Jump to content
CM108.com ซีเอ็มร้อยแปดดอทคอม
Sign in to follow this  
คำตาล

(มีคลิป)สัมมนาด้านการค้าและการลงทุนของไทยในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง


แชร์เลย

1 post in this topic

 

     

         เมื่อวันที่ 25 ก.ย. 59 นายนภดล เทพพิทักษ์ (กลาง) เอกอัครราชทูตไทย ณ เวียงจันทน์ พร้อมด้วยนายจตุรงค์ บุนนาค (ที่สองจากซ้าย) ประธานสภาธุรกิจไทย-ลาว, ประธานคณะทำงานไทย-ลาว และผู้จัดการธนาคารกรุงไทย สาขานครหลวงเวียงจันทน์, นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ (ที่สองจากขวา) รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจน้ำมัน บมจ. ปตท. และ รศ.ดร. นิสิต พันธมิตร หัวหน้าศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกันแถลงข่าวสรุปผลการสัมมนาด้านการค้าและการลงทุนของไทยในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (กัมพูชา  สปป.ลาว  เมียนมา และเวียดนาม) ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 24 – 25 กันยายน 2559 ณ โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว จังหวัดเชียงใหม่ โดยชี้ว่า การสัมมนาครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จเกินคาดหมาย เนื่องจากได้รับความร่วมมือจากภาครัฐและภาคเอกชนไทยทั้งที่อยู่ในประเทศไทยและที่อยู่ในกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง อาทิ กระทรวงการต่างประเทศ  กระทรวงพาณิชย์  กระทรวงมหาดไทย  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย  สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  สมาคมธนาคารไทย  สภาธุรกิจไทยในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง และสมาคมนักธุรกิจไทยในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นทีมประเทศไทย หรือไทยแลนด์พลัสที่เดินไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งนี้ ผลสรุปของการสัมมนานั้น ทุกฝ่ายมีความเห็นร่วมกันว่าจำเป็นจะต้องมีศูนย์ One Stop Service เพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับผู้ประกอบการโดยเฉพาะ SMEs โดยมีพี่เลี้ยงเป็นบริษัทที่ประสบความสำเร็จในการลงทุนในประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงมาแล้ว อาทิ ปตท. เอสซีจี ฯลฯ แต่ทั้งนี้โมเดลที่ได้อาจต้องปรับใช้ในแต่ละประเทศตามความแตกต่างทางสภาพแวดล้อมและข้อบังคับต่าง ๆ เพื่อให้สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อความเจริญ มั่งคั่งและยั่งยืนของเศรษฐกิจไทยและของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงต่อ
 

  จากเมื่อวันที่ 24 - 25 กันยายน 2559 – สภาธุรกิจไทยในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่โดยศูนย์อาเซียนศึกษา จัดการสัมมนาด้านการค้าและการลงทุนของไทยในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงเป็นเวลาสองวันคือ วันเสาร์ที่ 24 – วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน 2559 ณ โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อร่วมกันหารือถึงปัญหาและอุปสรรคของผู้ประกอบการไทยในการดำเนินธุรกิจในประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ได้แก่ กัมพูชา  สปป.ลาว  เมียนมา และเวียดนาม รวมทั้งหาแนวทางในการแก้ไขเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทย โดยมีผู้เข้าร่วมงานสัมมนาจำนวน 135 ท่านซึ่งล้วนเป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านการค้าและการลงทุนในต่างประเทศจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน และนักวิชาการจากภาคการศึกษาที่จะมาร่วมทำเวิร์กช็อปเป็นเวลา 2 วันเพื่อหารือและรับทราบปัญหาของนักธุรกิจไทยที่ดำเนินธุรกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง รวมทั้งหาแนวทางและข้อสรุปร่วมกันในการแก้ไขปัญหา ซึ่งการสัมมนาครั้งนี้ถือเป็นกลไกในการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน และภาคการศึกษา เพื่อสร้างความสามารถทางการแข่งขันให้ผู้ประกอบการและหารูปแบบการเชื่อมโยงการค้าการลงทุน (Trade and Investment Connection) ร่วมกันในกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง โดยมีคณะทำงานด้านการส่งเสริมการส่งออกและการลงทุนในต่างประเทศ (D4) ภายใต้โครงการสานพลังประชารัฐ มีบทบาทสำคัญในฐานะเป็นผู้ดูแลและส่งเสริมการส่งออกและการลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะการค้าการลงทุนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงซึ่งเป็นประเทศที่มีความสำคัญยิ่งต่อการค้าการลงทุนของไทย

             นายวิทวัส ศรีวิหค รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ประธานเปิดงานสัมมนาการค้าและการลงทุนของไทยในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ได้กล่าวถึงโอกาสและความท้าทายของธุรกิจไทยในกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงว่า ประเทศไทยมีชัยภูมิที่มีศักยภาพและยังได้เปรียบในการเป็นจุดศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ที่เชื่อมต่อระหว่างประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนโดยเฉพาะอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง 
ที่ผ่านมาประเทศไทยมีการลงทุนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2558 ที่ผ่านมา ไทยลงทุนในประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงคิดเป็น 6.373 ล้านดอลล่าร์ และในปีนี้มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากปีที่แล้ว นอกจากนี้ ประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงยังมีแรงงานราคาต่ำกว่าประเทศไทย ซึ่งเป็นโอกาสของการขยายการลงทุนของนักลงทุนไทย ทั้งนี้นายวิทวัส ได้กล่าวกระตุ้นให้ผู้ประกอบการไทยให้ความสำคัญกับการเข้าไปทำการค้าและการลงทุนในประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงเพราะไทยมีศักยภาพและมีความได้เปรียบในแง่ของความใกล้เคียงด้านสังคมและวัฒนธรรม โดยให้มุ่งจับชีพจรของประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เรียนรู้เรื่องการเมือง วัฒนธรรม ค่านิยม ความเชื่อท้องถิ่น เรียนรู้ภาษา ศึกษากฎหมาย กติกา ข้อบังคับ และแนวปฏิบัติในการค้าการลงทุน โดยเน้นการทำธุรกิจแบบยั่งยืน ไม่ค้าขายแบบตีหัวเข้าบ้านที่จะสร้างความขัดแย้ง และให้ก้าวข้ามความรู้สึกและทัศนคติที่ไม่ดีต่าง ๆ ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังแนะนำกลยุทธ์ในการเจาะตลาดอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาขีดความสามารถศักยภาพแรงงาน การเจาะตลาดใหม่ การพัฒนาคุณภาพสินค้า และการเชื่อมโยงเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง   
    โดยในการสัมมนาครั้งนี้ได้มีการจัดเสวนาพิเศษในหลาย ๆ หัวข้อที่น่าสนใจ โดยหัวข้อหนึ่งในนั้นเป็นการเสวนาพิเศษโดยตัวแทนสถานเอกอัครราชทูตไทยในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ได้แก่ นายนภดล เทพพิทักษ์ เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์  นายพิษณุ สุวรรณชฎ เอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง และนางจีรนันท์ วงษ์มงคล อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการพาณิชย์) ณ กรุงพนมเปญ เกี่ยวกับ “แนวทาง ปัญหาและอุปสรรคในการทำธุรกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง” ซึ่งผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตไทยฯ ได้ให้ความเห็นที่ตรงกันว่าประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงทั้ง 4 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา  สปป.ลาว  เมียนมา และเวียดนามนั้นได้มีการเปลี่ยนแปลงประเทศกำลังขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว รวมทั้งกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นจากคนรุ่นหนุ่มสาว ประเทศไทยมีความได้เปรียบในแง่ของความใกล้ชิดและวัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกัน ผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะ SMEs จึงควรมองถึงการค้าการลงทุนในประเทศเหล่านี้และมุ่งสร้างความสัมพันธ์หรือคอนเนคชั่นรวมทั้งปรับทัศนคติของตน โดยศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับประเทศนั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นกฎระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อธุรกิจ ที่สำคัญคือขอให้ผู้ประกอบการไทยนึกถึงสถานทูตไทยในแต่ละประเทศว่าเป็นแหล่งข้อมูลในการตัดสินใจเบื้องต้น ซึ่งทางสถานทูตยินดีที่จะให้ข้อมูลและการสนับสนุนด้านคำแนะนำต่าง ๆ 
    นายนภดล เทพพิทักษ์ เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ กล่าวเสริมว่า การสัมมนาครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จเกินคาดหมาย โดยได้รับความร่วมมือจากภาครัฐและภาคเอกชนไทยทั้งที่อยู่ในประเทศไทยและที่อยู่ในกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง อาทิ กระทรวงการต่างประเทศ  กระทรวงพาณิชย์  กระทรวงมหาดไทย  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย  สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  สมาคมธนาคารไทย  สภาธุรกิจไทยในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง และสมาคมนักธุรกิจไทยในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง มาร่วมกันระดมความรู้เพื่อหาโมเดลอันเป็นรูปธรรมที่จะสนับสนุนการค้าและการลงทุนของไทยในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งผลที่ได้จากการทำเวิร์กช็อปเป็นเวลาสองวันนั้นมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการนำไปเป็นข้อมูลประกอบการค้าและการลงทุนในประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง และอยากเชิญชวนให้ผู้ประกอบการไทยเข้ามาศึกษาหาข้อมูลและมาทำการค้าการลงทุนเพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจของตนในประเทศเหล่านี้ เพื่อช่วยกันสร้างเศรษฐกิจของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงให้เติบโตไปด้วยกัน
    สำหรับการสัมมนาดังกล่าวนั้น ทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่โดยศูนย์อาเซียนศึกษาเป็นผู้ร่วมรับผิดชอบโครงการและประสานงานโดยตรงกับสภาธุรกิจไทยในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง และเป็นผู้ทำงานด้านวิชาการ โดยเฉพาะการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากการสัมมนาครั้งนี้เพื่อนำไปเผยแพร่ให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณชนต่อไป โดยเฉพาะผู้ประกอบการ นักธุรกิจ นักลงทุนไทยที่กำลังสนใจในการทำการค้าและลงทุนในประเทศกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง 

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
รศ.ดร.นิสิต พันมิตร 
ศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
โทร. 053 943 594 Email: nisitp@gmail.com
Facebook: https://www.facebook.com/asean.cmu/

ติดต่อข้อมูลเพิ่มเติมที่
ศุภาดา ชัยวงษ์ โทร. 093-8940199 Email: jdsuphada@gmail.com

       


 

1.jpg

2.jpg

3.jpg

4.jpg

5.jpg

6.jpg

Share this post


Link to post
Share on other sites

ตอบด้วยสมาชิก Facebook

Create an account or sign in to comment

You need to be a member in order to leave a comment

Create an account

Sign up for a new account in our community. It's easy!

Register a new account

Sign in

Already have an account? Sign in here.

Sign In Now
Sign in to follow this  

×