Jump to content
CM108.com ซีเอ็มร้อยแปดดอทคอม
Sign in to follow this  
janet

บลูมเบิร์ก เล่าเรื่อง มหาเศรษฐีจากไฟฟ้ากำลังสร้างเทสล่าประเทศไทย


แชร์เลย

3 posts in this topic

ลูมเบิร์ก เล่าเรื่อง มหาเศรษฐีจากไฟฟ้ากำลังสร้างเทสล่าประเทศไทย


สำหรับบริษัทสาธารณูปโภคที่ช่วยป้อนไฟฟ้าให้เมืองใหญ่ที่สุดของเอเชียอาคเนย์แล้ว นี่คือตัวอย่างที่สุดยอดของธุรกิจที่ครบวงจรเลยทีเดียว บริษัทนี้กำลังสร้างรถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่และสถานีชาร์จไฟให้กับตลาดที่ยังแบเบาะอยู่ แล้วก็จ่ายพลังงานเพื่อให้องค์ประกอบทั้งหมดทำงานไปพร้อมๆ กัน


สมโภชน์ อาหุนัย มหาเศรษฐีของไทยคนหนึ่ง เล็งเห็นในอนาคตว่า บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ (EA: Energy Absolute Plc.) ของเขาจะเป็นยักษ์ใหญ่แห่งวงการรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า (อีวี) แม้ว่าในขณะนี้จะมีรถที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่วิ่งอยู่บนท้องถนนไม่ถึง 1,500 คันด้วยซ้ำ หรือเท่ากับ 0.004 เปอร์เซ็นต์ของรถที่จดทะเบียนทั้งหมดจนถึงสิ้นเดือนธันวาคม


ประเทศในเอเชียอาคเนย์ขยับตัวค่อนข้างช้าในการยอมรับรถอีวี เพราะราคาที่แพงและคนพอใจที่จะใช้รถจักรยานยนต์มากกว่า แต่รัฐบาลไทยมองว่ารถอีวีเป็นหนทางหนึ่งที่จะลดผลกระทบจากมลพิษทางอากาศในกรุงเทพฯ และจะสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ที่แต่ละปีสร้างส่วนแบ่งจีดีพีถึง 12 เปอร์เซ็นต์ บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ (EA) อาศัยเงินอุดหนุนของรัฐและการยกเว้นภาษีในการผลิตรถอีวี 5,000 คัน ภายในปีหน้าพร้อมทั้งติดตั้งสถานีจ่ายไฟ 700 กว่าแห่ง นอกจากนี้ยังวางแผนลงทุน 3 พันล้านเหรียญดอลลาร์ที่จะสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนอีกด้วย

 

“กระแสมันชัดมาก ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะต้องเลิกชะล่าใจและหันไปไขว่คว้าเทคโนโลยีชั้นสูงมาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเรา เทคโนโลยีรถไฟฟ้ากำลังเปิดโอกาสใหม่ๆ สำหรับคนรุ่นใหม่ที่แสวงหาความสำเร็จ”


บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ เป็นบริษัทผลิตพลังงานไฟฟ้าที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศไทยถ้าวัดด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด เมื่อต้นปีนี้เองบริษัทได้เปิดตัวรถอีวีชื่อ Mine Mobility ที่งานบางกอกมอเตอร์โชว์ โดยได้รับคำสั่งซื้อกว่า 4,500 คัน แต่ละคันราคาอยู่ที่ 1.2 ล้านบาท ซึ่งถูกกว่ารถอีวีประเภทเดียวกัน เข่น นิสสัน ลีฟ หรือ เกีย โซล


เราจะได้เห็นรถรุ่นนี้ออกวิ่งบนท้องถนนในยามที่โชว์รูมรถอีวีกำลังจะเนืองแน่นด้วยรถนำเข้าจากต่างประเทศรุ่นต่างๆ


ผู้ผลิตรถยนต์ต่างพากันไล่กวดความเติบโตในตลาดเอเชียอาคเนย์ ในขณะที่ยอดขายในประเทศจีน สหรัฐอเมริกาและยุโรปเริ่มตกต่ำเนื่องจากสงครามการค้าและผลของเบรกซิท  ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ดัชนีผู้ผลิตรถยนต์โลกของบลูมเบิร์กร่วงลงถึง 15 เปอร์เซ็นต์

 

EA ทำตลาดรถ Mine Mobility เป็นรถอีวีรุ่นแรกที่ออกแบบและผลิตในประเทศไทย รถเปิดท้าย (hatchback) ห้าที่นั่งรุ่นนี้วิ่งได้ไกลถึง 200 ก.ม. หรือ 124 ไมล์ ในการชาร์จไฟแต่ละครั้ง แม้ว่าระยะทางการวิ่งจะยังเทียบกับรถ Tesla Model 3 หรือ รุ่น e6 ของ BYD ไม่ได้ แต่ก็เพียงพอที่จะจูงใจให้สหกรณ์แท็กซี่ 5 แห่งในกรุงเทพมหานครสั่งจองถึง 3,500 คัน เพราะเชื่อว่าบริษัท EA จะสามารถส่งรถให้ได้ในเวลาอันรวดเร็ว

EA%2062%2006%2025.jpg


ธนพัชร์ สุขสุธรรมวงศ์ กรรมการผู้จัดการของบริษัทพลังงานมหานคร ในเครือ EA กล่าวว่า ผู้ให้บริการรถยนต์ เช่น บริษัทแท็กซี่หรือรถเช่า เป็นกลุ่มเป้าหมายแรกสำหรับรถ Mine Mobility “ไม่มีวิธีแสดงจุดเด่นของเทคโนโลยีได้ดีไปกว่าการให้คนที่ต้องขับรถระยะทางไกลทุกวันมาขับเอง”


แบตเตอรี่ในรถ Mine Mobility จะมาจากโรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง  เมื่อโรงงานพร้อมเดินเครื่องผลิตเต็มกำลัง จะส่งผลให้ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ลำดับสามของโลกทีเดียว

 

EA พยายามทำแบบเดียวกับ Tesla ในการบูรณาการทุกขั้นตอนของวงจรชีวิตของรถไฟฟ้า ทั้งผลิตไฟฟ้า ผลิตแบตเตอรี่ ผลิตรถยนต์ และติดตั้งสถานีชาร์จไฟ เจ้าของรถ Tesla นั้นชาร์จไฟรถตัวเองที่บ้านด้วยแผงโซล่าร์เซลล์และใช้แบตเตอรี่ที่ผลิตโดยบริษัทพานาโซนิค Tesla ไม่มีตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย ไม่กี่คันที่เห็นบนท้องถนนก็ส่งมาจากที่ต่างๆ เช่น ฮ่องกง ซึ่งหมายความว่าต้องเสียภาษีนำเข้าที่ทำให้ราคารถเพิ่มขึ้นเท่าตัว


ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียอาคเนย์ที่เสนอแรงจูงใจให้กับผู้ผลิตรถอีวี และลดภาษีการขาย บริษัทยังได้รับการลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลถึง 8 ปี การยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับเครื่องจักรและชิ้นส่วน และการลดภาษีสรรพสามิต


EA วางแผนผลิตรถอีวี 3 รุ่นด้วยกัน ประกอบด้วย รถ Mine Mobility ขนาดกลางซึ่งบริษัทยืนยันว่าจะเสร็จพร้อมส่งกลางปีหน้า รถขนาดเล็กที่ราคาถูกกว่าและรถสปอร์ตที่มีราคาสูง บริษัทกำลังก่อสร้างโรงงานด้วยเงินลงทุน 200 ล้านบาท เพื่อประกอบรถมากถึง 10,000 คัน ภายในสิ้นปีนี้


แต่เส้นทางยังอีกยาวไกลกว่าที่จะผลิตได้จำนวนที่ตั้งเป้าไว้ เพราะภายในประเทศเองมีรถใช้พลังงานไฟฟ้า รวมถึงรถเมล์และมอเตอร์ไซค์ ที่ได้จดทะเบียนจนถึงสิ้นเดือนธันวาคมเพียง 1,454 คันเท่านั้น

“เป้าหมายของเราเวลานี้คือการแนะนำรถอีวีให้ตลาดในไทยก่อน” อมร ทรัพย์ทวีกุล รองซีอีโอของ EA กล่าว


EA มีสถานีชาร์จไฟอยู่แล้วประมาณ 400 แห่งทั่วกรุงเทพ และวางแผนติดตั้งอีก 300 แห่งภายในปีนี้ โดยตั้งเป้าไว้ว่าจะมีสถานีชาร์จไฟอย่างน้อยหนึ่งแห่งต่อทุก 5 ก.ม.แอปพลิเคชันชื่อว่า EA Anywhere จะช่วยให้ผู้ขับขี่รถอีวีสามารถหาสถานีชาร์จไฟและจองจุดจ่ายไฟได้


ในขณะที่แผนภายในประเทศกำลังก่อตัวขึ้น ทางบริษัทพลังงานบริสุทธิ์ก็ยังวางแผนขยายธุรกิจต่อไปอีก ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้าน เช่น อินโดนีเซีย เวียดนาม มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ก็ตั้งเป้าสำหรับการมีรถอีวีด้วย แม้แต่ลาวและเมียนมาร์ก็แสดงความสนใจเช่นเดียวกัน


“ประเทศไทยจะเป็นผู้นำของเทคโนโลยีอีวีในภูมิภาคนี้” สมโภชน์กล่าว “เราเป็นเจ้าแรก และนั่นจะทำให้เราออกตัวไปได้ก่อนในการพัฒนาเทคโนโลยีนี้”

 

EA1%2062%2006%2025.jpg

EA เดินหน้าสร้างการเติบโตตามแผน


บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ประเมินทิศทางของ EA ยังเติบโตได้ดีในระยะยาว ปัจจุบัน EA อยู่ระหว่างเตรียมสายการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า โดยจะใช้เงินลงทุน 200 ล้านบาท ล่าสุดได้มีการจัดเตรียมชิ้นส่วนครบแล้ว และกำลังไล่ขอการยืนยันคำสั่งซื้อจากลูกค้าทั้งหมดสำหรับในเฟสแรกที่ได้รับจองไว้ 4,558 คัน (หยุดรับจองแล้ว) ซึ่งผู้บริหาร ตั้งเป้าจะเริ่มผลิตในปลายปี 2562 และ ทยอยส่งมอบในไตรมาส 1/63


ส่วนธุรกิจเรือไฟฟ้า กำลังต่อเรือ 2 ลำแรก เพื่อทดสอบให้บริการบนแม่น้ำเจ้าพระยาในราวเดือน ส.ค. จากเป้าปีนี้ 20 ลำ ส่วนโรงงานแบตเตอรี่ เริ่มทำฐานราก และเครื่องจักรกำลังทยอยนำเข้ามาแล้ว ส่วนทางด้านการเงินนั้น ตั้งเป้าลงทุน 9.2 พันลบ.ปีนี้ โดยมีเงินสดในมือ 4 พัน ลบ. และ คาดการณ์กระแสเงินสดปีนี้ 9 พัน ลบ. เป็นตัวรองรับ และจะมีการออกหุ้นกู้ 1 หมื่นลบ. ส่วนหนึ่งเพื่อรีไฟแนนซ์ Bridging Loan ค่าก่อสร้างโครงการหนุมาน

ทิศทางผลการดำเนินงานไตรมาส 2/62 ไม่น่ากังวล โดยคาดกำไรปกติจะขยายตัวเด่นจากกำลังการผลิตไฟฟ้าจากโครงการพลังงานลมใหม่ที่เข้ามาระหว่างไตรมาส ขณะที่พัฒนาการของ

  • ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า (EV car)
  • เรือไฟฟ้า
  • โครงการแบตเตอรี่พลังงาน และ
  • PCM


ซึ่งทั้งหมดเป็น upside นอกประมาณการของเรานั้น ยังคงดำเนินไปตามแผนบริษัท ซึ่งจะต้องเริ่มเห็นเม็ดเงินรายได้ในปี 2563 เป็นตัวบีบของด้านเวลา เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” ราคาเหมาะสมปี 2562 ที่ 57.75 บาทต่อหุ้น 

 

https://www.bloomberg.com/news/features/2019-06-19/thailand-s-tesla-being-built-by-billionaire-s-energy-absolute

Share this post


Link to post
Share on other sites

ตอบด้วยสมาชิก Facebook

Guest
You are commenting as a guest. If you have an account, please sign in.
Reply to this topic...

×   Pasted as rich text.   Paste as plain text instead

  Only 75 emoji are allowed.

×   Your link has been automatically embedded.   Display as a link instead

×   Your previous content has been restored.   Clear editor

×   You cannot paste images directly. Upload or insert images from URL.

Sign in to follow this  

×