โฆษก ศบค. แจงนักการทูตทุกคนที่เข้าไทยต้องเข้า State Quarantine 14 วัน ยืนยันสาธารณสุขไทยมีความพร้อมในการดูแลประชาชนอย่างเต็มที่

186

โฆษก ศบค. แจงนักการทูตทุกคนที่เข้าไทยต้องเข้า State Quarantine 14 วัน ยืนยันสาธารณสุขไทยมีความพร้อมในการดูแลประชาชนอย่างเต็มที่

     เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2563 เวลา 11.30 น. ณ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) โถงกลาง ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวัน และมาตรการในการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)

โดยโฆษก ศบค. กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่นักการทูต สัญชาติเอสโตเนีย ที่ถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าพักคอนโดมิเนียม เนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัยจากเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ขณะนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้ประสานแจ้งให้สถานเอกอัครราชทูตทราบถึงแนวทางการปฏิบัติในการเดินทางเข้าประเทศไทย ต้องเข้าพักใน Alternative State Quarantine (ASQ) โดยต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง ยืนยันว่านักการทูตดังกล่าวได้มีการตรวจเชื้อเรียบร้อยไม่พบการติดเชื้อ

ซึ่งในที่ประชุมยังมีมติอนุญาตให้นักการทูตที่เดินทางเข้ามาประเทศไทยจากเดิมให้พำนักอยู่ในสถานที่สถานทูตเป็นให้นักการทูตทุกคนที่เดินทางเข้ามาประเทศไทยต้องเข้า State Quarantine 14 วัน การอนุญาตให้ชาวต่างชาติเข้ามาจัดการแสดงสินค้าภายในราชอาณาจักร การอนุญาตให้ชาวต่างชาติเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในราชอาณาจักร การอนุญาตให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร การอนุญาตให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มี Elite Card สามารถเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรได้จากเดิมไม่ให้เข้ามา มาตรการหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติผ่อนผันให้นักเรียนรหัส G เข้ามาในราชอาณาจักร รวมถึงการนำแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ (เมียนมา ลาว กัมพูชา) เข้ามาในราชอาณาจักร

จากนั้น นาย เชิดเกียรติ อัตถากร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงว่าอาจมีการเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยของนักการทูตเป็นระยะ เนื่องจากเป็นการปฏิบัติภารกิจเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม นักการทูตได้รับการคุ้มครองตามอนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยความสัมพันธ์ทางการทูต แต่จะต้องปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ และมาตรการของ ศบค. ทั้งนี้ คณะกรรมการพิจารณาการผ่อนคลายบังใช้มาตรการจะมีการหารือกันเพื่อทบทวนมาตรการเพื่อให้มีความเข้มงวดมากขึ้น ซึ่งจะเชิญคณะอุปทูต หรือตัวแทนอุปทูต จากทุกประเทศร่วมรับฟัง แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่นักการทูตที่เดินทางมาปฏิบัติภารกิจ และแก่พี่น้องประชาชนชาวไทย

Facebook Comments