Jump to content
CM108.com ซีเอ็มร้อยแปดดอทคอม
Sign in to follow this  
Babala Zabzab

10 วิธีที่ผ่านการยอมรับว่าสามารถช่วยให้เด็กฉลาดขึ้นได้


แชร์เลย

1 post in this topic

children22102019.jpg.2207cb3638e6ee5ccc176967e9cbb408.jpg

                  รู้ไหมคะ ว่าคุณพ่อ คุณแม่ นั้น สามารถช่วยให้ลูกน้อยกลายป็นเด็กฉลาดได้ เพราะความฉลาดของเด็กไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่กรรมพันธุ์อย่างเดียว แต่มันยังขึ้นกับปัจจัยอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น สภาพแวดล้อม การเลี้ยงดู การดูแลเอาใจใส่ในเรื่องต่าง ๆ การเรียนรู้ การสั่งสอน และอาหารการกิน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยทำให้เด็กฉลาดและมีพัฒนาการที่ดีขึ้นได้ นอกจากนี้ก็ยังมีวิธีที่สามารถช่วยสร้างความฉลาดให้กับเด็ก ๆ ได้อีกด้วย โดยวิธีต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนผ่านการยอมรับทางวิทยาศาสตร์แล้วว่าได้ผลรับที่ดีต่อตัวเด็กจริง ซึ่งจะมีวิธีไหนบ้างนั้นตามมาดูกันเลยค่ะ

                10 วิธีที่ผ่านการยอมรับว่าสามารถช่วยให้เด็กฉลาดขึ้นได้

1. เรียนดนตรี

เหตุผลง่าย ๆ คือ ดนตรีทำให้เด็กฉลาดขึ้น งานวิจัยเผยว่าเด็กที่อยู่ในกลุ่มเรียนดนตรีจะมีระดับไอคิวที่เพิ่มขึ้นมากกว่าเด็กที่ไม่ได้เรียนดนตรี แม้ว่าผลที่เกิดขึ้นจะเล็กน้อย แต่เมื่อวัดจากคะแนนสอบต่าง ๆ แล้ว ก็ถือว่ามีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จด้านวิชาการ แถมการฝึกเล่นดนตรียังเป็นประโยชน์ต่อคนทุกวัยด้วย

2. เด็ก “โตแต่ตัว” ไม่มีอยู่จริง

เด็กที่เล่นกีฬาจนร่างกายบึกบึน ที่จริงแล้วไม่ใช่เด็กโง่ เพียงแต่สนุกกับการเล่นกีฬามากกว่านั่งอ่านหนังสือ แต่ถ้าจะให้ดี ก็ต้องเก่งทั้งสองอย่าง จริงไหมล่ะ? ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ก็ภูมิใจได้เลย เพราะว่าการออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มความสามารถในการเรียน จากการวิจัยที่ระบุว่าหลังจากออกกำลังกาย เด็กจะจดจำคำศัพท์ใหม่ได้เร็วขึ้นถึง 20% นอกจากนี้ การออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 3 เดือน จะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังสมองส่วนความจำและการเรียนรู้ถึง 30% ด้วย

3. อ่านหนังสือกับลูก ไม่ใช่อ่านให้ลูกฟัง

เด็กฉลาดจำเป็นต้องมีทักษะในการอ่าน แต่พ่อแม่จะต้องอ่านหนังสือพร้อมไปกับคุณลูก ไม่ใช่นั่งอ่านให้ลูกฟังโดยที่ลูกไม่ได้มองหนังสือเลย นอกจากนี้ การแบ่งหนังสือกันอ่านยังเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการส่งเสริมความสามารถในการอ่านออกเขียนได้เบื้องต้นให้กับเด็กที่เรียนอ่อนด้วย

4. การอดนอนทำให้เด็กโง่

การสูญเสียเวลานอนเพียง 1 ชม. ก็เท่ากับสูญเสียเวลาการเติบโตทางสติปัญญาและพัฒนาการไปถึง 2 ปี โดยจากข้อมูลสำรวจของ Wahlstrom ในนักเรียนมัธยมปลาย 3,000 คน ในโรด ไอส์แลนด์ เด็กมัธยมปลายที่ได้เกรด A มีเวลานอนเฉลี่ยมากกว่าเด็กที่ได้เกรด B ประมาณ 15 นาที และเด็กเกรด B มีเวลานอนเฉลี่ยมากกว่าเด็กเกรด C ประมาณ 15 นาทีเช่นกัน

5. ไอคิวสำคัญน้อยกว่าวินัยในตนเอง

เด็กที่มีวินัยและความตั้งใจจะมีแววประสบความสำเร็จในชีวิตมากกว่าเด็กที่มีไอคิวสูง เพราะเด็กที่มีวินัยจะไม่วอกแวกและใช้เวลาไปกับเรื่องไร้สาระ ทำให้เราสามารถคาดการณ์ประสิทธิภาพด้านวิชาการในอนาคตได้ ในขณะที่ไอคิวทำไม่ได้ ยิ่งกว่านั้น มโนธรรมหรือความรู้สึกรับผิดชอบยังมีความสำคัญต่อเกรดมากกว่าความฉลาด คนที่มีมโนธรรมสูงจะได้เกรดดีกว่าทั้งในโรงเรียนและในระดับมหาวิทยาลัย ประกอบอาชญากรรมน้อยลง มีชีวิตคู่ที่ยืนยาว อายุยืน ไม่ใช่แค่ไม่ดื่มเหล้าหรือสูบบุหรี่ แต่ยังมีแนวโน้มที่จะป่วยด้วยโรคเส้นเลือดในสมองแตกน้อยลง ความดันเลือดต่ำ และมีโอกาสเป็นอัลไซเมอร์น้อยลงด้วย

6. การเรียนรู้เป็นกระบวนการที่ต้องลงมือทำอย่างต่อเนื่อง

สมองของคนเราจะพัฒนาได้โดยการลงมือทำสิ่งต่าง ๆ ไม่ใช่แค่การฟัง นี่คือเหตุผลที่การมีทักษะหลายอย่างดีกว่าใช้เวลาไปกับการทำแบบทดสอบ แทนที่จะค่อย ๆ ลงมือทำและซึมซับทักษะเหล่านี้

7. รับประทานอาหารในเวลาที่ถูกต้อง

พ่อแม่ย่อมต้องการให้ลูก ๆ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์อยู่แล้ว แต่รู้หรือไม่ว่า อาหารเสียสุขภาพอย่างคาเฟอีนและน้ำตาล ที่จริงแล้วก็มีประโยชน์เช่นกัน หากให้เด็กรับประทานในเวลาที่เหมาะสม เพราะคาเฟอีนและน้ำตาลจะช่วยกระตุ้นสมอง รักษาความสนใจและการทำงานของกระบวนการจำ และเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการใส่ใจ โดยสามารถให้เด็กรับประทานคาเฟอีนเป็นรงวัลขณะที่เรียนหรือต้องการพักผ่อนได้

8. เด็กที่มีความสุข = เด็กที่ประสบความสำเร็จ

ความสุขเป็นข้อได้เปรียบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นสิ่งที่ชี้วัดประสิทธิภาพของมนุษย์ โดยเฉลี่ยแล้ว คนที่มีความสุขมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จทั้งเรื่องงานและความรักมากกว่าคนที่ไม่มีความสุข แต่ขั้นแรกในการสร้างเด็กที่มีความสุขก็คือ ต้องเป็นพ่อแม่ที่มีความสุขให้ได้ก่อน

9. สิ่งแวดล้อมของเด็ก ๆ ก็สำคัญ

โดยทั่วไปแล้ว เด็ก ๆ จะไม่มีนิสัยหรือสติปัญญาเหมือนพ่อแม่ แต่สิ่งที่ส่งผลต่อพฤติกรรมของเด็กจริง ๆ ก็คือสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเพื่อนร่วมห้อง การเรียนในโรงเรียนที่วิชาการเข้มแข็ง แม้ว่าจะมีความกดดัน แต่ในแง่หนึ่งก็จะช่วยให้ลูกมีเพื่อนที่ตั้งใจเรียน โดยจากการวิจัยในนักศึกษาของ Dartmouth College ระบุว่าเมื่อนักศึกษาที่เรียนไม่เก่งได้รูมเมตเป็นเด็กเรียนเก่ง ก็จะมีเกรดเฉลี่ยที่ดีขึ้น เพราะได้ซึมซับพฤติกรรมการเรียนจากรูมเมตนั่นเอง

10. เชื่อมั่นในตัวลูก

แค่เชื่อว่าลูกของคุณเก่ง ก็สร้างความเปลี่ยนแปลงได้มากมายแล้ว เนื่องจากเป็นการสร้างกำลังใจและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่เด็ก โดยจากการทดสอบของโรเซนธัลและเลนอร์ จาคอบสัน ที่ให้ครูบอกนักเรียนว่านักเรียนเป็นเด็กฉลาดกว่าที่คิด นักเรียนเหล่านั้นจะทำคะแนนได้ดี ไม่ว่าจะสุ่มหรือไม่ได้สุ่มบอกก็ตาม โดยในช่วงจบการศึกษา เด็กราว 30% มีคะแนนเฉลี่ยไอคิวเพิ่มถึง 22 คะแนน และเกือบทุกคนมีคะแนนเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 10 คะแนน

                นอกจากการเลี้ยงลูกด้วยการใช้วิธีต่าง ๆ เหล่านี้แล้วอีกหนึ่งสิ่งที่ก็ถือว่ามีความสำคัญกับเด็กไม่น้อยที่จะสามารถช่วยให้เด็กฉลาด ก็คือเรื่องอาหารการกินต่าง ๆ ควรให้ลูกน้อยได้ทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ถูกหลักโภชนาการและครบ 5 หมู่ เพื่อให้ร่างกายและสมองได้นำสารอาหารต่าง ๆ เหล่านั้นไปใช้ได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้มีพัฒนาการที่ดีและมีร่างกายที่แข็งแรงนั่นเองค่ะ

#เด็กฉลาด

Share this post


Link to post
Share on other sites

ตอบด้วยสมาชิก Facebook

Guest
You are commenting as a guest. If you have an account, please sign in.
Reply to this topic...

×   Pasted as rich text.   Paste as plain text instead

  Only 75 emoji are allowed.

×   Your link has been automatically embedded.   Display as a link instead

×   Your previous content has been restored.   Clear editor

×   You cannot paste images directly. Upload or insert images from URL.

Sign in to follow this  

×