โฆษก ศบค. ย้ำยังไม่ยกเลิกมาตรการคุมเข้มป้องกันโควิด-19 แต่อาจมีการผ่อนปรนลงบ้างในบางพื้นที่

blank

โฆษก ศบค. ย้ำยังไม่ยกเลิกมาตรการ เนื่องจากหลายประเทศยังมีการติดเชื้อไวรัสจำนวนมาก 

     เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2563 เวลา 11.30 น. ณ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) โถงกลาง ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. ตอบคำถามสื่อมวลชนผ่านโซเซียลมีเดียช่วงการแถลงข่าวของศูนย์ข่าวโควิด-19 และสรุปสาระสำคัญ ดังนี้

UZR2pg.jpg

     โฆษก ศบค. ชี้แจงกรณีประชาชนหลายคนตกอยู่ในภาวะเครียดจากปัญหาว่างงาน ปัญหาหนี้สินว่า  ศบค. และรัฐบาลให้ความห่วงใยเกี่ยวกับภาวะเครียด เนื่องจากยังไม่สามารถประเมินได้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่ โดยการประชุมคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาขยายระยะเวลาพ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ รวมทั้งงบประมาณต่าง ๆ ทั้งนี้ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส และมาตรการภาครัฐที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ อาจส่งผลให้ประชาชนเกิดภาวะความเครียดได้ ดังนั้น แนวทางแก้ไขคือ ต้องควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสให้ได้ เพื่อลดการสูญเสีย โดยเฉพาะชีวิตของผู้ป่วยติดเชื้อที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจของคนใกล้ชิด เมื่อลดจำนวนผู้ป่วยได้ ก็สามารถนำงบประมาณที่ใช้ในด้านสาธารณสุขไปดูแลเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นได้ ทั้งนี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. ยืนยันว่าสุขภาพของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ ขณะเดียวกันก็พร้อมเยียวยาเศรษฐกิจควบคู่กันไปด้วย

โฆษก ศบค. ยังตอบคำถามของสื่อมวลชน กรณีบางจังหวัดเริ่มเตรียมผ่อนปรนมาตรการหรือมีมาตรการผ่อนปรนให้ พ่อค้า แม่ค้ากลับมาขายของที่ตลาดเพื่อมีรายได้ และหากจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อเหลือเพียงหลักเดียว จะมีการยืดหยุ่นและผ่อนปรนมาตรการมากกว่านี้โดยชี้แจงว่า นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. ยืนยัน การผ่อนปรนมาตรการจำเป็นต้องใช้ชุดข้อมูล สถิติจากสาธารณสุข รวมถึงความร่วมมือจากทุกด้านถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญ ขณะนี้ยังไม่มียกเลิกใช้มาตรการเพียงแต่จะเป็นการผ่อนปรน ถึงแม้ในตอนนี้ประเทศไทยจะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ แต่ในหลายประเทศรอบไทยยังมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส-19 ในระดับที่น่าเป็นห่วง ซึ่งกลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเป็นกลุ่มประเทศที่มียอดจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากประมาท จำนวนผู้ป่วยติดเชื้ออาจกลับมาสูงได้อีก

โฆษก ศบค. กล่าว การควบคุมโรคถือความมั่นคงภายในประเทศ สถานที่ที่จะกลับมาเปิดให้บริการได้นั้นขึ้นอยู่กับสถิติของกรมควบคุมโรคและความจำเป็น เช่น ร้านตัดผม หากเปิดให้บริการ ต้องมีมาตรการกำกับดูแลอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความมั่นใจทั้งผู้ประกอบการ ผู้บริโภค ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไวรัสสู่กันและกัน  กรณีบางจังหวัดจะมีทดลองผ่อนปรนมาตรการในบางพื้นที่ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแต่ละจังหวัดที่จะนำนโยบายหลักไปปฏิบัติให้เหมาะสม หากจังหวัดใดประชาชนให้ความร่วมมือ ดูแลทั่วถึง อาจทดลองผ่อนปรนมาตรการ อย่างไรก็ตามขอให้รอมติของคณะรัฐมนตรี และมติจากทาง ศบค. ในรายละเอียดต่าง ๆ

โฆษก ศบค. กล่าวถึงกรณีพบผู้ป่วยรายใหม่ที่มีการติดเชื้อมาจากสถานที่ทำงานว่า บางหน่วยงานที่มีความจำเป็นจะต้องเปิดสถานที่ทำงานเพราะมีความเกี่ยวข้องกับคนจำนวนมาก จึงต้องขอให้สร้างมาตรการที่เข้มขึ้นเพื่อควบคุมดูแลไม่ให้เกิดการติดเชื้อ โดย ศบค. จะรวบรวมสถิติ ชุดข้อมูลด้านต่างๆ เพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจ โดยเป็นการตัดสินด้วยคณะเพื่อให้รอบด้าน สามารถปฏิบัติได้ เกิดความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วนที่จะต่อสู้กับโรคนี้ไปให้ได้