สพฐ.สั่งคุมเข้มเปิดเรียน 1 ก.ค. นี้ต้อง ปฏิบัติตามมาตรการที่ ศบค.กำหนด เผย รร.ขนาดใหญ่ต้องเรียนแบบผสมผสาน

สพฐ.สั่งคุมเข้มเปิดเรียน 1 ก.ค. นี้ต้อง ปฏิบัติตามมาตรการที่ ศบค.กำหนด เผย รร.ขนาดใหญ่ต้องเรียนแบบผสมผสาน

นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการเปิดภาคเรียน ในวันที่ 1 ก.ค.2563 ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ว่า

ขณะนี้ สพฐ.มีโรงเรียนที่มีความพร้อมสามารถเปิดเรียนที่โรงเรียนได้ ตามมาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) จำนวน 21,000 โรงเรียน และมีโรงเรียนอื่นๆที่ค่อนข้างมีความพร้อม อีกกว่า 2,000 โรงเรียน ที่ต้องจัดการเรียนการสอนตามห้องประชุมหรือ ห้องอื่นๆ ซึ่งรวมแล้วมีโรงเรียนที่สามารถเปิดเรียนที่โรงเรียนได้ตามปกติประมาณ 34,000 โรงเรียน

ส่วนที่เหลืออีก 5,000 กว่าโรงเรียนที่เป็นโรงเรียนนาดใหญ่ ซึ่งมีนักเรียนจำนวนมากส่วนใหญทางโรงเรียนจะจัดการเรียนแบบผสมผสานกัน ทั้งแบบออน์ไซต์บวกออนไลน์ ในจำนวนมีทั้งทั้งโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาและระดับประถมศึกษา -ระดับอนุบาล ส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนประจำจังหวัด ประจำอำเภอก็ขอให้ทางโรงเรียนและคุณครูดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดระหว่างเรียน เพราะเน้นให้เด็กมาโรงเรียน ส่วนเด็กที่มาโรงเรียนไม่ได้ก็ขอให้ผู้ปกครองดูแล

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อถึงโรงเรียนที่มีเด็กนักเรียนพักนอนที่โรงเรียน และโรงเรียนที่มีที่พักนอนที่มีมาตรฐาน คือโรงเรียนการศึกษาพิเศษ โรงเรียนจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย โรงเรียน ภปร.ราชวิทยาลัย ซึ่งมีหอพักที่ได้มาตรฐาน และสามารถจัดการเรียนการสอนได้ตามมาตรการ ศบค.

ส่วนโรงเรียนที่มีข้อจำกัดของที่พักนอน คือโรงเรียนที่มีห้องพักนอนที่สร้างขึ้นมาเอง หรือสพฐ.สร้างให้ แต่มีเด็กอยู่ในลักษณะแออัด ซึ่งโรงเรียนประเภทนี้มีอยู่ประมาณ 500 โรง ใน 39 เขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งเป็นโรงเรียนทั้งระดับประถมฯและมัธยมฯ สพฐ.จึงให้ทางโรงเรียนและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเข้าไปดูแลเป็นการเฉพาะเพื่อให้เด็กที่บ้านอยู่ไกลได้มาเรียนครบทุกคน ซึ่งอาจจะให้เด็กไปพักนอนช่วงกลางคืนตามห้องเรียน หรือห้องประชุมเพื่อลดความแออัดและเพื่อให้เด็กปลอดภัยจากโควิด-19

เลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า หากเปิดเรียนวันแรกโรงเรียนพบมีเด็กติดเชื่อโควิด-19 ก็ให้ทางโงเรียนส่งเด็กไปให้กับทางสาธารณสุขทันที ไม่ให้พักรักษาที่ห้องพยาบาลภายในโรงเรียน หรือมาตรวจในโรงเรียนเพราะจะเป็นการแพร่เชื้อ หากกรณีพบหลังเปิดเทอมไปแล้ว ก็ให้ตรวจสอบเส้นทางเด็กที่ติดเชื้อว่ามาจากที่ใด ถ้าเด็กที่ติดเชื้ออยู่แต่ห้องเรียนก็ให้ปิดเฉพาะห้องเรียนนั้น แต่ถ้าไปสัมผัสเพื่อนๆนักเรียนคนอื่นๆในโรงเรียนด้วย ก็ให้ปิดทั้งโรงเรียน

สำหรับนักเรียนไทยสามารถเดินทางข้ามชายแดนระหว่างประเทศไทยได้แต่ต้องถูกกักตัว 14 วัน ซึ่งถือเป็นการดำเนินการตามมาตรการของรัฐบาลอยู่แล้ว ซึ่งต้องปฏิบัติตามมาตรการที่ ศบค.กำหนด และหากมีการปิดการเรียนการสอนั้โรงรียนก็ให้ทำการเรียนการสอนผ่านระบบออน์แอร์ และออนไลน์ ซึ่งเป็นระบบที่ สพฐ.เตรียมความพร้อมไว้รองรับอยู่แล้ว