ราชกิจจาประกาศ ข้อกำหนดคลายล็อกระยะ 2 ปรับเวลาเคอร์ฟิวเป็น 5 ทุ่มถึงตี 4 มีผล 17 พ.ค. 63 นี้

ราชกิจจาประกาศ ข้อกำหนดคลายล็อกระยะ 2 ปรับเวลาเคอร์ฟิวเป็น 5 ทุ่มถึงตี 4 มีผล 17 พ.ค. 63 นี้

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2563 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหาราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 7) ซึ่งมีเนื้อหาสำคัญในเรื่องของการผ่อนปรนระยะที่ 2 ให้กับกลุ่มกิจการและกิจกรรม รวมไปถึงการปรับลดเวลาเคอร์ฟิวห้ามออกนอกเคหสถาน จากเดิม 22.00-04.00 น. เป็น 23.00 – 05.00 น. โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป โดยมีรายละเอียดดังนี้

ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2563 และต่อมาได้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวออกไป จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 แล้ว นั้น

ด้วยเป็นการสมควรผ่อนคลายการบังคับใช้บางมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาด ของโรคโควิด – 19 เพิ่มเติมจากที่เคยผ่อนคลายไว้แล้วเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง ตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด – 19) ได้รายงานผลการประเมินสถานการณ์ และการรับฟังความคิดเห็นจากฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายเศรษฐกิจ ฝ่ายผู้ประกอบการ และฝ่ายผู้บริโภค ประกอบกับฝ่ายสาธารณสุขได้เสนอว่า จํานวน ผู้ติดเชื้อสะสม ผู้ติดเชื้อรายใหม่ในแต่ละวันและสถิติผู้เสียชีวิตในประเทศนับแต่ต้นเดือนพฤษภาคม อันเป็นระยะเวลาที่ประกาศใช้ข้อกําหนด (ฉบับที่ 4) (ฉบับที่ 5) และ (ฉบับที่ 6) เป็นต้นมา ลดลงหรืออยู่ในระดับที่ควบคุมได้อย่างต่อเนื่อง แต่เพราะยังมีปัจจัยเสี่ยงจากสภาพดินฟ้าอากาศ จํานวนของผู้เดินทางข้ามจังหวัดและผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ตลอดจนประชาชนบางกลุ่ม ที่ยังประมาทและละเลยไม่ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค ในขณะที่การแพร่ระบาดก็ยังปรากฏอยู่มาก ในต่างประเทศ จึงควรผ่อนคลายตามโอกาสเสี่ยงของบุคคล สถานที่ และประเภทของกิจกรรม ภายใต้ เงื่อนไขว่ายังคงให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคและคําแนะนําของทางราชการต่อไปโดยเคร่งครัด และหากปรากฏว่าจํานวนผู้ติดเชื้อกลับเพิ่มหรือโอกาสเสี่ยงมีมากขึ้น ก็อาจระงับหรือเปลี่ยนแปลง การผ่อนคลายบางส่วนหรือทั้งหมดได้

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 และมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 นายกรัฐมนตรีจึงออกข้อกําหนดเป็นการทั่วไปและข้อปฏิบัติแก่ส่วนราชการทั้งหลาย ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 การห้ามออกนอกเคหสถาน ห้ามบุคคลใดทั่วราชอาณาจักรออกนอกเคหสถาน ระหว่างเวลา 23.00 นาฬิกา ถึงเวลา 04.00 นาฬิกาของวันรุ่งขึ้น และให้ข้อยกเว้นการห้ามออก นอกเคหสถานตามข้อกําหนด (ฉบับที่ 3) ลงวันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2563 ยังคงใช้บังคับต่อไป

ข้อ 2 การผ่อนผันการใช้อาคารสถานที่ของโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษา ให้ผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครหรือผู้ว่าราชการจังหวัดมีอํานาจพิจารณาผ่อนผันการใช้อาคารสถานที่ของโรงเรียนหรือ สถาบันการศึกษาเฉพาะที่ดําเนินการในลักษณะของการให้ความช่วยเหลือ การสงเคราะห์ อุปถัมภ์ หรืออุปการะเด็กกําพร้าที่ประสบปัญหาครอบครัว เด็กยากไร้ หรือเด็กด้อยโอกาส และอาจเป็น กลุ่มเสี่ยงได้หากปล่อยให้เด็กอาศัยอยู่ในสถานที่พักอาศัยของตนหรือที่อื่น หรือเป็นการใช้อาคารสถานที่ ดังกล่าวเพื่อการทํากิจกรรมอันเป็นประโยชน์สาธารณะตามที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือ ผู้ว่าราชการจังหวัดอนุญาต แต่ยังคงงดเว้นการใช้อาคารสถานที่เพื่อการจัดการเรียนการสอน การสอบ หรือการฝึกอบรม

ข้อ 3 การผ่อนคลายให้ดําเนินการหรือทํากิจกรรมบางอย่างได้ เพื่อเป็นการอํานวยความสะดวก ของประชาชนและขับเคลื่อนกิจกรรมบางอย่าง ภายใต้การดําเนินการตามมาตรการป้องกันโรค ที่ทางราชการกําหนดรวมทั้งการจัดระเบียบและระบบต่าง ๆ ให้สถานที่หรือการดําเนินกิจกรรม ที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้ว่าราชการจังหวัดเคยมีคําสั่งปิดสถานที่ไว้เป็นการชั่วคราว ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 และตามข้อกําหนด (ฉบับที่ 5) ลงวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 สามารถเปิดดําเนินการหรือทํากิจกรรมบางอย่างเพิ่มเติมได้ทั่วราชอาณาจักร ตามความสมัครใจและความพร้อม ดังต่อไปนี้

(1) กิจกรรมด้านเศรษฐกิจและการดําเนินชีวิต

ก. การจําหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มในภัตตาคาร สวนอาหาร ศูนย์อาหาร โรงอาหาร ร้านอาหารหรือเครื่องดื่มทั่วไป ซึ่งไม่รวมถึงสถานบริการ ผับ บาร์ ให้เปิดดําเนินการได้ แต่ยังคง ห้ามการบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในสถานที่ดังกล่าวนี้

ข. ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ ให้เปิดดําเนินการเพิ่มเติมได้ ในส่วนที่เป็นการจําหน่ายสินค้าเพื่อการอุปโภคบริโภคและการให้บริการ รวมทั้งร้านอาหารหรือ เครื่องดื่ม (ห้ามการบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้าน) ร้านเสริมสวย แต่งผม ตัดผมหรือ ทําเล็บ ยกเว้นส่วนที่เป็นโรงมหรสพ โรงภาพยนตร์ สถานที่เล่นโบว์ลิ่ง ตู้เกมส์ เครื่องเล่นหยอดเหรียญ สถานที่เล่นสเก็ตหรือโรลเลอร์เบรดหรือการละเล่นอื่น ๆ ในทํานองเดียวกัน คาราโอเกะ สวนสนุก สวนน้ํา สวนสัตว์ สนุกเกอร์ บิลเลียด ร้านเกมส์ สถานที่ออกกําลังกายฟิตเนส สถานประกอบการ เพื่อสุขภาพ สถานประกอบการนวดแผนไทย นวดฝ่าเท้า สถาบันกวดวิชา สนามพระเครื่อง ศูนย์ประชุม

ทั้งนี้ พื้นที่และกิจกรรมที่เปิดดําเนินการได้ให้งดเว้นการจัดการแข่งขัน กิจกรรมส่งเสริม การขาย หรือการดําเนินการอื่นใดที่เปิดโอกาสให้ผู้คนมาชุมนุมกันหนาแน่น และให้เปิดดําเนินการ ได้จนถึงเวลา 20.00 นาฬิกา

ค. ร้านค้าปลีก ค้าส่ง หรือตลาดค้าส่งขนาดใหญ่

ง. สถานที่บริการดูแล สถานที่พํานักอาศัย หรือสถานสงเคราะห์อื่นที่จัดสวัสดิการ ให้แก่เด็กหรือผู้สูงอายุ หรือผู้มีภาระพึ่งพิงให้เปิดดําเนินการได้เฉพาะที่มีการรับตัวไว้พักค้างคืนเป็นปกติธุระ

จ. การถ่ายทํารายการโทรทัศน์ ภาพยนตร์และวีดีทัศน์ซึ่งเมื่อรวมคณะทํางานหน้าฉาก และทุกแผนกแล้วต้องมีจํานวนไม่เกินห้าสิบคน และต้องไม่มีผู้ชมเข้าร่วมรายการ

ฉ. ห้องประชุมในโรงแรมหรือศูนย์ประชุม ให้เปิดดําเนินการได้เฉพาะกรณีจํากัดจํานวน ผู้เข้าร่วมประชุม และเป็นการประชุมคณะกรรมการ ผู้ถือหุ้น หรือการประชุม การอบรม การสัมมนา ซึ่งผู้เข้าร่วมประชุมมาจากหน่วยงานเดียวกันเพื่อความสะดวกในการตรวจสอบทราบแหล่งที่มา

(2) กิจกรรมด้านการออกกําลังกาย การดูแลสุขภาพหรือสันทนาการ

ก. คลินิกเวชกรรมเสริมความงาม สถานเสริมความงาม และร้านทําเล็บ ทั้งที่อยู่ในและ นอกห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า หรือคอมมูนิตี้มอลล์ ให้เปิดดําเนินการได้เฉพาะการเสริมความงาม เรือนร่างและผิวพรรณ ไม่รวมถึงการเสริมความงามบริเวณใบหน้า

ข. สถานที่ออกกําลังกายฟิตเนสที่มิได้ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า หรือคอมมูนิตี้มอลล์ ให้เปิดดําเนินการได้เฉพาะส่วนที่เป็นการเล่นโยคะหรือฟรีเวท โดยงดเว้น การใช้เครื่องเล่น เครื่องลู่วิ่ง จักรยานปั่น หรือการเล่นแบบรวมกลุ่ม

ค. สถานที่หรือสนามออกกําลังกายในร่ม เฉพาะกีฬาประเภทที่ตามกติกาสากลที่มิได้มี การปะทะกันระหว่างผู้เล่นและต้องไม่มีผู้ชมการแข่งขัน หากเล่นเป็นทีม ให้มีผู้เล่นได้ฝังละไม่เกิน สามคน ได้แก่ แบดมินตัน ตะกร้อ เทเบิลเทนนิส สควอช ยิมนาสติก ฟันดาบ และปืนผา

ง. สระว่ายน้ําสาธารณะทั้งกลางแจ้งและในร่ม

จ. สวนพฤกษศาสตร์ สวนดอกไม้ พิพิธภัณฑ์ ศูนย์การเรียนรู้ แหล่งประวัติศาสตร์ โบราณสถาน ห้องสมุดสาธารณะ และหอศิลป์

ข้อ 4 การดําเนินการตามมาตรการป้องกันโรคและการจัดระเบียบ ให้เจ้าของหรือผู้จัดการ สถานที่ตามข้อ 3 (1) และ (2) มีหน้าที่รับผิดชอบในการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค รวมทั้ง ดําเนินการจัดระเบียบและระบบต่าง ๆ ตามคําแนะนํา เงื่อนไข และเงื่อนเวลาที่ผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือตามที่ทางราชการกําหนด ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจสอบ แนะนํา ตักเตือน ห้ามปราม หรือดําเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดตามกฎหมาย รวมทั้งเสนอ ให้ผู้มีอํานาจตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 สั่งปิดสถานที่นั้นเป็นการชั่วคราวเฉพาะราย

ในกรณีที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือผู้ว่าราชการจังหวัดมีคําสั่งปิดสถานที่ไว้เป็นการชั่วคราว ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. ๒๕๕๘ เมื่อเจ้าของหรือผู้จัดการสถานที่ได้ดําเนินการให้เป็นไป ตามมาตรการที่ทางราชการกําหนดและจัดระเบียบและระบบต่าง ๆ แล้ว ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี มีอํานาจสั่งให้เปิดดําเนินการในสถานที่ดังกล่าวได้

ข้อ 8 เพื่อให้มาตรการป้องกันโรคเป็นไปในแนวทางเดียวกัน ให้ผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครและผู้ว่าราชการจังหวัดอาศัยอํานาจตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 มีคําสั่งปิดสนามชนโค สนามกัดปลา หรือสนามการแข่งขันอื่นในลักษณะทํานองเดียวกันเพิ่มเติม เนื่องจากพบว่าเป็นสถานที่ซึ่งมีโอกาสเสี่ยงต่อการแพร์โรค รวมทั้งดําเนินการอื่นใดให้สอดคล้องกับ ข้อกําหนดนี้

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 เป็นต้นไป