(มีคลิป Video) หนุ่มแสบไม่กลัวบาป ก่อเหตุขโมยเงินต้นกฐินภายในวิหารวัดดับภัยกลางวันแสกๆ ตำรวจตามรวบตัวได้ทันควัน

(มีคลิป Video) หนุ่มแสบไม่กลัวบาป ก่อเหตุขโมยเงินต้นกฐินภายในวิหารวัดดับภัย กลางวันแสกๆ ตร.ตามเบาะแสจากกล้องวงจรปิด ตามรวบตัวได้ทันควัน

     เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 3 มีนาคม 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ นำโดย พ.ต.ท.ตรีเพชร  ป่าหวาย สว.สส.สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายสุ(นามสมมุติ) อายุ 25 ปี ที่อยู่ ต.ศรีภูมิ อ.เมืองเชียงใหม่ พร้อมด้วยของกลางรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกู้ปปี้ สีดำ แดง หมายเลขทะเบียน จกล 4XX เชียงใหม่ จำนวน 1 คัน , เสื้อผ้า เครื่องแต่งกายที่ใช้ในวันก่อเหตุ จำนวน 1 ชุดโดยกล่าวหาว่า  มีความผิดฐาน “ลักทรัพย์ในสถานที่บูชาสาธารณะ โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป และเพื่อให้พ้นจากการจับกุม” ตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จ. 93/2563 ลง 3 มีนาคม 2563 โดยทางเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าบ้านย่าน ต.ป่าแดด อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

     ทั้งนี้สืบเนื่องมาจาก เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 23 ก.พ. 63 ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุคนร้ายเข้าไปขโมยเงินบริจาคภายในวิหาร วัดดับภัย ถ.สิงหราช ต.ศรีภูมิ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ดำเนินการสืบสวนติดตามเบาะแสของคนร้าย โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิด ตรวจพบว่ามีชาย 1 คน สวมเสื้อยืดสีน้ำเงิน กางเกงขายาว ได้เดินเข้ามาภายในวิหาร โดยขณะนั้นมีนักท่องเที่ยวอยู่ภายในวิหาร แต่ชายคนดังกล่าวได้ทำทีเดินไปใกล้กับต้นกฐินผ้าป่า จากนั้นเมื่อสบโอกาสได้หยิบเงินบริจาคที่อยู่บนต้นกฐินใส่กระเป๋ากางเกง ก่อนจะเดินออกมาจากวิหารวัดแล้วหลบหนีไป

      ต่อมาหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับทราบเบาะแส จึงได้ทำการติดตามตัวคนร้ายโดยสารตรวจสอบประวัติเกี่ยวกับคดีในลักษณะเดียวกันจนกระทั่งทราบว่าคนร้ายนั้นมีรูปพรรณตรงกันกับ นายสุ(นามสมมุติ) จึงได้ดำเนินการติดตามตัวจนกระทั่งพบ ผู้ต้องหาที่บริเวณหน้าบ้านแห่งหนึ่งย่าน ต.ป่าแดด อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบถาม และนำหลักฐานภาพกล้องวงจรปิดแสดงให้ดูทางผู้ต้องหาจึงยอมรับสารภาพว่าเป็นคนก่อเหตุตามที่ปรากฏในคลิปจริง และนอกจากนี้จากการสอบสวนยังยอมรับว่า เคยก่อเหตุลักทรัพย์ (พระเครื่อง) ในบริเวณวัดบุพผาราม ถ.ท่าแพ ต.ช้างคลาน อ.เมืองเชียงใหม่ ประมาณปลายเดือน ก.พ. 63 และได้นำไปขายที่ร้านรับซื้อขายพระเครื่อง ในเขต ต.ช้างเผือก ได้เงินมา จำนวน 2,300 บาท ส่วนเงินที่ได้ก็นำไปใช้จ่ายจนหมด ก่อนจะถูกทางเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวในที่สุด อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป