Jump to content
CM108.com ซีเอ็มร้อยแปดดอทคอม
Sign in to follow this  
ผู้สื่อข่าว CM108 (2)

พยากรณ์อากาศทั่วไทย 10 ม.ค. 62 และคาดหมายอีก 7 วันข้างหน้า


แชร์เลย

2 posts in this topic

ประจำวันที่ 10 มกราคม 2562

   ลักษณะอากาศทั่วไปพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง โดยภาคเหนือจะมีฝนฟ้าคะนองมากกว่าบริเวณอื่น และอุณหภูมิจะลดลงอีก 2-3 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับเกษตรกรควรเตรียมป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อผลผลิตทางการเกษตร ส่วนภาคใต้มีฝนน้อย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ทำให้มีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกปกคลุมภาคเหนือและประเทศลาว ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังอ่อน ทำให้ภาคใต้มีฝนน้อย

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

ภาคเหนือ อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า และอุณหภูมิจะลดลงอีก 2-3 องศาเซลเซียส
โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงราย ตาก ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร สุโขทัย และกำแพงเพชร
อุณหภูมิต่ำสุด 18-22 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 24-33 องศาเซลเซียส
สำหรับบริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 10-15 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝน ร้อยละ 10 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี และชัยภูมิ
อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส
สำหรับบริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 13-17 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมากกับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดอุทัยธานี ชัยนาท และนครสวรรค์
อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมากกับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดพัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดตรัง และสตูล
อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมากกับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

9noKjz.jpg

Share this post


Link to post
Share on other sites

พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า
ระหว่างวันที่ 9 มกราคม 2562 - 15 มกราคม 2562

การคาดหมาย ในช่วงวันที่ 9-10 ม.ค. 62 ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนภาคอื่นๆมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง หลังจากนั้น ในช่วง 11-12 ม.ค. 62 ภาคเหนือ มีอากาศเย็นถึงหนาว และอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส และมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ในบริเวณยอดดอย ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกยังคงมีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า ภาคใต้มีฝนน้อย ส่วนในช่วงวันที่ 13-15 ม.ค. 62 ภาคเหนือมีอากาศหนาวเย็นต่อเนื่อง และตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลาง และภาคตะวันออก มีอากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนน้อย

ข้อควรระวัง  ในช่วงวันที่ 10-15 ม.ค. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา   ในช่วงวันที่ 9-10 ม.ค. 62 คลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกได้เคลื่อนผ่านภาคเหนือไปปกคลุมประเทศลาวและเวียดนามตอนบนแล้ว ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีฝนฟ้าคะนอง หลังจากนั้นในช่วง 11-12 ม.ค. อุณหภูมิลดลง และมีอากาศหนาวเย็นลง ในขณะที่ในช่วงวันที่ 10-12 ม.ค. 62 บริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้มีกำลังอ่อนลง ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอุณหภูมิสูงขึ้นกับมีหมอกในตอนเช้า สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมภาคใต้มีกำลัง ทำให้ภาคใต้มีฝนน้อย ส่วนในช่วงวันที่ 13-15 ม.ค. 62 บริเวณความกดอากาศสูงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยบน มีอากาศหนาวเย็นลงและอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส

ภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 9-10 ม.ค. 62 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 19-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26-33 องศาเซลเซียส
สำหรับบริเวณยอดดอยอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-15 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ในช่วงวันที่ 11-15 ม.ค. 62 อากาศเย็นถึงหนาว โดยอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิต่ำสุด 14-18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-32 องศาเซลเซียส
สำหรับบริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 4-12 องศาเซลเซียส กับมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่
ลมตะวันตก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ   ในช่วงวันที่ 9-12 ม.ค. 62 อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า
อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส
สำหรับบริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 12-17 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ในช่วงวันที่ 13-15 ม.ค. 62 อากาศเย็น และอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิต่ำสุด 16-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส
สำหรับบริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-15 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง  ในช่วงวันที่ 9-13 ม.ค. 62 มีเมฆเป็นส่วนมากกับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนเล็กน้อยบางพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ในช่วงวันที่ 14-15 ม.ค. 62 อากาศเย็นในตอนเช้า และอุณหูมิจะลดลง 1-2 องศา
อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก ในช่วงวันที่ 9-13 ม.ค. 62 มีเมฆเป็นส่วนมากกับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนเล็กน้อยบางพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง ประมาณ 1 เมตร
ในช่วงวันที่ 14-15 ม.ค. 62 อากาศเย็นในตอนเช้า และอุณหูมิจะลดลง 1-2 องศา
อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง ประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)  มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ตลอดช่วง
อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส
ตั้งแต่จังหวัดสุราฏษ์ธานีขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)  มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ตลอดช่วง
อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง ประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล   ในช่วงวันที่ 9-13 ม.ค. 62 มีเมฆเป็นส่วนมากกับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนเล็กน้อยบางพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ในช่วงวันที่ 14-15 ม.ค. 62 มีเมฆบางส่วน และอุณหูมิจะลดลงเล็กน้อย
อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

Share this post


Link to post
Share on other sites

ตอบด้วยสมาชิก Facebook

Create an account or sign in to comment

You need to be a member in order to leave a comment

Create an account

Sign up for a new account in our community. It's easy!

Register a new account

Sign in

Already have an account? Sign in here.

Sign In Now
Sign in to follow this  

×