Jump to content
CM108.com ซีเอ็มร้อยแปดดอทคอม
Sign in to follow this  
ผู้สื่อข่าว CM108 (3)

โซเชียลแชร์ภาพ พยาธิตัวตืด หลุดออกมาจากก้น!!


แชร์เลย

1 post in this topic

ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ภาพพร้อมคลิปโดยมีข้อความว่า "ตอนแรกคิดว่าใส้หลุด มันคือพยาธิตืด พยาธิใบไม้ เพราะกินของดิบ มันยังมีอีกเยอะที่อยุ่ในร่างกายกำลังไปหาหมอ กลัวตัวเอง" โดยในคลิปและภาพนั้นเป็นภาพของเส้นสีขาวๆและมีการขยับอยู่ ซึ่งในตอนแรก ผู้โพสต์คลิปนี้นึกว่าเป็นไส้ตัวเองหลุดออกมาก แต่จริงๆแล้วมาทราบภายหลังว่าเป็นพยาธิตัวตืด

โดยหลังจากนั้น เฟซบุ๊กแฟนเพจ หมอแล็บแพนด้า แฟนเพจชื่อดังได้โพสต์เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า

"ที่เห็นนั่นคือพยาธิตัวตืดหลุดออกมาจากก้นครับ!! ใครกำลังจะกินข้าวให้เลื่อนผ่านไปเลย 555555555

พยาธิในรูปนี้ เจ้าของได้เลี้ยงดูจนมันโตเต็มวัย ดูนั่นสิ ตัวมันเป็นปล้องๆมาต่อกัน ยาวหลายเมตรเลย
เฮ้ย! แล้วมันมาจากไหนล่ะ มาสิงในร่างเราได้ยังไง 5555555555 อย่ามาทำเป็นไม่รู้นะ 
ก็เรากินเนื้อหมูหรือเนื้อวัวที่มีเม็ดสาคูโดยไม่ปรุงสุกให้ดี เม็ดสาคูก็คือถุงน้ำใสเล็กๆ ขาวๆ มองเผินๆเหมือนเม็ดสาคู แต่ในนั้นมีพยาธิอยู่ข้างในซึ่งเป็นระยะติดต่อ ถ้าเราเผลอกินเข้าไป หรือบางคนก็แกล้งเผลอ เพราะกินลาบ ลู่ แหนม แบบดิบๆ 5555555 ตัวอ่อนที่เรากินก็จะโผล่หัวออกมา และโตเป็นพยาธิเกาะติดอยู่กับผนังลำไส้เล็กโดยมีปล้องยาวออกไปเรื่อยๆ พยาธิตัวเต็มวัย วัยว้าวุ่น จะทำให้เกิดอาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย เบื่ออาหาร รวมทั้งคลื่นไส้ อาเจียน และซีด

บางคนไม่กินเนื้อสุกๆดิบๆก็ใช่ว่าจะรอดนะ 555555 ถ้าเผลอกินไข่ของของพยาธิที่ปนมากับผักสด เพราะเขาเอาขี้มาเป็นปุ๋ยซึ่งมีไข่พยาธิตืดหมูปนเปื้อน ถ้าเราล้างไม่ดี พยาธิตัวอ่อนออกมาแล้วไชทะลุผนังลำไส้เข้าสู่กระแสเลือดกระจายไปสู่อวัยวะต่างๆ เกิดเป็นซีสต์ทั่วร่างกาย อย่าถามผมอีกว่า กินสุกๆดิบๆเสี่ยงมั้ยคร้าาาา??? จำไว้เลยครับ
สุกๆดิบ แปลว่าดิบ !!!!" 
ซึ่งเป็นการยืนยันว่าที่เห็นนั้น เป็นพยาธิตัวตืดจริงๆ ซึ่งอาจจะมาจากการกินอาหารสุกๆดิบๆเข้าไป ซึ่งทำให้พยาธิเข้าสู่ร่างกาย

 

โดยพยาธิตัวตืด เป็นพยาธิตัวแบน สีขาวขุ่น ลำตัวมีลักษณะเป็นปล้อง และมีความยาวหลายเมตร อาศัยอยู่ในลำไส้ของคนและทำให้เกิดการป่วยติดเชื้อ โดยชนิดที่บ่อยพบ คือ ตัวตืดหมู และตัวตืดวัว เข้าสู่ร่างกายผ่านน้ำดื่มหรืออาหารที่เจือปนไข่หรือตัวอ่อนของพยาธิ โดยเฉพาะอาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ ซึ่งมักพบอยู่ในกล้ามเนื้อหมู วัว และควาย เมื่อพยาธิตัวตืดเข้าสู่ร่างกาย ตัวอ่อนของพยาธิอาจเคลื่อนออกจากลำไส้แล้วสร้างถุงน้ำหุ้มตัวอ่อนเป็นระยะตัวอ่อนเม็ดสาคูตามอวัยวะต่างๆ เช่น ตา กล้ามเนื้อ หัวใจ หรือสมอง โดยทั่วไปผู้ป่วยที่ติดเชื้อพยาธิตัวตืดมักมีอาการที่ไม่รุนแรงมากนัก แต่การแพร่กระจายของตัวอ่อนอาจส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรง และอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการตรวจรักษาทันการณ์

อาการของพยาธิตัวตืด

ส่วนใหญ่ผู้ป่วยที่ติดเชื้อพยาธิตัวตืดในลำไส้มักไม่มีอาการของโรคปรากฏ แต่บางรายอาจมีอาการป่วยแสดงออกมาหากพยาธิเคลื่อนไหวอยู่ในลำไส้ อาการจะขึ้นอยู่กับชนิดของพยาธิตัวตืดและตำแหน่งที่พยาธิอาศัยอยู่ โดยผู้ป่วยที่ติดเชื้อพยาธิตัวตืดในลำไส้จะมีอาการดังต่อไปนี้

  • คลื่นไส้
  • เหนื่อยล้า อ่อนแอ
  • เบื่ออาหาร น้ำหนักลด
  • ปวดท้อง ท้องเสีย
  • ขาดสารอาหาร

44474644_1895183837226027_2663233409781858304_n.jpg.d432f97bc6b84b7f19116ccec2f8ea1e.jpg

นอกจากนี้ หากตัวอ่อนของพยาธิตัวตืดเคลื่อนออกจากลำไส้แล้วสร้างถุงหุ้มตัวเองเป็นตัวอ่อนเม็ดสาคูตามเนื้อเยื่อต่าง ๆ ของร่างกาย จะทำให้ผู้ป่วยมีไข้ เกิดอาการแพ้ ติดเชื้อแบคทีเรีย มีถุงน้ำหรือก้อนเนื้อตามร่างกาย หรืออาจส่งผลให้อวัยวะต่าง ๆ ถูกทำลาย เช่น ดวงตา ตับ หัวใจ และสมอง โดยเฉพาะหากมีตัวอ่อนเม็ดสาคูในสมองและไขสันหลัง จะทำให้มีอาการของโรคในระบบประสาท รวมทั้งเกิดอาการชักได้

สาเหตุของพยาธิตัวตืด

การติดเชื้อพยาธิตัวตืดมักเกิดจากการบริโภคไข่หรือตัวอ่อนของพยาธิ ซึ่งมักเป็นชนิดพยาธิตืดวัว (Taenia Saginata) และพยาธิตืดหมู (Taenia Solium) โดยตัวอ่อนจะพัฒนาเป็นพยาธิตัวเต็มวัยและอาศัยอยู่ในลำไส้ของมนุษย์ได้นานถึง 30 ปี และอาจมีความยาวกว่า 15.2 เมตร ซึ่งไข่และตัวอ่อนของพยาธิมีโอกาสเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ได้หลายทาง เช่น

  • การรับประทานเนื้อหมู เนื้อวัว และเนื้อควายที่ปรุงไม่สุก เช่น ลาบ แหนม
  • การรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนอุจจาระของสัตว์หรือผู้ป่วยที่ติดเชื้อพยาธิตัวตืด
  • การสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อพยาธิตัวตืด โดยไข่ของพยาธิอาจหลุดปนมากับอุจจาระ และอาจติดตามผิวหนัง เสื้อผ้า และอาหารได้

การวินิจฉัยพยาธิตัวตืด

แพทย์จะตรวจวินิจฉัยผู้ติดเชื้อพยาธิตัวตืดด้วยการตรวจอุจจาระ โดยจะสั่งเก็บตัวอย่างอุจจาระไปส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อหาไข่พยาธิด้วยการส่องกล้องจุลทรรศน์ ซึ่งอาจต้องเก็บตัวอย่างอุจจาระส่งตรวจเพิ่มเติมในเวลาที่ต่างกัน หรืออาจเก็บตัวอย่างไข่พยาธิด้วยการใช้เทปกาวใสแปะบริเวณปากทวารหนักแล้วนำไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์  

นอกจากนี้ แพทย์อาจสั่งตรวจเพิ่มเติม เช่น การตรวจเลือด เพื่อตรวจหาสารภูมิต้านทานต่อการติดเชื้อพยาธิตัวตืด หรืออาจส่งตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เอ็มอาร์ไอ หรืออัลตราซาวด์ในกรณีที่มีถุงน้ำหรือก้อนเนื้อตามร่างกาย เพื่อตรวจการแพร่กระจายของพยาธิตัวตืด

การรักษาพยาธิตัวตืด

การติดเชื้อพยาธิตัวตืดส่วนใหญ่รักษาให้หายได้ด้วยการรับประทานยาที่มีฤทธิ์เป็นพิษต่อพยาธิตัวเต็มวัย เช่น พราซิควอนเทล อัลเบนดาโซลและนิโคลซาไมด์ โดยแพทย์จะจ่ายยาเพื่อรักษาตามชนิดพยาธิและตำแหน่งที่พยาธิอาศัยอยู่ นอกจากนี้ หากพบว่าพยาธิตัวตืดแพร่กระจายและลุกลามไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย แพทย์จะพิจารณาบริเวณที่พยาธิอาศัย ระดับความรุนแรงของการติดเชื้อ และภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น แล้วหาแนวทางการรักษาที่เหมาะสมด้วยวิธี ดังนี้

  • ยารักษาโรคพยาธิ เช่น อัลเบนดาโซล นิโคลซาไมด์ พราซิควันเทล และอัลเบนดาโซล ซึ่งจะออกฤทธิ์ทำให้ถุงห่อตัวอ่อนของพยาธิฝ่อลง และทำลายผิวของพยาธิ ทำให้พยาธิเป็นอัมพาต ซึ่งแพทย์อาจนัดผู้ป่วยมาตรวจร่างกายอีกครั้งด้วยการตรวจอุจจาระ เอกซเรย์ หรืออัลตราซาวด์ เพื่อให้แน่ใจว่ายารักษามีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยารักษาโรคพยาธิตัวตืดทุกครั้ง และรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะพยาธิตัวตืดหมูที่อาจทำให้เกิดการติดเชื้อจากระยะตัวอ่อนพยาธิจนมีอาการป่วยรุนแรงถึงชีวิตได้หากไม่ได้รับยารักษาอย่างถูกต้อง
  • ยาต้านการอักเสบ ถุงน้ำที่หุ้มตัวอ่อนของพยาธิตัวตืดที่ตายแล้วอาจส่งผลให้เนื้อเยื่อและอวัยวะในร่างกายบวมอักเสบได้ แพทย์จึงอาจสั่งจ่ายยาในกลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์เพื่อช่วยลดอาการอักเสบ เช่น เพรดนิโซน และเดกซาเมทาโซน เป็นต้น
  • ยากันชัก หากผู้ป่วยชักจากการติดเชื้อพยาธิตัวตืดในระบบประสาท แพทย์จะสั่งจ่ายยากันชักเพื่อช่วยบรรเทาอาการชัก
  • การระบายน้ำออกจากสมอง การแพร่กระจายของพยาธิตัวตืดอาจส่งผลให้เกิดภาวะโพรงสมองคั่งน้ำซึ่งเป็นภาวะที่มีน้ำในสมองมากเกินไป โดยแพทย์อาจใส่สายระบายน้ำในสมองเพื่อระบายของเหลวออก
  • การผ่าตัด แพทย์อาจต้องผ่าตัดเพื่อนำถุงน้ำหุ้มตัวอ่อนบริเวณดวงตา ตับ และปอดออก เนื่องจากถุงน้ำบริเวณดังกล่าวอาจรบกวนการทำงานของอวัยวะจนเกิดอันตรายต่อสุขภาพผู้ป่วยได้ โดยแพทย์อาจผ่าตัดด้วยการใส่สายระบายแล้วฉีดสารต้านปรสิตในสายระบายเพื่อกำจัดถุงหุ้มตัวอ่อนของพยาธิ   

ภาวะแทรกซ้อนของพยาธิตัวตืด

พยาธิตัวตืดอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงได้หากตัวอ่อนของพยาธิแพร่กระจายออกจากลำไส้แล้วสร้างถุงเป็นเม็ดสาคูตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ซึ่งจะขัดขวางการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ จนเกิดปัญหาสุขภาพตามมาได้ โดยภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นนั้นจะแตกต่างกันไปตามบริเวณที่มีถุงน้ำ ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการ ดังต่อไปนี้

  • ปวดศีรษะ
  • ไอ หรือไอเป็นเลือด
  • หายใจไม่อิ่ม  
  • มีภาวะตัวเหลืองตาเหลือง
  • สายตาพร่ามัว หรือตาบอด
  • เกิดอาการของโรคภูมิแพ้ชนิดรุนแรง
  • ทางเดินอาหารอุดตัน
  • สมองและระบบประสาทส่วนกลางบกพร่อง หรือภาวะพยาธิขึ้นสมอง (Neurocysticercosis)
  • อวัยวะภายในและระบบไหลเวียนเลือดได้รับความเสียหาย
  • ชัก

การป้องกันพยาธิตัวตืด

การปฎิบัติตามแนวทางดังต่อไปนี้ ช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อพยาธิตัวตืดได้

  • เลิกรับประทานเนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อควาย และเนื้อปลาแบบดิบ ๆ หรือกึ่งสุกกึ่งดิบ
  • ปรุงอาหารให้สุกอย่างทั่วถึงก่อนบริโภคด้วยอุณหูมิสูงตั้งแต่ 52 องศาเซลเซียสขึ้นไป เพื่อฆ่าไข่และตัวอ่อนของพยาธิ
  • ล้างผักและผลไม้ให้สะอาดก่อนรับประทาน
  • ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ก่อนสัมผัสหรือรับประทานอาหาร และหลังจากเข้าห้องน้ำหรือสัมผัสกับสัตว์
  • แช่แข็งเนื้อหมูและเนื้อวัวอย่างน้อย 12 ชั่วโมง และแช่แข็งเนื้อปลาอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ก่อนนำเนื้อสัตว์มาประกอบอาหาร
  • ควรใส่ใจสุขอนามัยของตนเองอยู่เสมอ โดยเฉพาะหากต้องคลุกคลีกับสัตว์เลี้ยงเป็นประจำ
  • ผู้ป่วยที่ติดเชื้อพยาธิตัวตืดต้องเข้ารับการรักษาให้หายขาด ถ่ายอุจจาระลงในส้วมที่ถูกสุขลักษณะ และไม่ถ่ายอุจจาระเรี่ยราดตามพื้นดินหรือสนามหญ้า รวมทั้งไม่นำอุจจาระไปทำเป็นปุ๋ย
  • หากจำเป็นต้องเดินทางไปยังประเทศหรือพื้นที่ที่พบการแพร่ระบาดติดเชื้อจากพยาธิตัวตืด ควรรักษาสุขอนามัยมากเป็นพิเศษ โดยเลือกดื่มน้ำสะอาด และปรุงอาหารให้สุกก่อนรับประทานเสมอ

579698507_NewBanner2.jpg.0183d6847348d762bc9cf258690ea11e.jpg

Share this post


Link to post
Share on other sites

ตอบด้วยสมาชิก Facebook

Guest
You are commenting as a guest. If you have an account, please sign in.
Reply to this topic...

×   Pasted as rich text.   Paste as plain text instead

  Only 75 emoji are allowed.

×   Your link has been automatically embedded.   Display as a link instead

×   Your previous content has been restored.   Clear editor

×   You cannot paste images directly. Upload or insert images from URL.

Sign in to follow this  

×