Home ข่าวเชียงใหม่ ข่าวด่วน ข่าวเชียงใหม่ล่าสุด ข่าวเชียงใหม่วันนี้ กองทุนเอกอัครราชทูตเพื่อการอนุรักษ์ทางวัฒนธรรม ร่วมอนุรักษ์เรือนโบราณล้านนาในเชียงใหม่

กองทุนเอกอัครราชทูตเพื่อการอนุรักษ์ทางวัฒนธรรม ร่วมอนุรักษ์เรือนโบราณล้านนาในเชียงใหม่

-

กองทุนเอกอัครราชทูตเพื่อการอนุรักษ์ทางวัฒนธรรม ร่วมอนุรักษ์เรือนโบราณล้านนาในเชียงใหม่ 

     ในวันนี้ (18 ธ.ค.62) รัฐบาลสหรัฐอเมริกามอบทุนสนับสนุนจํานวน 150,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ให้แก่สํานักส่งเสริม ศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่ออนุรักษ์เรือนโบราณล้านนาในเชียงใหม่ โดยสถาน เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจําประเทศไทยเป็นผู้มอบทุนดังกล่าว ผ่านโครงการกองทุนเอกอัครราชทูต เพื่อการอนุรักษ์ทางวัฒนธรรม (AFCP) ซึ่งสนับสนุนการดูแลรักษามรดกทางวัฒนธรรมที่เสี่ยงต่อการสูญหาย

     “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้อนุรักษ์สถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมล้านนาโบราณร่วมกับพิพิธภัณฑ์เรือน โบราณล้านนา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผ่านกองทุนเอกอัครราชทูตเพื่อการอนุรักษ์ทางวัฒนธรรม” อุปทูต รักษาการแทนเอกอัครราชทูต ไมเคิล ฮีธ กล่าว “เราจะดําเนินโครงการนี้เพื่อช่วยอนุรักษ์สถาปัตยกรรม โบราณ รวมทั้งจัดการฝึกอบรมด้านงานหัตถกรรมล้านนาโบราณให้แก่ช่างฝีมือรุ่นใหม่ เป็นการแสดงถึง ความเคารพอย่างยิ่งของสหรัฐฯ ต่อวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของไทย ซึ่งเป็นผลมาจากมิตรไมตรีระหว่าง กันที่ยาวนานถึงสองศตวรรษ”

     อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูต ไมเคิล ฮีธ และกงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ ฌอน โอนีลล์ เป็นผู้มอบทุน ดังกล่าวให้แก่นายชูชีพ พงษ์ไชย หัวหน้าสำนักงานจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมด้วยศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) และผู้ช่วยศาสตราจารย์วิลาวัณย์ เศวต เศรณี ผู้อํานวยการโครงการและผู้นําอวยการสํานักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ณ พิพิธภัณฑ์เรือนโบราณ ล้านนา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โครงการดังกล่าวจะดําเนินการอนุรักษ์บ้านและยังข้าวล้านนาโบราณซึ่งสร้าง ขึ้นจากไม้ จํานวน 11 หลัง ที่ตั้งอยู่ในพิพิธภัณฑ์เรือนโบราณล้านนา รวมถึงอํานวยการฝึกอบรมให้แก่ ช่างฝีมือล้านนารุ่นใหม่ในท้องถิ่น

     กงสุลใหญ่โอนีลล์ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “โครงการนี้ถือเป็นการเฉลิมฉลองสัมพันธไมตรีอันแน่นแฟ้นระหว่าง สหรัฐฯ และภาคเหนือของไทย ซึ่งมีความสําคัญเป็นอย่างยิ่ง ทั้งยังจะช่วยอนุรักษ์วัฒนธรรมล้านนาไว้ให้ ลูกหลานสืบไป คนอเมริกันได้มาลงหลักปักฐานและทํางานในภาคเหนือของไทยกว่า 150 ปีที่ผ่านมา เราเชิด ชูประวัติศาสตร์ที่มีร่วมกันกับชาวเหนือและจะก้าวไปสู่อนาคตเคียงข้างกัน”

     ภายหลังการมอบทุนสนับสนุนมูลค่า 150,000 ดอลลาร์สหรัฐ อุปทูตฮีธ กงสุลใหญ่โอนีลล์ นายเจริญฤทธิ์ นายแพทย์นิเวศน์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์วิลาวัณย์ ได้นําแขกผู้มีเกียรติชมเรือนโบราณล้านนา อาทิ เรือน พญาปงลังกา เรือนไทลื้อ และเรือนพญาวงศ์ ซึ่งตั้งอยู่ภายในพิพิธภัณฑ์เรือนโบราณล้านนา มช.

      AFCP เป็นกองทุนที่จัดตั้งโดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ตามคําขอของสภาคองเกรส มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์พื้นที่ วัตถุ และรูปแบบการแสดงออกทางวัฒนธรรมต่างๆ โดยได้มอบให้แก่โครงการอนุรักษ์เรือนคําเที่ยง สยามสมาคม เมื่อปี 2544 เป็นครั้งแรกในไทย ตัวอย่างโครงการ AFCP ที่โดดเด่นในอดีต ได้แก่ โครงการอนุรักษ์มรดกด้านสถาปัตยกรรมอิสลามในภาคใต้ของไทย ปี 2547, โครงการอนุรักษ์ จิตรกรรมฝาผนัง วัดบ้านก่อ จังหวัดลําปาง ปี 2549 และโครงการบันทึกข้อมูลทางสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นใน ชุมชนคลองบางหลวง กรุงเทพฯ ปี 2557

     โครงการกองทุน AFCP ขนาดใหญ่ที่สุดในไทยคือโครงการอนุรักษ์วัดไชยวัฒนาราม สิ่งก่อสร้างศตวรรษที่ 17 ในจังหวัดอยุธยา ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อปี 2554 จนถึงปัจจุบัน กระทรวงการ ต่างประเทศสหรัฐฯ ได้มอบทุนจํานวน 1,100,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์วัดแห่งนี้ ผ่าน การประเมินสภาพและฟื้นฟูบูรณะร่วมกับกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และกองทุนเพื่ออนุสรณ์สถานโลก

     ท่านสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ AFCP ได้ที่ https://eca.state.gov/cultural-heritagecenter/ambassadors-fund-cultural-preservation และเข้าชมรูปภาพจากพิธีได้ทาง https://photos.app.goo.gl/s41c7nLD9ZuGigtv8 ภายหลังงาน

     เชิญติดตามข่าวสารและเหตุการณ์ล่าสุดได้จากโฮมเพจของสถานทูตอเมริกันที่เว็บไซต์https://th.usembassy.gov (ซึ่งเชื่อมกับโฮมเพจของหน่วยงานต่างๆ ของรัฐบาลสหรัฐด้วย)

 

Must Read

(มีคลิป) เชียงใหม่ลุกฮือ!!! จัดชุมนุมใหญ่กลางท่าแพอีกครั้ง “ทนายอานนท์” เดินหน้าขึ้นปราศรัย เรียกร้อง 3 ข้อและการขยายอำนาจของสถาบันกษัตริย์

(มีคลิป) เชียงใหม่ลุกฮือ!!! จัดชุมนุมใหญ่กลางท่าแพอีกครั้ง “ทนายอานนท์” เดินหน้าขึ้นปราศรัย เรียกร้อง 3 ข้อและการขยายอำนาจของสถาบันกษัตริย์ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 9 ส.ค.63 รายงานข่าวแจ้งว่า ที่บริเวณลานเอนกประสงค์ ข่วงประตูท่าแพ อ.เมืองเชียงใหม่ ได้เกิดการชุมนุมของประชาชนชาวเชียงใหม่อีกครั้ง หลังจากเหตุการณ์ชุมนุ่มใหญ่เมื่อวันที่ 19 ก.ค.63 ที่ผ่านมา และจากการชุมนุมครั้งดังกล่าวที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการติดตามตัวแกนนำผู้ชุมนุมไปรับทราบข้อกล่าวหามาแล้ว...
error: Alert: Content is protected !!