Jump to content
CM108.com ซีเอ็มร้อยแปดดอทคอม
Sign in to follow this  
ผู้สื่อข่าว CM108 (3)

พม. จัดประชุมคณะมนตรีประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ครั้งที่ 21 (21" Ascc Council)


แชร์เลย

1 post in this topic

พม. จัดประชุมคณะมนตรีประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ครั้งที่ 21 (21" Ascc Council)

wuDN0I.jpg

1959017302_(4).thumb.jpg.559848bb80a6f996caeea9d6166ae666.jpg

     วันนี้ (17 พ.ค. 62 ) เวลา 09.00 น. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จัดการประชุมคณะมนตรีประชาคม สังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ครั้งที่ 21 (21" ASCC Council) ซึ่งเป็นการประชุมลําดับสุดท้ายของการประชุมอาเซียนที่จัดต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 13 - 18 พฤษภาคม 2562 ณ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งกระทรวง พม. เป็นเจ้าภาพ ภายใต้การเป็นประธานอาเซียนของ ประเทศไทย โดยมี นายวีระโรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) ในฐานะหัวหน้าคณะมนตรีประชาคม สังคมและวัฒนธรรมอาเซียน เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย นายปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความ มันคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) ในฐานะประธานคณะเจ้าหน้าที่อาวุโสสําหรับประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (Chair of SOCA) และนางสาวอุษณี กังวารจิตต์ รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รองปลัด พม.) รวมทั้ง คณะมนตรี ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน คณะเจ้าหน้าที่อาวุโสสําหรับคณะมนตรีประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน รองเลขาธิการ อาเซียนสําหรับประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน คณะผู้แทน และผู้แทนสํานักเลขาธิการอาเซียน จํานวนกว่า 60 คน เข้าร่วม ประชุม ณ ห้องลานนาบอลรูม 2-3 โรงแรมแชงกรี - ลา จังหวัดเชียงใหม่

     นายวีระ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ปี 2562 นับเป็นปีแห่งโอกาสอันดี ที่ประเทศไทยได้รับตําแหน่งประธานอาเซียน ซึ่งเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎบัตรอาเซียน (ASEAN Charter) เรื่อง การกําหนดให้การเป็นประธานอาเซียนหมุนเวียนทุกปี ตามลําดับอักษรชื่อภาษาอังกฤษของรัฐสมาชิก ทั้งนี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศแนวคิดหลักการ เป็นประธานอาเซียน คือ “Advancing Partnership for Sustainability” หรือ “ร่วมมือร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน” อีกทั้งได้ประกาศให้ การเป็นประธานอาเซียนของประเทศในปี 2562 เป็นวาระแห่งชาติอีกด้วย สําหรับการจัดประชุมอาเซียนครั้งนี้ เป็นการประชุมที่สําคัญ ของประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASCC) ภายใต้การเป็นประธานอาเซียนของประเทศไทยในปี 2562 โดยมีวัตถุประสงค์ สําคัญเพื่อพิจารณาและให้การเห็นชอบต่อแผนงานและเอกสารผลลัพธ์สําคัญภายใต้ ASCC ก่อนจะมีการนําเสนอต่อการประชุมสุดยอด อาเซียน ครั้งที่ 34 ซึ่งประกอบด้วยการประชุมที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องกัน จํานวน 4 รายการ ดังนี้ 1) การประชุมคณะทํางาน เรื่องวัฒนธรรมแห่งการป้องกัน ครั้งที่ 2 2)การประชุมประสานงานประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ครั้งที่ 14 3) การประชุม เจ้าหน้าที่อาวุโสสําหรับคณะมนตรีประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ครั้งที่ 26 และ 4) การประชุมคณะมนตรีประชาคมสังคม และวัฒนธรรมอาเซียน ครั้งที่ 21 รวมทั้งการศึกษาดูงานทางวัฒนธรรมในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนี้ การจัดประชุม ดังกล่าว

1631242099_1752562BE__0008.thumb.jpg.747e42e1dbbafadae6fc0a7aa4620b17.jpg

     นายวีระ กล่าวต่อว่า การประชุมอาเซียนในครั้งนี้ ประสบความสําเร็จด้วยดีตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ โดยสามารถสรุปผล การประชุมที่สําคัญ ดังนี้ 1.ด้านการจัดการประชุม มีผู้เข้าร่วมการประชุม ประกอบด้วย คณะผู้แทนระดับรัฐมนตรี คณะผู้แทนระดับ เจ้าหน้าที่อาวุโส รองเลขาธิการอาเซียนสําหรับประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน คณะผู้ติดตามจากประเทศสมาชิกอาเซียน คณะผู้แทนจากหน่วยงานในระดับภูมิภาคและผู้แทนองค์การสหประชาชาติ ผู้แทนหน่วยงานของประเทศไทยที่เกี่ยวข้อง บุคลากรของ กระทรวง พม. และผู้มีเกียรติฝ่ายไทย จํานวนทั้งสิ้น กว่า 500 คน 2.ด้านผลลัพธ์การประชุม ประเทศไทยประสบผลสําเร็จใน การผลักดันแผนงานหลักประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนในฐานะประธานอาเซียนในปี 2562 (ASCC Priority Areas 2019) และ มีกรอบการดําเนินงาน “3/W14” ดังนี้ “3 แนวทางหลัก” ได้แก่ ความเชื่อมโยงภาคประชาชน (People – to - People Connectivity) และ หุ้นส่วนความร่วมมือ (Partnerships) ความยั่งยืน (Sustainability) การเตรียมความพร้อมและวางแผนด้านความมั่นคงของมนุษย์สําหรับ อนาคต (Future - Oriented Actions for Human Security) โดยมีตัวอย่างความสําเร็จที่เป็นรูปธรรม คือ ข้อริเริ่ม “ปีแห่งวัฒนธรรมอาเซียน 2562” ภายใต้แนวคิด “หลากหลาย สร้างสรรค์ ยั่งยืน” เพื่อเฉลิมฉลองความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่ผสานจนเป็นอัตลักษณ์ ของอาเซียน และนําไปสู่สายตาผู้คนทั่วโลก ด้วยการผนึกกําลังของประเทศสมาชิกอาเซียนร่วมเผยแพร่วัฒนธรรมในเวทีนานาชาติ ร่วมส่งเสริมให้เห็นถึงความเข้มแข็ง และสร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพที่เติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง “4 ศูนย์อาเซียน” ที่จะมีการจัดตั้งหรือ ปรับปรุงพัฒนา ได้แก่ คลังสิ่งของช่วยเหลือและระบบโลจิสติกส์เพื่อช่วยเหลือเมื่อเกิดภัยพิบัติฉุกเฉินของอาเซียนในประเทศไทย ศูนย์อาเซียนเพื่อผู้สูงวัยอย่างมีศักยภาพและนวัตกรรม ศูนย์วัฒนธรรมอาเซียน และศูนย์ฝึกอบรมอาเซียนด้านสังคมสงเคราะห์และ สวัสดิการสังคม และ “14 เอกสารผลลัพธ์สําคัญ" ประกอบด้วย 1. เอกสารผลลัพธ์สําคัญสําหรับการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 34 (ASEAN Summit) จํานวน 5 ฉบับ ได้แก่ 1.1 เอกสารเพื่อการรับรอง (For Adoption) จํานวน 2 ฉบับ ประกอบด้วย (1) ปฏิญญากรุงเทพฯ ว่าด้วยการต่อต้านขยะทะเลในภูมิภาคอาเซียน (Bangkok Declaration ๓ Combating Marine Debris in ASEAN Region) และ (2) แถลงการณ์ผู้นําอาเซียนว่าด้วยปีแห่งวัฒนธรรมอาเซียน พ.ศ. 2562 (ASEAN Leaders' Statement on the ASEAN Glural Year 2019) 1.2 เอกสารเพื่อทราบ (For Notation) จํานวน 3 ฉบับ ประกอบด้วย (1) กรอบปฏิบัติการอาเซียนว่าด้วยขยะทะเล (ASEAN Framewok of Action an Marine Debris) (2) ถ้อยแถลงรัฐมนตรีแรงงานอาเซียนว่าด้วยเรื่องอนาคตของงาน : การส่งเสริม เทคโนโลยีและการเจริญเติบโตแบบมีส่วนร่วม (ASEAN Labour Minister's Statement on the Future of Work: Enabrading Technology for Indusive and Sustainable Growth) และ (3) ถ้อยแถลงร่วมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียนว่าด้วยข้อริเริ่มที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมต่อ การประชุมใหญ่ แรงงานระหว่างประเทศ สมัยที่ 108 (ASEAN Labour Ministers' Joint Statement on Green Initiative to the 108” Interational Labour Conference)

     นายวีระ กล่าวต่อไปว่า 2. เอกสารผลลัพธ์สําคัญสําหรับการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 จํานวน 9 ฉบับ ได้แก่ 2.1 เอกสารเพื่อการรับรอง (Fr Adapticaา) จํานวน 6 ฉบับ ประกอบด้วย (1) แถลงการณ์ร่วมอาเซียนว่าด้วยการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศต่อที่ประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 25 (ASEAN Joint Statement on Climate Change to the 25th CoP to the UNFCCC) (2) ปฏิญญาว่าด้วยการคุ้มครองเด็กจากการแสวงหาผลประโยชน์ lunedaulnilynguuuuluan 01 (Declaration on the Protection of Children against All foms of Online Child Exploitation and Abuse in ASEAN) (3) ปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยสิทธิของเด็กโยกย้ายถิ่นฐาน (ASEAN Declaration on the Rights of Children on the Move) (4) ปฏิญญากรุงเทพว่าด้วยการพัฒนาความร่วมมือด้านการศึกษาสําหรับการพัฒนาที่ยั่งยืน (Bangkok Declaration to Advance Partnership an Education for Sustainability) และ (5) แถลงการณ์ร่วมว่าด้วยการยืนยันคํามั่นในความก้าวหน้าการดําเนินงาน nilinluonU (Joint Statement on Roaffimation of Commitment to Advancing the Rights of the Child in ASEAN) 10 S 2.2 เอกสารเพื่อทราบ (For Notation) จํานวน 4 ฉบับ ประกอบด้วย (1) แนวทางและกระบวนการในการตอบสนองต่อความต้องการของ เหยื่อการค้ามนุษย์ตามอนุสัญญาอาเซียนว่าด้วยการต่อต้านการค้ามนุษย์โดยเฉพาะสตรีและเด็ก (Regional Guidelines and Procedures to Address the Needs of Victims of Trafficking in Person, Especially Women and Children) (2) LONMUNOJLOMU7Juni ว่าด้วยการส่งเสริมธรรมาภิบาลและการเร่งยกระดับภาคราชการพลเรือนในยุคดิจิทัล (ASEAN Statement on Promotion of Good Governance and Acceleration of an Agile Gil Service in a Digital Economy) (3) แถลงการณ์ร่วมอาเซียนว่าด้วยการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศต่อที่ประชุมสุดยอดของสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ASEAN Joint Statement on Climate Change for UN 2019 Climate Summit) และ (4) แผนปฏิบัติการภูมิภาคว่าด้วยการเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการศึกษาให้แก่ Länud:Lenapuñonna 4 (Regional Action Plan on Strengthening Education for the Out-of-School Children and Youth)

     นายวีระ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับรองร่างแบบสอบถามและขอบเขตอํานาจหน้าที่ (TOR) ของคณะผู้แทน ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนในการเยือนติมอร์-เลสเต เพื่อศึกษาสํารวจความพร้อมเกี่ยวกับการเข้าเป็นประเทศสมาชิก อาเซียนของติมอร์-เลสเตในส่วนที่เกี่ยวข้องกับประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ทั้งนี้ การประชุมต่างๆ ในการประชุมอาเซียน ครั้งนี้ นอกเหนือจะเป็นการดําเนินการตามบทบาททางนิตินัยที่กําหนดไว้ในกฎบัตรอาเซียนที่ประเทศไทยในฐานะประเทศสมาชิก อาเซียนต้องปฏิบัติตามแล้วยังเป็นโอกาสอันสําคัญยิ่งในการแสดงบทบาทนําทางพฤตินัยในเวทีอาเซียนของประเทศไทย และผลักดัน ให้ประเทศไทยมีบทบาทนําและเป็นศูนย์กลางของการดําเนินงานสําคัญในด้านต่างๆ ของอาเซียน อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป สําหรับประโยชน์ในกาพรวมในมิติด้านสังคมและวัฒนธรรม ประเทศไทยและประชาชนชาวไทย โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ จะได้รับ ประโยชน์โดยตรงทั้งด้านรายได้และการส่งเสริมการท่องเที่ยว จากการที่ผู้นําประเทศ คณะผู้แทน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จํานวนมาก จากประเทศสมาชิกอาเซียน ได้ร่วมเดินทางเข้ามาประชุมยังประเทศไทย นอกจากการเสริมสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการเป็น ประชาคมอาเซียนผ่านการดําเนินงานโครงการและกิจกรรมสําคัญที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งภาพลักษณ์ของจังหวัดเชียงใหม่ประเทศไทยยังจะได้รับประโยชน์จากความร่วมมือด้านต่างๆ ระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน อาทิ ด้านสิทธิสตรีและสิทธิเด็ก ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านศิลปะและวัฒนธรรม ด้านราชการพลเรือน ด้านการศึกษา ด้านแรงงาน และ ด้านสวัสดิการสังคมและการพัฒนา อันเป็นผลจากการนําเอกสารผลลัพธ์สําคัญ ซึ่งผู้นําอาเซียนให้การรับรองและรับทราบ ในการประชุมสุดยอดอาเซียนไปสู่การปฏิบัติ นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ให้การสนับสนุนผู้นําเยาวชนอาเซียนที่พบปะผู้นําในคราวที่ ประเทศไทยจะจัดการประชุมสุดยอดผู้นําอาเซียนในเดือนมิถุนายน 2562 ที่ประเทศไทย ซึ่งนับเป็นการเปิดโอกาสและเวทีให้ ผู้นําเยาวชนได้มีปฏิสัมพันธ์ และเลนอข้อคิดเห็นต่อผู้นําของประเทศอาเซียนอีกด้วย

1789417417_1752562BE__0005.thumb.jpg.9119e04fc6fea4607944a58e416d0448.jpg

870711823_(3).thumb.jpg.887ddb324ef7fd473a6113c0c1f1ade4.jpg1013304708_(2).thumb.jpg.772171979b5e1adcec8fd7c01cbb03aa.jpg

641088481_1752562BE__0004.thumb.jpg.e1253deb4e2a30aea36efa511ce27964.jpg

1811735081_1752562BE__0003.thumb.jpg.1f814992ca552b2a6bd0d8be712119fd.jpg

1752562 BE_๑๙๐๕๑๗_0001.jpg

1752562 BE_๑๙๐๕๑๗_0007.jpg

 

Share this post


Link to post
Share on other sites

ตอบด้วยสมาชิก Facebook

Create an account or sign in to comment

You need to be a member in order to leave a comment

Create an account

Sign up for a new account in our community. It's easy!

Register a new account

Sign in

Already have an account? Sign in here.

Sign In Now
Sign in to follow this  

×