้องกันการลักลอบนำสุกรเข้ามาในประเทศ

สำนักงานปศุสัตว์ จังหวัดเชียงใหม่ ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ตรวจเข้มป้องกันการลักลอบนำสุกรเข้ามาในประเทศ วันที่ 11 สิงหาคม 2563 นายพงศ์พัฒน์ ขัตพันธ์ ปศุสัตว์จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยในการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ ของสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ ว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรยังมีการระบาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาธารณรัฐประชาชนจีน และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ทำให้ต้องมีการคัดทิ้งและทำลายสุกรไปแล้วกว่า 200 ล้านตัว สร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรมการผลิตสุกรเป็นอย่างมาก และเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ที่ผ่านมา...
error: Alert: Content is protected !!