หมอเตือนภัย! หลังพบสาวไปทำเล็บที่ร้าน เกิดติดเชื้อเข้ากระดูก แถมยังเสี่ยงติดเชื้อ HIV คาดเครื่องมือไม่สะอาด

หมอเตือนภัย! หลังพบสาวไปทำเล็บที่ร้าน เกิดติดเชื้อเข้ากระดูก แถมยังเสี่ยงติดเชื้อ HIV คาดเครื่องมือไม่สะอาด

     ผู้สื่อข่าวรายงาน พบเฟซบุ๊ก Arak Wongworachat ของนายแพทย์อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสิชล จ.นครศรีธรรมราช ได้โพสต์เตือนสาวๆที่ชอบตัดแต่งเล็บที่ร้าน โดยระบุว่า อุทาหรณ์ หญิงอายุ 35 ปี เมื่อ 20 วันก่อนไปทำเล็บร้านเสริมความงาม มีการขูดร่องเล็บและตัดแต่ง ต่อเล็บปลอมด้วยกาวตราช้าง อีกสามวันต่อมารู้สึกเริ่มปวด คิดว่าไปน่าเป็นอะไรมาก ต่อมาบวมมากขึ้น ซื้อยากินเอง ยุบลงเล็กน้อย ทิ้งระยะมาหลายวันทนเอา รู้สึกเป็นไข้ บวมแดง ร้อนลามจากปลายนิ้วไปถึงโคนนิ้วงอนิ้วไม่ได้ ปวดทรมานมาก จนต้องตัดสินใจเอาเล็บปลอมออก ทำให้เนื้อเยื่อขอบเล็บหลุดออกมาด้วย ปวดทนไม่ไหวจึงมาพบแพทย์ ส่งเอกซเรย์ที่มือพบว่า กระดูกนิ้วหัวแม่มือส่วนปลายเริ่มกร่อนเป็นลักษณะติดเชื้อที่กระดูก จนต้องเข้านอนในโรงพยาบาลเพื่อผ่าตัด พบว่ามีหนองรอบๆเนื้อเยื่อหัวแม่มือ ลามเข้าข้อ กระดูก และให้ยาฆ่าเชื้อทางเส้นเลือด ใช้เวลารักษา อีกหลายวัน เสียค่าใช้จ่ายอีกหลายหมื่นบาท อีกทั้งมีโอกาสเสี่ยงพิการงอนิ้วหัวแม่มือไม่ได้ตามมา

     นอกจากนั้นต้องตรวจหาว่าติดเชื้อ Hiv ร่วมด้วยหรือไม่? เพราะเคยมีรายงานการติดเชื้อเอดส์จากการทำเล็บมาแล้วแต่งเล็บจึงต้องพึงระวัง เครื่องมืออาจไม่สะอาด หรือผ่านการใช้งานมาจากหลายๆคนแล้วไม่ได้ทำความสะอาดฆ่าเชื้ออย่างเพียงพอ จนติดเชื้อได้

     นายแพทย์อารักษ์ ยังได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมของ อาการของกระดูกอักเสบ (Osteomyelitis) แบบเฉียบพลันมักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายในช่วง 7-10 วัน แต่อาจเป็นอาการเรื้อรังที่ค่อย ๆ เกิดขึ้น โดยลักษณะอาการที่พบส่วนใหญ่มักมีความคล้ายคลึงกัน ดังนี้

1.มีอาการปวด บวม หรือแดงในบริเวณที่มีการติดเชื้อ และอาจพบหนองร่วมด้วย
2.มีไข้ หนาวสั่น
3.อ่อนเพลีย
4.คลื่นไส้ เบื่ออาหาร
5.ไม่สามารถเคลื่อนไหวบริเวณข้อต่อที่มีอาการได้ หรือเคลื่อนไหวได้ลำบาก

ข้อมูล : Arak Wongworachat