Home ข่าวเชียงใหม่ ข่าวด่วน ข่าวเชียงใหม่ล่าสุด ข่าวเชียงใหม่วันนี้ ตร.ภาค 5 รวบสองสาวแสบร่วมแก๊งโรแมนซ์สแกม หลอกลวงเหยื่อโอนเงิน

ตร.ภาค 5 รวบสองสาวแสบร่วมแก๊งโรแมนซ์สแกม หลอกลวงเหยื่อโอนเงิน

-

ตร.ภาค 5 รวบสองสาวแสบร่วมแก๊งโรแมนซ์สแกม หลอกลวงเหยื่อโอนเงิน

      ตำรวจภูธรภาค 5 จับกุมตัวหญิงสาวชาวไทย 2 ราย หลังพบว่ามีการร่วมมือกับแก๊งโรแมนซ์สแกม หลอกลวงเหยื่อโอนเงิน ทางศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศตำรวจภูธรภาค 5 ทำการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน จนทราบว่ามีการโอนเงินดังกล่าวผ่านไปที่บัญชีธนาคารกสิกรไทย ชื่อบัญชีพิไลวรรณ นันชัยภูมิ และโอนเข้าบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ ชื่อบัญชี น.ส.ชลณิชา ทาระวัน ยอดเงินดังกล่าวได้มีการถอนเงินออกที่ตู้เอทีเอ็มในประเทศมาเลเซีย เชื่อว่า น.ส.พิไลวรรณ นันชัยภูมิ และ น.ส.ชลณิชา ทาระวัน มีส่วนรู้เห็นกับกลุ่มขบวนการ  แก๊งโรแมนซ์สแกมหลอกลวงเอาทรัพย์สินประชาชนด้วย เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปราบปราม อาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศตำรวจภูธรภาค 5 (ศปอส.ภ.5) และสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ จึงขออนุมัติศาลจังหวัดเชียงใหม่ขอหมายจับผู้ต้องหา คือ

1.น.ส.พิไลวรรณ นันชัยภูมิ อายุ 23 ปี บ้านเลขที่ 539 หมู่ 19 ต.บ้านเดื่อ อ.เกษตรสมบูรณ์ จว.ชัยภูมิ   ตามหมายจับของศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จ.472/2562 ลงวันที่ 14 สิงหาคม 2562

2.น.ส.ชลณิชา ทาระวัน อายุ 24 ปี บ้านเลขที่ 10 หมู่ 9 ต.โนนทอง อ.แวงใหญ่ จว.ขอนแก่น ตามหมายจับของศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จ.473/2562 ลงวันที่ 14 สิงหาคม 2562

โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น หรือรับของโจร”

cJdQda.jpg

     ต่อมาเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามจับกุมตัว น.ส.พิไลวรรณนันชัยภูมิ และ น.ส.ชลณิชา ทาระวัน ได้ที่บริเวณด่านพรมแดน ตม.สะเดา ต.สำนักขาม อ.สะเดา จว.สงขลา หลังจากจับกุม น.ส.พิไลวรรณ  นันชัยภูมิ รับว่าตนเองเป็นแฟนคนดำ มีหน้าที่จัดหาบัญชีธนาคาร จัดหาซิมการ์ดโทรศัพท์ และตระเวนถอนเงินให้กับแฟนคนดำ ส่วน น.ส.ชลณิชา    ทาระวัน รับว่านำบัญชีธนาคารของตนเองให้กับแฟนคนดำใช้ ก่อนจะถูกจับกุมดังกล่าว และตรวจสอบเพิ่มเติม พบว่า น.ส.ชลณิชา ทาระวัน มีหมายจับของศาลจังหวัดมุกดาหาร ที่ 114/2562 ลงวันที่ 16 สิงหาคม 2562 อีก 1 หมาย

      โดยก่อนหน้านี้มีประชาชนมาร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือจากตำรวจภูธรภาค 5 ว่าถูกคนร้ายใช้โปรแกรมอินสตาแกรม โดยใช้ชื่อว่า “pascac163 หรือ johnkang” ขึ้นภาพชายชาวต่างชาติ และได้ใช้โปรแกรมวอทส์แอฟ (Whatsapp) ติดต่อพูดคุยกับผู้เสียหาย ในลักษณะอ้างว่าเป็นผู้ชายที่ร่ำรวย มีทรัพย์สินเงินทองมากมาย พูดจีบผู้เสียหาย ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่าเป็นบุคคลที่หน้าตาดี และร่ำรวยจริง จนกระทั่งประมาณต้นเดือนมีนาคม 2562 บุคคลดังกล่าวบอกว่าจะส่งพัสดุจากประเทศเกาหลีมายังประเทศไทยเป็นของขวัญ และขอให้ผู้เสียหายส่งที่อยู่ปัจจุบันพร้อมกับหมายเลขโทรศัพท์

      หลังจากนั้นมีผู้ใช้วอทส์แอฟแจ้งว่าพัสดุส่งมาถึงประเทศมาเลเซียแล้ว แต่ไม่สามารถดำเนินการส่งมายังประเทศไทยได้ ต้องมีการชำระภาษีของประเทศมาเลเซียเป็นจำนวน 3,000 ริงกิตมาเลเซีย หรือประมาณ 23,412 บาท เสียก่อน โดยให้ผู้เสียหายทำการโอนเงินผ่านระบบ Western Union ไปยังที่อยู่ ชื่อผู้รับ Mohamad Fariz Farhan รหัสไปรษณีย์ 43300 Bandar Putra Permai Selangor ประเทศมาเลเซีย แต่เนื่องจากผู้เสียหายไม่สะดวก ผู้ใช้วอทส์แอฟดังกล่าวจึงส่งหมายเลขบัญชีธนาคารกรุงเทพ ชื่อบัญชี Kanchana Philawan โดยให้โอนเงิน (บัญชีที่น.ส.กาญจนา พิลาวรรณ ทำหาย) ผู้เสียหายจึงโอนเงิน ในรอบแรกเป็นจำนวน 23,412 บาท รอบที่สอง จำนวน 7,804 บาท ผ่านทางอินเตอร์เน็ทแบงกิ้งในโทรศัพท์

     ตำรวจภูธรภาค 5 ขอประชาสัมพันธ์ฝากสื่อมวลชนและขอเตือนประชาชนให้ระวังเครือข่ายแก๊งโรแมนซ์สแกม (Romance Scam) โดยมีข้อสังเกตว่า เครือข่ายแก๊งโรแมนซ์สแกม คือ เครือข่ายหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตรูปแบบหนึ่ง ที่กลุ่มคนร้ายจะใช้ช่องทางโชเชียลเน็ตเวิร์ก โปรแกรมแชต, วีดีโอคอลต่างๆ แอพพลิเคชั่นหาคู่ หรือการใช้เฟซบุ๊ก, อินสตาแกรม, วอทส์แอฟ (Whatsapp) ปลอมเข้ามาขอเป็นเพื่อน หรือ ทำความรู้จักในทำนองว่าจะขอจีบ โดยมักจะนำภาพชาวต่างชาติ ผิวขาวหน้าตาดีมาใช้ อ้างตัวว่ามีฐานะ เพื่อดึงดูดให้เพศหญิงตกหลุมรักและเกิดความฝันสวยหรูจะได้ใช้ชีวิตร่วมกัน บางครั้งอาจอ้างส่งของมาจากต่างประเทศและติดด่านศุลกากร ให้โอนเงินเพื่อไปจ่ายที่ศุลกากร ดังกรณีดังกล่าว

Must Read

(มีคลิป Video) “วราวุธ” ลงพื้นที่ม่อนแจ่ม ติดตามการแก้ไขปัญหารุกล้ำที่ดินป่าสงวน จ่อรื้อรีสอร์ตเพิ่มอีก 14 แห่ง

(มีคลิป Video) "วราวุธ" ลงพื้นที่ม่อนแจ่ม ติดตามการแก้ไขปัญหารุกล้ำที่ดินป่าสงวน จ่อรื้อรีสอร์ตเพิ่มอีก 14 แห่ง เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 19 ต.ค. 63 นายวราวุธ ศิลปะอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ดอยม่อนแจ่ม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ปัญหาที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ริมบนดอยม่อนแจ่ม หลังพบมีการบุกรุกและใช้พื้นที่สร้างบ้านพักรีสอร์ต ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่คณะรัฐมนตรีได้กำหนดไว้ ซึ่งที่ผ่านมามีรีสอร์ตบนดอยม่อนแจ่มถูกดำเนินคดีและสั่งรื้อถอนกว่า 30 ราย ส่วนอีกกว่า...
error: Alert: Content is protected !!