Home ข่าวเชียงใหม่ ข่าวด่วน ข่าวเชียงใหม่ล่าสุด ข่าวเชียงใหม่วันนี้ พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ ออกติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าในช่วงตรุษจีน พบราคาเนื้อหมูยังสูง

พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ ออกติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าในช่วงตรุษจีน พบราคาเนื้อหมูยังสูง

-

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ ออกติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าในช่วงเทศกาลตรุษจีน พบราคาเนื้อหมูสูงขึ้น 10-20 บาท ต่อกิโลกรัม

     เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2563 สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ โดยกลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า ออกติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าในช่วงก่อนเทศกาลตรุษจีนและตรวจสอบการปฏิบัติตาม พรบ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ณ ตลาดสดและห้างสรรพสินค้าที่ประชาชนนิยมไปจับจ่ายซื้อของในช่วงเทศกาลตรุษจีน เพื่อป้องกันมิให้มีการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้าและเอาเปรียบผู้บริโภค ผลการตรวจสอบพบว่าผู้ประกอบการได้ปฏิบัติตาม พรบ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 โดยมีการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าชัดเจน

       ภาวะการค้าโดยทั่วไป ราคาสินค้ายังคงทรงตัวเมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน และราคายังใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ยกเว้นเนื้อสุกรซำแหละ ปรับราคาสูงขึ้น เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาเกิดสถานการณ์โรคระบาด (โรคอหิวาต์แอฟริกา) ทำให้เกษตรกรรายย่อยและฟาร์มส่วนใหญ่ในพื้นที่ลดปริมาณการเลี้ยงสุกรลง ส่งผลให้สุกรที่โตได้ขนาดออกสู่ตลาดลดลงประกอบกับความต้องการของผู้บริโภคเพิ่มสูงขึ้นในช่วงเทศกาลปีใหม่ต่อเนื่องจนถึงเทศกาลตรุษจีน ผู้บริโภคส่วนใหญ่นิยมเลือกซื้อชุดไหว้และของที่ใช้ในเทศกาลตรุษจีนจากห้างสรรพสินค้า เนื่องจากมีการจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขายเพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชน

     สำหรับราคาสินค้า (เครื่องไหว้เทศกาลตรุษจีน) อาทิเช่น หมูเนื้อแดงราคา กก.ละ 150 – 160 บาท ไก่ต้มราคา ตัวละ 180 – 300 เป็ดพะโล้ราคา ตัวละ 300 – 450 บาท ส้มสายน้ำผึ้งราคา กก.ละ 50 – 90 บาท กล้วยหอมทองราคา หวีละ 110 – 160 บาท ขนมเข่งราคาชิ้นละ 7 – 10 บาท กระดาษไหว้เจ้าชุดละ 10 – 80 บาท

     ทั้งนี้ สำนักงานพาณิชย์ได้กำชับให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตาม พรบ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 อย่างเคร่งครัด หากฝ่าฝืนหรือพบการกระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

Must Read

Hillkoff ชวนคุณมากระโดดออกจากถ้วยกาแฟ ผลักดันโครงการลดมลพิษทางอากาศ พัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้ยั่งยืน

Hillkoff ชวนคุณมากระโดดออกจากถ้วยกาแฟ ผลักดันโครงการลดมลพิษทางอากาศ พัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้ยั่งยืน ผลกระทบจากหมอกควัน PM 2.5 ยังคงเป็นปัญหาใหญ่อย่างต่อเนื่อง การตัดไม้ทำลายป่า และการเผาเศษวัชพืช ต้นไม้ รวมทั้งเศษพืชจากการทำการเกษตรต่างๆ ล้วนเป็นสาเหตุจากการทำการเกษตรของเกษตรกรบนพื้นที่สูง ปัจจัยที่เป็นเหตุให้เกษตรต้องทำเช่นนั้น เพราะขาดความรู้ในการทำการเกษตรที่ถูกต้อง การทำการเกษตรแบบเดิมที่บอกต่อๆ กันมา กลายเป็นความเคยชินในการทำการเกษตรอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้พื้นที่ป่าทยอยลดลง และส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และนำไปสู่การประสบปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ เช่น หมอกควันที่ทำให้คนในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนทั้งหมดต้องประสบเป็นประจำทุกปี และสาเหตุหลักมาจากการเผาป่าไม้ การเผาเศษวัสดุจากการเกษตร...
error: Alert: Content is protected !!