Home ข่าวทั่วไทย กรมอนามัยแนะ ใช้แก้วเก็บความเย็นต้องล้างขอบยางฝาแก้วให้สะอาด เสี่ยงเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค

กรมอนามัยแนะ ใช้แก้วเก็บความเย็นต้องล้างขอบยางฝาแก้วให้สะอาด เสี่ยงเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค

-

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะประชาชนที่นิยมใช้แก้วเก็บความเย็น ต้องล้างทำความสะอาดแก้วทั้งภายในขอบยางฝาแก้วและร่องขอบยางด้านใน ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงที่จะมีสิ่งสกปรกอุดตันเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค

     นายแพทย์ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า แก้วเก็บความเย็นเป็นหนึ่งทางเลือกเพื่อลดการใช้พลาสติกไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ซึ่งแก้วประเภทนี้สามารถเก็บความเย็นได้นานกว่า 12 ชั่วโมง และทำจากสเตนเลส (stainless steel) เกรดครัว (Kitchen Grade) จึงทนต่อการเจาะและเป็นสนิม ฉนวนสุญญากาศแบบติดผนังสองชั้น ข้างในมีช่องว่างเล็กๆ เป็นสุญญากาศ ทำให้สามารถรักษาความเย็นและความร้อนข้างในไว้ได้อย่างยาวนาน สามารถเข้าเครื่องล้างภาชนะได้ มีหลากหลายขนาด แต่ที่นิยมใช้มากที่สุดเป็นทรงแก้วน้ำ (TUMBLER) ขนาด 30 ออนซ์ มีฝาปิดแก้วน้ำ แผ่นแม่เหล็กปิด-เปิด (Mag Slider) และขอบยางฝาแก้วด้านใน ที่ช่วยป้องกันการรั่วไหลหรือกันน้ำซึมออกด้านนอก และยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันอุณหภูมิจากภายนอกแก้ว ทำให้สามารถรักษาสภาพเครื่องดื่มเย็นหรือเครื่องดื่มร้อนได้อย่างยาวนาน

     “ทั้งนี้ การล้างทำความสะอาดแก้วเก็บความเย็น ควรล้างให้สะอาดทุกซอกทุกมุม เพื่อหลีกเลี่ยงการสะสมเชื้อโรคแบบถาวร โดยเฉพาะการทำความสะอาดจุดเสี่ยงที่มีสิ่งสกปรกอุดตันเป็นจำนวนมาก ได้แก่ ขอบยางฝาแก้ว และร่องขอบยางด้านใน โดยเปิดแก้วและฝาแก้วแยกจากกัน ดึงขอบยางฝาแก้วออกเช็ดคราบสกปรกขอบยางฝาแก้วและร่องฝาแก้ว ทำความสะอาด ตัวแก้ว และฝาแก้ว ทั้งภายในและภายนอกแก้ว ด้วยน้ำยาล้างแก้วหรือน้ำยาล้างจาน และล้างให้สะอาดอีกครั้งด้วยน้ำเปล่า และคว่ำหรือเช็ดให้แห้งและเก็บในที่ที่เหมาะสม จะช่วยป้องกันการสะสมของเชื้อโรคและเชื้อราที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพตามมาได้” รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าว

Must Read

ปศุสัตว์เชียงใหม่ ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ตรวจเข้มป้องกันการลักลอบนำสุกรเข้ามาในประเทศ

สำนักงานปศุสัตว์ จังหวัดเชียงใหม่ ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ตรวจเข้มป้องกันการลักลอบนำสุกรเข้ามาในประเทศ วันที่ 11 สิงหาคม 2563 นายพงศ์พัฒน์ ขัตพันธ์ ปศุสัตว์จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยในการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ ของสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ ว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรยังมีการระบาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาธารณรัฐประชาชนจีน และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ทำให้ต้องมีการคัดทิ้งและทำลายสุกรไปแล้วกว่า 200 ล้านตัว สร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรมการผลิตสุกรเป็นอย่างมาก และเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ที่ผ่านมา...
error: Alert: Content is protected !!