Home ข่าวทั่วไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แจ้งให้เกษตรกรที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน เร่งขึ้นทะเบียนเกษตรกร และเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนแล้วต้องปรับปรุงข้อมูลในทะเบียนเกษตรกร เพื่อรับสิทธิเยียวยาจากผลกระทบโควิด-19

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แจ้งให้เกษตรกรที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน เร่งขึ้นทะเบียนเกษตรกร และเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนแล้วต้องปรับปรุงข้อมูลในทะเบียนเกษตรกร เพื่อรับสิทธิเยียวยาจากผลกระทบโควิด-19

-

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แจ้งให้เกษตรกรที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน เร่งขึ้นทะเบียนเกษตรกร และเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนแล้วต้องปรับปรุงข้อมูลในทะเบียนเกษตรกร เพื่อรับสิทธิเยียวยาจากผลกระทบโควิด-19

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แจ้งให้เกษตรกรที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน เร่งขึ้นทะเบียนเกษตรกร และเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนแล้วต้องปรับปรุงข้อมูลในทะเบียนเกษตรกร เพื่อรับสิทธิเยียวยาจากผลกระทบโควิด-19 และมาตรการช่วยเหลืออื่นๆ ของรัฐ  เพราะหากไม่มีการปรับปรุงสถานะในระบบติดต่อกัน 3 ปี ตามที่นายทะเบียนประกาศให้ปรับปรุงข้อมูลเกษตรกร (ในปี 2561 นายทะเบียนประกาศให้ปรับปรุงข้อมูล เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2560)   สถานภาพเกษตรกรจะสิ้นสุดลง ทำให้ไม่สามารถรับสิทธิต่างๆได้

ซึ่งปัจจุบัน มีข้อมูลทะเบียนเกษตรกรในระบบทั้งประเทศ 7,522,003 ครัวเรือน และมีผู้ปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรแล้ว 6,196,346 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรประมาณ 130 ล้านไร่ คิดเป็นสมาชิกครัวเรือนรวม 16,332,997 คน

ช่องทางการตรวจสอบสถานะความเป็นเกษตรกร ที่เว็บไซต์กรมส่งเสริมการเกษตร  www.farmer.doae.go.th สำหรับเกษตรกรรายเดิม-แปลงเดิม สามารถใช้แอปพลิเคชั่น FARMBOOK เพื่อปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรได้ตามรอบการผลิต

ทั้งนี้ ข้อมูลในการขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร จะต้องกรอกตามความเป็นจริง หากแจ้งข้อมูลเท็จจะมีความผิดตามกฎหมาย

Must Read

ปศุสัตว์เชียงใหม่ ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ตรวจเข้มป้องกันการลักลอบนำสุกรเข้ามาในประเทศ

สำนักงานปศุสัตว์ จังหวัดเชียงใหม่ ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ตรวจเข้มป้องกันการลักลอบนำสุกรเข้ามาในประเทศ วันที่ 11 สิงหาคม 2563 นายพงศ์พัฒน์ ขัตพันธ์ ปศุสัตว์จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยในการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ ของสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ ว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรยังมีการระบาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาธารณรัฐประชาชนจีน และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ทำให้ต้องมีการคัดทิ้งและทำลายสุกรไปแล้วกว่า 200 ล้านตัว สร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรมการผลิตสุกรเป็นอย่างมาก และเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ที่ผ่านมา...
error: Alert: Content is protected !!