โครงการชลประทานเชียงใหม่ รายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่ พร้อมเน้นย้ำให้ประชาชนกักเก็บน้ำเพื่อใช้อุปโภค-บริโภค และงดปลูกข้าวนาปรัง-พืชฤดูแล้ง

     นายจรินทร์ คงศรีเจริญ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ว่า ขณะนี้มีปริมาณน้ำต้นทุน รวม 295.52 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 43.48 ของความจุ แบ่งเป็นขนาดเล็ก 117 แห่ง ขนาดกลาง 12 แห่ง และขนาดใหญ่ 2 แห่ง ได้แก่ เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล และเขื่อนแม่กวงอุดมธารา ซึ่งแผนการจัดสรรน้ำเขื่อนแม่งัดฯ ในช่วงฤดูแล้ง รวมปริมาณน้ำที่ใช้ 105 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยเริ่มส่งลงแม่น้ำปิง ในวันที่ 9 มกราคม – 1 กรกฎาคม 2563 ส่งให้พื้นที่สองฝั่งแม่น้ำปิง จังหวัดเชียงใหม่ – ลำพูน 70 ล้านลูกบาศก์เมตร และส่งน้ำในพื้นที่โครงการแม่สา-แม่งัด-แม่แฝก รวม 35 ล้านลูกบาศก์เมตร ในส่วนของเขื่อนแม่กวงอุดมธารา รวมปริมาณน้ำที่ใช้ 19 ล้านลูกบาศก์เมตร เน้นส่งการน้ำเพื่ออุปโภค-บริโภค และไม้ผลไม้ยืนต้นเป็นหลัก และได้ขอความร่วมมือเกษตรกรงดปลูกข้าวนาปรัง และพืชฤดูแล้งในปี 2562/63 นี้

     สำหรับมาตรการควบคุมการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้ง ในปี 2563 จะต้องรักษาเสถียรภาพของตลิ่งแม่น้ำปิง และควบคุมการปิดกั้นทางน้ำที่เป็นอุปสรรคในการบริหารจัดการน้ำ รวมถึงเฝ้าระวังและควบคุมไม่ให้มีการปล่อยน้ำเสียลงในแม่น้ำ คู คลอง และแหล่งน้ำต่างๆ อีกทั้งการประปาส่วนภูมิภาคเตรียมการในกรณีระดับน้ำต่ำกว่าระดับสูบน้ำ ซึ่งสำนักงานชลประทานที่ 1 เป็นผู้ถือกุญแจและควบคุมการเปิด-ปิดประตูปากคลองส่งน้ำในลำน้ำปิงทั้งหมด

     ด้าน นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้เน้นย้ำให้ประชาชนช่วยกันบริหารจัดการน้ำ และเลือกพืชที่เหมาะสมกับสถานการณ์น้ำที่จะเกิดขึ้น รวมถึงแจ้งเตือนเกษตรกรให้ปฏิบัติตามการแจ้งเตือนของโครงการชลประทานฯ ทั้งนี้ทางชลประทานจังหวัดฯ ได้มีการประชุมและมอบหมายให้เกษตรจังหวัดฯ ตรวจสอบพื้นที่ที่อยู่นอกพื้นที่ชลประทาน ทำความเข้าใจกับเกษตรกร รวมถึงประสานกับสภาเกษตรกร ทำความเข้าใจกับประชาชนให้ทราบถึงสถานการณ์ เพื่อวางแนวทางในการใช้น้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่อไป

ที่มา : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่