blank
blank
blank
Homeข่าวทั่วไทยสถิติผู้ป่วย ‘ไข้เลือดออก’ ปีนี้พบแล้วกว่า 1.5 หมื่นราย 1 ใน 3 เป็นกลุ่มเด็กวัย 5-14 ปี

สถิติผู้ป่วย ‘ไข้เลือดออก’ ปีนี้พบแล้วกว่า 1.5 หมื่นราย 1 ใน 3 เป็นกลุ่มเด็กวัย 5-14 ปี

-

blank

สถิติผู้ป่วย ‘ไข้เลือดออก’ ปีนี้พบแล้วกว่า 1.5 หมื่นราย 1 ใน 3 เป็นกลุ่มเด็กวัย 5-14 ปี

จากสถานการณ์โรคไข้เลือดออกของประเทศไทย ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 2 มิถุนายน 2563 พบผู้ป่วยแล้ว 15,385 ราย เสียชีวิต 11 ราย ในจำนวนนี้เป็นเด็กอายุ 5–14 ปี จำนวน 5,828 ราย คิดเป็น 1 ใน 3 ของผู้ป่วยทั้งหมด และเสียชีวิต 4 ราย สำหรับปัจจัยเสี่ยงของการเสียชีวิตมาจากการเข้ารับการรักษาช้า การติดเชื้อร่วมกับโรคอื่น และมีภาวะอ้วน ทั้งนี้ จากผลการประเมินค่าความชุกของลูกน้ำยุงลายในโรงเรียน พบว่าในเดือนพฤษภาคม 2563 ค่า CI อยู่ระหว่าง 1.61 – 6.04 ซึ่งยังเกินค่ามาตรฐาน (ค่าดัชนีลูกน้ำยุงลายมาตรฐานต้องเป็นศูนย์ : CI=0) จากการสำรวจภาชนะที่พบลูกน้ำส่วนใหญ่ ได้แก่ ภาชนะที่ไม่ใช้แล้ว ร้อยละ 11.29 จานรองกระถางต้นไม้ ร้อยละ 13.89 ยางรถยนต์เก่า ร้อยละ 17.65 ตามลำดับ

ในการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียน และรับฤดูการระบาดของโรคไข้เลือดออก กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) พัฒนาแนวทางการจัดการเรียนรู้โรคติดต่อนำโดยยุงลาย และขอความร่วมมือกระทรวงศึกษาธิการ แจ้งบุคลากรทางการศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา และโรงเรียนทั่วประเทศปรับใช้แนวทางดังกล่าว เพื่อใช้ประกอบการสอนสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 ให้เกิดการรับรู้ เข้าใจ ปรับใช้ในการป้องกันและลดอัตราป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกในกลุ่มเด็กต่อไป และขอความร่วมมือครูประจำชั้นจัดเวรนักเรียนสำรวจลูกน้ำ และทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ตามภาชนะ เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงการป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกอย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์

นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวอีกว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้ทำหนังสือถึงกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อขอความร่วมมือดำเนินการตามแนวทางและมาตรการการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคติดต่อนำโดยยุงลายเชิงรุกในโรงเรียน โดยก่อนเปิดภาคเรียนและช่วงปิดภาคเรียน ครู เจ้าหน้าที่ของโรงเรียน เจ้าหน้าที่สาธารณสุข อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และประชาชน ร่วมกันทำความสะอาดโรงเรียน สถานศึกษา กำจัดขยะ เก็บกวาดเศษใบไม้/ทำให้สิ่งแวดล้อมปลอดโปร่ง พร้อมทั้งสำรวจและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายในโรงเรียนทุกสัปดาห์จนเปิดภาคเรียน และให้มีผู้รับผิดชอบติดตามผลการดำเนินงาน โดยก่อนเปิดภาคเรียนหนึ่งสัปดาห์ค่าดัชนีลูกน้ำยุงลายต้องเป็นศูนย์ (CI=0) ในกรณีที่มียุงจำนวนมาก ควรฉีดพ่นกำจัดยุงตัวเต็มวัยก่อนเปิดภาคเรียนหนึ่งสัปดาห์ สำหรับระหว่างเปิดเรียน มอบหมายให้นักเรียนจัดตารางเวรสำรวจและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายทุกสัปดาห์ และติดตามผลการดำเนินงานทุก 2 สัปดาห์ ซึ่งปัจจุบันมีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) การจะเข้าโรงเรียน/สถานศึกษา ต้องมีอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล เช่น หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ และจัดกิจกรรมโดยเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล เป็นต้น มีการตรวจวัดอุณหภูมิและคัดกรองนักเรียนและบุคลากรก่อนเข้าเรียน เพื่อเฝ้าระวังการป่วยด้วยโรคติดต่อนำโดยยุงลาย และโรคโควิด 19 ด้วย

ทั้งนี้ ขอให้ทุกคนดำเนินตามมาตรการ “3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค” ดังนี้ 1.เก็บบ้านให้สะอาด เช่น พับเก็บเสื้อผ้าใส่ในตู้หรือแขวนให้เรียบร้อย เพื่อไม่ให้มีมุมอับทึบเป็นที่เกาะพักของยุง 2.เก็บขยะที่อยู่บริเวณรอบบ้าน เก็บภาชนะใส่อาหารหรือน้ำดื่มที่ทิ้งไว้ใส่ถุงดำ และนำไปทิ้งลงถังขยะ เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และ 3.เก็บน้ำ ภาชนะที่ใส่น้ำเพื่ออุปโภค บริโภค ต้องปิดฝาให้มิดชิด ล้างคว่ำภาชนะใส่น้ำ และเปลี่ยนน้ำในกระถางหรือแจกัน ทุกสัปดาห์ ป้องกันไม่ให้ยุงลายวางไข่ ซึ่งจะสามารถป้องกันได้ 3 โรค คือ 1.โรคไข้เลือดออก 2.โรคติดเชื้อไวรัส ซิกา 3.โรคไข้ปวดข้อยุงลาย หากมีอาการไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ มีจุดแดงที่ผิวหนัง ตับโต อาจกดเจ็บบริเวณชายโครงขวา ต้องรีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน เพื่อรับการวินิจฉัยโรคและรับการรักษา หากมีอาการรุนแรงจนเกิดภาวะช็อกอาจเสียชีวิตได้ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

ข้อมูลจาก : กองโรคติดต่อนำโดยแมลง กรมควบคุมโรค

blank

Must Read

กรมอนามัย  เตือนผู้ซื้อของแห้งผ่านออนไลน์ ระวังเชื้อรา และให้สังเกตบรรจุภัณฑ์ หรือสอบถามวันที่หมดอายุกับผู้ขายก่อนตัดสินใจเลือกซื้อทุกครั้ง

กรมอนามัย  เตือนผู้ซื้อของแห้งผ่านออนไลน์ ระวังเชื้อรา และให้สังเกตบรรจุภัณฑ์ หรือสอบถามวันที่หมดอายุกับผู้ขายก่อนตัดสินใจเลือกซื้อทุกครั้ง   นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ทุกวันนี้ประชาชนนิยมซื้อของอุปโภคบริโภคทางออนไลน์กันมากขึ้น เพราะด้วยเป็นการประหยัดด้านเวลา และลดความเสี่ยงจากการเดินทาง  ออกจากบ้านในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด–19 แต่การสั่งซื้อของแต่ละครั้งผู้ซื้อก็ต้องมั่นใจ   ถึงคุณภาพของสินค้า โดยเฉพาะการสั่งซื้ออาหารแห้งออนไลน์จำพวกธัญพืช ถั่วเมล็ดแห้ง และผลไม้แห้งต่าง ๆ ที่อาจเป็นสินค้าเก่าเก็บเสี่ยงเกิดเชื้อราได้ เนื่องจากกอาหารที่ผ่านกระบวนการอบแห้งหรือการตากแห้งเพื่อลดปริมาณน้ำในอาหาร เป็นการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์และชะลอการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์  ที่ก่อให้เกิดการเสียของอาหาร อาจมีความเสี่ยงปนเปื้อนเชื้อราได้ง่าย หากเก็บรักษาที่ไม่เหมาะสม...
error: Alert: Content is protected !!