Jump to content
CM108.com ซีเอ็มร้อยแปดดอทคอม

Search the Community

Showing results for tags 'เด็กฉลาด'.



More search options

  • Search By Tags

    Type tags separated by commas.
  • Search By Author

Content Type


Forums

  • ข่าวสารต่างๆ
    • ข่าวประจำวัน เชียงใหม่-ลำพูน
    • ข่าวกิจกรรม งานอีเว้นท์ต่างๆ
    • ข่าวภาคเหนือ
    • ข่าวทั่วไทย
    • ข่าวประชาสัมพันธ์ทั่วไป
    • ข่าวธุรกิจ
    • ข่าวรับสมัครงาน ประกาศตำแหน่งงานว่าง
    • ข่าวบันเทิง
  • เรื่องทั่วไป
    • เรื่องทั่วไป เรื่องสัพเพเหระ
    • ร้องทุกข์ ร้องเรียน เตือนภัยสังคม
    • เก็บตกโลก Social Network
  • Community
    • ท่องเที่ยว อาหาร-การกิน
    • ชมรมถ่ายรูป ถ่ายภาพ CM108
    • Video Clip มัลติมีเดีย
  • ข่าวทั่วไทย's Topics
  • ข่าวทั่วไทย's Topicsปตท เพื่อใคร กันแน่ ปตทพลังไทยเพื่อไทยหรือขุมทรัพย์ปตทของใคร?

Find results in...

Find results that contain...


Date Created

  • Start

    End


Last Updated

  • Start

    End


Filter by number of...

Joined

  • Start

    End


Group


Found 2 results

  1. รู้ไหมคะ ว่าคุณพ่อ คุณแม่ นั้น สามารถช่วยให้ลูกน้อยกลายป็นเด็กฉลาดได้ เพราะความฉลาดของเด็กไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่กรรมพันธุ์อย่างเดียว แต่มันยังขึ้นกับปัจจัยอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น สภาพแวดล้อม การเลี้ยงดู การดูแลเอาใจใส่ในเรื่องต่าง ๆ การเรียนรู้ การสั่งสอน และอาหารการกิน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยทำให้เด็กฉลาดและมีพัฒนาการที่ดีขึ้นได้ นอกจากนี้ก็ยังมีวิธีที่สามารถช่วยสร้างความฉลาดให้กับเด็ก ๆ ได้อีกด้วย โดยวิธีต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนผ่านการยอมรับทางวิทยาศาสตร์แล้วว่าได้ผลรับที่ดีต่อตัวเด็กจริง ซึ่งจะมีวิธีไหนบ้างนั้นตามมาดูกันเลยค่ะ 10 วิธีที่ผ่านการยอมรับว่าสามารถช่วยให้เด็กฉลาดขึ้นได้ 1. เรียนดนตรี เหตุผลง่าย ๆ คือ ดนตรีทำให้เด็กฉลาดขึ้น งานวิจัยเผยว่าเด็กที่อยู่ในกลุ่มเรียนดนตรีจะมีระดับไอคิวที่เพิ่มขึ้นมากกว่าเด็กที่ไม่ได้เรียนดนตรี แม้ว่าผลที่เกิดขึ้นจะเล็กน้อย แต่เมื่อวัดจากคะแนนสอบต่าง ๆ แล้ว ก็ถือว่ามีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จด้านวิชาการ แถมการฝึกเล่นดนตรียังเป็นประโยชน์ต่อคนทุกวัยด้วย 2. เด็ก “โตแต่ตัว” ไม่มีอยู่จริง เด็กที่เล่นกีฬาจนร่างกายบึกบึน ที่จริงแล้วไม่ใช่เด็กโง่ เพียงแต่สนุกกับการเล่นกีฬามากกว่านั่งอ่านหนังสือ แต่ถ้าจะให้ดี ก็ต้องเก่งทั้งสองอย่าง จริงไหมล่ะ? ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ก็ภูมิใจได้เลย เพราะว่าการออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มความสามารถในการเรียน จากการวิจัยที่ระบุว่าหลังจากออกกำลังกาย เด็กจะจดจำคำศัพท์ใหม่ได้เร็วขึ้นถึง 20% นอกจากนี้ การออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 3 เดือน จะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังสมองส่วนความจำและการเรียนรู้ถึง 30% ด้วย 3. อ่านหนังสือกับลูก ไม่ใช่อ่านให้ลูกฟัง เด็กฉลาดจำเป็นต้องมีทักษะในการอ่าน แต่พ่อแม่จะต้องอ่านหนังสือพร้อมไปกับคุณลูก ไม่ใช่นั่งอ่านให้ลูกฟังโดยที่ลูกไม่ได้มองหนังสือเลย นอกจากนี้ การแบ่งหนังสือกันอ่านยังเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการส่งเสริมความสามารถในการอ่านออกเขียนได้เบื้องต้นให้กับเด็กที่เรียนอ่อนด้วย 4. การอดนอนทำให้เด็กโง่ การสูญเสียเวลานอนเพียง 1 ชม. ก็เท่ากับสูญเสียเวลาการเติบโตทางสติปัญญาและพัฒนาการไปถึง 2 ปี โดยจากข้อมูลสำรวจของ Wahlstrom ในนักเรียนมัธยมปลาย 3,000 คน ในโรด ไอส์แลนด์ เด็กมัธยมปลายที่ได้เกรด A มีเวลานอนเฉลี่ยมากกว่าเด็กที่ได้เกรด B ประมาณ 15 นาที และเด็กเกรด B มีเวลานอนเฉลี่ยมากกว่าเด็กเกรด C ประมาณ 15 นาทีเช่นกัน 5. ไอคิวสำคัญน้อยกว่าวินัยในตนเอง เด็กที่มีวินัยและความตั้งใจจะมีแววประสบความสำเร็จในชีวิตมากกว่าเด็กที่มีไอคิวสูง เพราะเด็กที่มีวินัยจะไม่วอกแวกและใช้เวลาไปกับเรื่องไร้สาระ ทำให้เราสามารถคาดการณ์ประสิทธิภาพด้านวิชาการในอนาคตได้ ในขณะที่ไอคิวทำไม่ได้ ยิ่งกว่านั้น มโนธรรมหรือความรู้สึกรับผิดชอบยังมีความสำคัญต่อเกรดมากกว่าความฉลาด คนที่มีมโนธรรมสูงจะได้เกรดดีกว่าทั้งในโรงเรียนและในระดับมหาวิทยาลัย ประกอบอาชญากรรมน้อยลง มีชีวิตคู่ที่ยืนยาว อายุยืน ไม่ใช่แค่ไม่ดื่มเหล้าหรือสูบบุหรี่ แต่ยังมีแนวโน้มที่จะป่วยด้วยโรคเส้นเลือดในสมองแตกน้อยลง ความดันเลือดต่ำ และมีโอกาสเป็นอัลไซเมอร์น้อยลงด้วย 6. การเรียนรู้เป็นกระบวนการที่ต้องลงมือทำอย่างต่อเนื่อง สมองของคนเราจะพัฒนาได้โดยการลงมือทำสิ่งต่าง ๆ ไม่ใช่แค่การฟัง นี่คือเหตุผลที่การมีทักษะหลายอย่างดีกว่าใช้เวลาไปกับการทำแบบทดสอบ แทนที่จะค่อย ๆ ลงมือทำและซึมซับทักษะเหล่านี้ 7. รับประทานอาหารในเวลาที่ถูกต้อง พ่อแม่ย่อมต้องการให้ลูก ๆ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์อยู่แล้ว แต่รู้หรือไม่ว่า อาหารเสียสุขภาพอย่างคาเฟอีนและน้ำตาล ที่จริงแล้วก็มีประโยชน์เช่นกัน หากให้เด็กรับประทานในเวลาที่เหมาะสม เพราะคาเฟอีนและน้ำตาลจะช่วยกระตุ้นสมอง รักษาความสนใจและการทำงานของกระบวนการจำ และเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการใส่ใจ โดยสามารถให้เด็กรับประทานคาเฟอีนเป็นรงวัลขณะที่เรียนหรือต้องการพักผ่อนได้ 8. เด็กที่มีความสุข = เด็กที่ประสบความสำเร็จ ความสุขเป็นข้อได้เปรียบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นสิ่งที่ชี้วัดประสิทธิภาพของมนุษย์ โดยเฉลี่ยแล้ว คนที่มีความสุขมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จทั้งเรื่องงานและความรักมากกว่าคนที่ไม่มีความสุข แต่ขั้นแรกในการสร้างเด็กที่มีความสุขก็คือ ต้องเป็นพ่อแม่ที่มีความสุขให้ได้ก่อน 9. สิ่งแวดล้อมของเด็ก ๆ ก็สำคัญ โดยทั่วไปแล้ว เด็ก ๆ จะไม่มีนิสัยหรือสติปัญญาเหมือนพ่อแม่ แต่สิ่งที่ส่งผลต่อพฤติกรรมของเด็กจริง ๆ ก็คือสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเพื่อนร่วมห้อง การเรียนในโรงเรียนที่วิชาการเข้มแข็ง แม้ว่าจะมีความกดดัน แต่ในแง่หนึ่งก็จะช่วยให้ลูกมีเพื่อนที่ตั้งใจเรียน โดยจากการวิจัยในนักศึกษาของ Dartmouth College ระบุว่าเมื่อนักศึกษาที่เรียนไม่เก่งได้รูมเมตเป็นเด็กเรียนเก่ง ก็จะมีเกรดเฉลี่ยที่ดีขึ้น เพราะได้ซึมซับพฤติกรรมการเรียนจากรูมเมตนั่นเอง 10. เชื่อมั่นในตัวลูก แค่เชื่อว่าลูกของคุณเก่ง ก็สร้างความเปลี่ยนแปลงได้มากมายแล้ว เนื่องจากเป็นการสร้างกำลังใจและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่เด็ก โดยจากการทดสอบของโรเซนธัลและเลนอร์ จาคอบสัน ที่ให้ครูบอกนักเรียนว่านักเรียนเป็นเด็กฉลาดกว่าที่คิด นักเรียนเหล่านั้นจะทำคะแนนได้ดี ไม่ว่าจะสุ่มหรือไม่ได้สุ่มบอกก็ตาม โดยในช่วงจบการศึกษา เด็กราว 30% มีคะแนนเฉลี่ยไอคิวเพิ่มถึง 22 คะแนน และเกือบทุกคนมีคะแนนเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 10 คะแนน นอกจากการเลี้ยงลูกด้วยการใช้วิธีต่าง ๆ เหล่านี้แล้วอีกหนึ่งสิ่งที่ก็ถือว่ามีความสำคัญกับเด็กไม่น้อยที่จะสามารถช่วยให้เด็กฉลาด ก็คือเรื่องอาหารการกินต่าง ๆ ควรให้ลูกน้อยได้ทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ถูกหลักโภชนาการและครบ 5 หมู่ เพื่อให้ร่างกายและสมองได้นำสารอาหารต่าง ๆ เหล่านั้นไปใช้ได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้มีพัฒนาการที่ดีและมีร่างกายที่แข็งแรงนั่นเองค่ะ #เด็กฉลาด
  2. เด็กเป็นวัยที่มีการเจริญเติบโตในทุก ๆ ด้านที่ไวมาก เพราะฉะนั้นถ้าอยากมีลูกเป็นเด็กฉลาดก็ควรที่จะต้องให้เขาได้รับสิ่งต่าง ๆ รอบตัวที่ดีที่สุด ทั้งการอบรม สั่งสอย เลี้ยงดู ละการดูแลเอาใจใส่ในเรื่องต่าง ๆ ที่สามารถช่วยส่งผลให้เด็กนั้นฉลาดขึ้นได้ ซึ่งในตัวเด็กแต่ละคนจะมี ไอคิว และอีคิว ที่ไม่เท่ากัน ดังนั้นต้องสังเกตพฤติกรรม การกระทำต่าง ๆ ที่มีอยู่ในตัวแล้วช่วยส่งเสริมสิ่งดี ๆ ต่าง ๆ เหล่านั้นให้กับเด็ก ว่าแต่จะมีสาเหตุอะไรบ้างที่จะแสดงออกมาว่าเป็นเด็กฉลาดกว่าเด็กทั่วไปถ้าอยากรู้ตามมาทางนี้เลยค่ะ สัญญาณ นิสัย พฤติกรรม และอื่น ๆ ที่บ่งบอกว่าเป็นเด็กฉลาดกว่าเด็กทั่วไป 1.มีแม่ฉลาดอยู่แล้ว! มีงานวิจัยออกมาว่า “ความฉลาดของลูก มาจากสมองแม่” โดยมหาวิทยาลัย Ulm ในเยอรมันทำงานวิจัยนี้มาในปี 2016 ว่ายีนที่สัมพันธ์กันกับความสามารถในการรับรู้ของเด็ก มาจากโครโมโซมเอ็กซ์ คือโครโมโซมที่มาจากแม่นี่ล่ะ และยังมีงานวิจัยอีกอันทำโดย เมดิคัล รีเสิร์ช คาวน์ซิล เมื่อปี 1994 วัดผลจากเด็ก 12,000 คน พบว่า ไอคิวของแม่เป็นตัวบอกความฉลาดของลูกได้ดีที่สุด 2.มีขนาดศีรษะที่ใหญ่ มีงานวิจัยจากเจอร์นัล Molecular Psychiatry ออกมาบอกว่าเด็กที่เกิดมามีหัวโตกว่าหัวเด็กคนอื่นๆ โดยเฉลี่ย จะเป็นเด็กที่ฉลาดเกินมาตรฐานได้ 3.เริ่มหัดอ่านหนังสือก่อนเด็กคนอื่น การศึกษาของประเทศอังกฤษได้ทำการทดลองจากคู่แฝดทั้งหมด 2,000 คู่ เด็กคนที่เริ่มหัดอ่านหนังสือก่อนจะมีไอคิวสูงกว่าคู่แฝดที่เริ่มทีหลัง นักวิจัยได้กล่าวว่า เหตุผลที่เด็กที่หัดเริ่มอ่านหนังสือก่อนมีไอคิวที่สูงกว่า ก็เพราะว่าการอ่านเป็นส่วนในการช่วยพัฒนาสมองที่สำคัญ ทำให้เด็กที่เริ่มอ่านก่อนฉลาดกว่า แต่นี้ไม่ได้หมายความว่า เพราะเด็กคนนี้ฉลาดก็เลยเริ่มอ่านหนังสือได้เร็ว แต่จริง ๆ ก็คือการเริ่มอ่านหนังสือเร็วช่วยให้เด็กฉลาดนั้นเอง 4. ลูกถนัดซ้าย กลับกลายเป็นว่าที่คุณคูรสมัยก่อน ชอบบังคับให้เด็กที่ถนัดซ้ายฝึกเขียนหนังสือมือขวากลายเป็นเรื่องตรงกันข้ามกับสิ่งที่ควรทำ มีการศึกษาหนึ่งได้แสดงให้เห็นว่า คนที่ถนัดมือซ้ายจะมีความเกี่ยวข้างกับวิธีการคิดแบบอเนกนัย (Divergent Thinking) ซึ่งหมายความว่า คนเหล่านี้สามารถเชื่อมโยงสองสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกันในเชิงที่มีความหมายได้ และนี้ก็เป็นสัญลักษณ์แห่งความฉลาด 5. เป็นเด็กขี้กังวล มันยากที่จะเชื่อว่าความวิตกกังวลเป็นสิ่งที่ดี แต่มันมีหลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่าความวิตกกังวลไม่ใช่สิ่งที่แย่ซะทีเดียว จิตแพทย์นามว่า Jeremy Coplan ได้ทำการศึกเกี่ยวกับโรควิตกกังวลของมนุษย์ และเขาพบว่ายิ่งคนที่มีระดับความกังวลสูงยิ่งมีไอคิวที่สูงตามไปด้วย นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยจาก Interdisciplinary Center Herzliya ที่ประเทศอิสราเอล นักวิจัยพบว่าผู้เข้าร่วมที่มีความวิตกกังวลมากที่สุด เป็นผู้ที่โฟกัสไปที่งานและมีความกระตือรือร้นมากที่สุดเช่นกัน 6. ชอบเล่นดนตรี มีการวิจัยหลายงานที่แสดงให้เห็นว่า ดนตรีเป็นส่วนช่วยในเรื่องการพัฒนาสมองและความฉลาด นอกจากนี้ยังช่วยในเรื่องของการโฟกัสและการควบคุมตัวเองอีกด้วย 7.เป็นเด็กช่างสงสัย โดยนักวิจัยทางด้านจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยในกรุงลอนดอนนั้นพบว่า ผู้ที่มีลักษณะเป็นคนขี้สงสัยมากเป็นพิเศษนั้นเกิดมาจากการที่พวกเขานั้นมีความสนุกที่จะได้ค้นพบสิ่งแปลกใหม่รอบๆ ตัว ซึ่งจากสิ่งนี้นี่เองที่นำไปสู่กระบวนการทางด้านการพัฒนากระบวนการความคิดให้กับคนที่อยู่ในกลุ่มนี้ 8. เป็นเด็กตลก นักวิจัยได้แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างการเป็นคนตลก กับ การเป็นคนฉลาด มุขหรือการล้อเล่นต่าง ๆ ที่ถูกผลิตออกมาจากความคิดอันเฉียบแหลมของคุณ มันไม่ใช่ว่าใคร ๆ นึกจะเป็นคนตลกก็จะเป็นคนตลกได้ แหละทั้งหมดนี้ก็เป็นการส่งสัญญาณเบื้องต้นให้เหล่าคุณพ่อ คุณแม่ ได้สังเกตกันว่าลูกน้อยของคุณนั้นมีแววที่จะเป็นเด็กฉลาดหรือไม่ เพื่อที่จะได้ทำการส่งเสริมในด้านนั้น ๆ ของลูกน้อยให้ดียิ่งขึ้นไปอีก และควรที่จะให้ลูกได้เรียนรู้เกี่ยวกับกับศิลปะ ดนตรี ธรรมชาติ กีฬา ที่เขาชื่นชอบและสนใจ เพื่อเปิดโอกาสในการช่วยให้ค้นพบความเป็นอัจฉริยะที่อยู่ในตัวของเด็กให้ได้ออกมา #เด็กฉลาด
×