“คมนาคม” เคาะเพิ่มความเร็วรถยนต์ไม่เกิน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เตรียมเสนอ คจร. มีนาคม นี้

1225

“คมนาคม” เคาะเพิ่มความเร็วรถยนต์ไม่เกิน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เตรียมเสนอ คจร. มีนาคม นี้

     นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแปรนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงคมนาคมไปสู่การปฏิบัติ ครั้งที่ 1/2563 พร้อมด้วย นายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงคมนาคม นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน รองปลัดกระทรวงคมนาคม โดยมี นายชยธรรม์ พรหมศร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ผู้แทนกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท การท่าเรือแห่งประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 ณ ห้องประชุมกระทรวงคมนาคม

     นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการแปรนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงคมนาคมไปสู่การปฏิบัติ เพื่อติดตามความก้าวหน้าผลการดำเนินงาน หนึ่งในเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจคือ การพิจารณานโยบายปรับเพิ่มอัตราความเร็วของรถยนต์ทุกประเภทบนถนนที่มีช่องจราจรตั้งแต่ 4 ช่องขึ้นไป จากความเร็วไม่เกิน 90 กิโลเมตร/ชั่วโมง เป็นความเร็วไม่เกิน 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง

     ล่าสุด สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้จัดประชุมหารือร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมทางหลวง (ทล.) กรมทางหลวงชนบท (ทช.) และกองกฎหมาย สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม (สปค.) เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2563 เพื่อพิจารณาจัดทำ (ร่าง) กฎกระทรวงกำหนดอัตราความเร็วและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับนโยบายดังกล่าว ซึ่งออกตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2563 โดยร่างกฎกระทรวงดังกล่าวได้กำหนดอัตราความเร็วสูงสุดเป็น 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง และกำหนดประเภทถนนที่ใช้ความเร็วดังกล่าวได้ (ทางหลวงแผ่นดิน ทางหลวงชนบทที่มีช่องเดินรถทิศทางเดียวกันตั้งแต่ 2 ช่องขึ้นไป เฉพาะถนนที่มีเกาะกลางถนนแบบกำแพงกั้น (Barrier Median) และไม่มีจุดกลับรถเสมอระดับถนน) ตลอดจนกำหนดอัตราความเร็วต่ำสุดในช่องขวาให้ไม่ต่ำกว่า 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทั้งนี้ ในกรณีที่มีเครื่องหมายจราจรกำหนดอัตราความเร็วไว้ให้ผู้ขับขี่รถทุกประเภทขับขี่ในอัตราที่กำหนดไว้ในเครื่องหมายจราจร

     ทั้งนี้ ได้มอบให้ สนข. ทำประชาพิจารณ์แนวทางดังกล่าวจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้แนวทางที่ชัดเจน เกิดประโยชน์สูงสุดกับความปลอดภัยของประชาชน ก่อนนำเข้า คจร. เพื่อพิจารณาต่อไป