Jump to content
CM108.com ซีเอ็มร้อยแปดดอทคอม

junjun

สมาชิกทั่วไป
  • Content Count

    3
  • Joined

  • Last visited

  1. ถ้าจะให้พูดถึงบริษัทยักษ์ใหญ่ที่สามารถทำกำไรได้อย่างมหาศาลและเป็นบริษัทที่เกี่นวข้องการดำเนินชีวิตในประจำวันของประชาชนมากที่สุด หลาย ๆ คนคงจะต้องนึกถึงบริษัทอย่าง ปตท เป็นอย่างแรกแน่นอน ซึ่งมาจากการรวมกิจการพลังงานของรัฐทั้ง 2 องค์กร คือองค์การเชื้อเพลิงและองค์การก๊าซธรรมชาติแห่งประเทศไทย ประกอบธุรกิจก๊าซธรรมชาติและน้ำมันปิโตรเลียมครบวงจร และธุรกิจปิโตรเคมีที่เน้นการใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นหลัก สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน เมื่อเกิดการขึ้นราคาก็จะส่งผลกระทบโดยตรงกับประชาชนหลายอย่างรอบด้าน นอกจากนี้ยังมีข้อมูลที่ถูกบิดเบือนอยู่มากมายในโลกโซเชียล ที่นำพาไปสู่ความเข้าใจผิด โดยเฉพาะกับ บริษัทที่ถูกโยงไปเป็นประเด็นทางการเมือง จนเกิดเป็นคำถามขึ้นมากมายว่า ปตท เพื่อใคร มีใครบ้างที่ถือหุ้นของ ปตท และทำไมโครงสร้างราคาน้ำมันของไทยถึงแตกต่างจากชาติอื่น หรือทำไมราคาน้ำมันไทยแพงกว่ามาเลเซีย และผลประโยชน์ส่วนใหญ่ตกเป็นของประชาชนจริงไหม วันนี้เราจึงอยากจะพาทุกคนมาดูสัดส่วนผู้ถือหุ้นของปตท. กัน ผู้ถือหุ้นใหญ่ ปตท ที่มีสัดส่วนการถือครองมากกว่า 0.5% มีทั้งหมด 9 ผู้ถือหุ้นด้วยกัน กระทรวงการคลัง คือผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 โดยถือหุ้นอยู่สูงถึง 10,000,000,000 หุ้น หรือเทียบเท่ากับ 51.11% ซึ่งถือว่ามีน้ำหนักเกินครึ่งหนึ่งของบริษัท นั่นหมายถึงปตท. ยังมีสภาพเป็นรัฐวิสาหกิจ คือรัฐเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และมีอำนาจควบคุมแทบจะเบ็ดเสร็จ ดังนั้น เรื่องของความมั่นคงของพลังงานชาติ จึงไม่ได้น่ากังวลอย่างมีนัยสำคัญนัก เพราะไม่ว่าอย่างไรอำนาจเกือบทั้งหมดของปตท. ก็มาจากรัฐอยู่ดี นอกจากในแง่ของการควบคุมกิจการ สัดส่วนของความเป็นเจ้าของก็น่าสนใจ เพราะนอกจากผู้ถือหุ้นอันดับ 1 ที่เป็นกระทรวงการคลังแล้ว ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 3 และ 4 ก็คือกองทุนรวมวายุภักษ์หนึ่ง ซึ่งเป็นกองทุนปิดที่ก่อตั้งโดยรัฐเพื่อระดมทุนจากประชาชนในการแปรรูปรัฐวิสาหกิจและส่งเสริมการออม โดยกองทุนรวมวายุภักษ์มีสัดส่วนการถือหุ้นใหญ่เป็นของกระทรวงการคลังอีกเช่นกัน โดยกระทรวงการคลังถือการลงทุนอยู่ในกองทุนรวมดังกล่าวในอัตราส่วน 30% กระทรวงการคลังถือหุ้นปตท. โดยตรง 10,000,000,000 หุ้น กระทรวงการคลังถือหุ้นปตท. โดยอ้อมผ่านกองทุนรวมวายุภักษ์หนึ่ง 105,899,460 หุ้น รวมกระทรวงการคลังหุ้นปตท. 10,105,899,460 หุ้น หรือเทียบเท่ากับ 54.818% ของกิจการ เปรียบเทียบการถือครอง PTT กับประชากรไทย มูลค่ากิจการของปตท. ปี 2560 เท่ากับ 1,256,771.84 ล้านบาท มูลค่ากิจการของปตท. ที่ถือโดยกระทรวงการคลัง ปี 2560 เท่ากับ 688,937.19 ล้านบาท จำนวนประชากรไทย ปี 2560 เท่ากับ 66,188,503 คน มูลค่ากิจการของปตท. ที่ถือโดยประชากรไทย 1 คน เท่ากับ 10,408.71 บาท หรือ 236.5 หุ้นโดยประมาณ หรือเทียบเท่ากับว่าประชากรไทย 1 คนได้รับส่วนแบ่งกำไรจากปตท. ปีละ 1,105.61 บาท โดยประมาณ นอกจากนี้ผู้ถือหุ้นอันดับ 7 คือ สำนักงานประกันสังคม ที่ถืออยู่ 34,707,200 หรือเทียบเท่า 1.22% ของกิจการ โดยสำนักงานประกันสังคมก็คือองค์กรที่บริหารเงินสมทบของลูกจ้างและนายจ้างที่ส่งเงินประกันสังคมเข้ามา เพื่อนำผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุนที่ได้ไปใช้ในการสร้างประโยชน์ให้กับลูกจ้างที่อยู่ในระบบ เช่น ระบบการรักษาพยาบาลที่สนับสนุนโดยประกันสังคม เงินสนับสนุนตอนคลอดบุตร เงินส่งเสียบุตร เงินชดเชยตอนตกงาน ไปจนถึงเงินบำเหน็จบำนาญไว้สำหรับใช้ตอนเกษียณ ข้อมูลเหล่านี้คงช่วยให้หลายคนหายสงสัยเกี่ยวว่า ปตท เพื่อใคร หรือมีไว้เพื่อใครบ้าง คำตอบก็จะเห็นได้ว่าเจ้าของหลักของ ปตท คือคนไทยทุกคน อำนาจการบริหารหลักเป็นของกระทรวงการคลัง ผลประโยชน์หลักที่ได้จากการถือครองหุ้นหลักก็ยังเป็นของกระทรวงการคลังเช่นกัน ดังนั้น การแบน บอยคอต หรือไม่เติมน้ำมันของปตท. สุดท้ายแล้ว ผู้ที่ได้รับผลกระทบสูงสุดก็คือพวกเราคนไทยทุกคนนั่นเอง แต่ถ้าใครอยากทวงคืนหรือยึดเป็นเจ้าของก็สามารถไปซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ได้เลย ตลาดหุ้นเปิดพร้อมให้ซื้อขายอยู่ตลอดเวลา ใช้เงินแค่ 50 กว่าบาทก็ได้ร่วมเป็นบริษัทพลังงานอันดับหนึ่งของชาติแล้ว
  2. เชื่อว่ายังมีคนไทยอีกหลายคนยังคงคิดว่า หุ้น ปตท ทักษิณเป็นเจ้าของซะส่วนใหญ่ เพราะไปฟังพวกแกนนำที่พูดบนขึ้นเวทีม๊อบ ว่าเหตุนี้จึงทำให้น้ำมันมีราคาแพง โดยที่ไม่ได้หาข้อมูลด้านอื่น ๆ มาเพิ่มเติม ซึ่งจริง ๆ แล้ว กระทรวงการคลัง เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ เป็นของคนไทยทุกคนอยู่แล้ว และนักลงทุนรายย่อยทั้งไทยและเทศ ที่คนไทยทุก ๆ คนสามารถจะมีหุ้นได้โดยสามารถซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่ง ประเทศไทยได้ทุกวันทำการ เพราะที่มันแพงก็แค่น้ำมันกลุ่มเบนซินที่เก็บภาษีและกองทุนน้ำมันเพิ่มขึ้น มามากทำให้ราคาแพง และเงินกองทุนน้ำมันก็เอาไปจ่ายชดเชยให้ก๊าซหุงต้มที่นำเข้ามาจากตลาดโลกมา ขายในประเทศถูก ๆ และพวกแก๊สโซฮอล E20, E85 รวมถึงชดเชยภาษีในส่วนของน้ำมันดีเซลที่คนไทยส่วนใหญ่ใช้มากกว่า 50% เพื่อควบคุมราคาไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร ที่จะส่งผลต่อค่าขนส่งสินค้าจนกระทบกับค่าครองชีพของคนไทยทุกคน ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายของภาครัฐ ไม่เกี่ยวกับ ปตท. ซึ่งไม่ว่ารัฐบาลไหนเข้ามาก็ลดราคาน้ำมันกลุ่มเบนซิน แก๊สโซฮอล E10 มากไม่ได้เพราะจะทำให้กองทุนน้ำมันติดลบ เพราะฉะนั้นหากเกิดข่าวลือเกี่ยวกับ หุ้น ปตท ทักษิณเป็นเจ้าของทั้งหมดก็อย่าเพิ่งเชื่อไปเต็ม 100 ควรหาข้อมูลให้ละเอียดรอบคอบก่อนจะไปทำการกะพือข่าวหรือบอกต่อ ๆ กันไป เพราะอาจจะทำให้คนอื่น ๆ เข้าใจผิดไปด้วยค่ะ
  3. กระแสการทวงคืน ปตท มักจะเกิดขึ้นอยู่เสมอ ๆ เมื่อราคาของน้ำมันถูกปรับสูงขึ้น ทำให้เกิดการเปรียบเทียบมากมาย โดยเฉพาะกับประเทศเพื่อนบ้านอย่าง มาเลเซียและพม่า ที่หลายคนสงสัยว่าทำไมจึงมีราคาน้ำมันที่ถูกกว่าประเทศไทย ทั้ง ๆ ที่ทรัพยากรด้านน้ำมันของประเทศไทยก็มีอยู่เยอะ แต่ก่อนอื่นเราควรที่จะต้องรู้ถึงโครงสร้างของราคาน้ำมันในบ้านเราก่อนว่าถูกแบ่งออกยังไงบ้าง ซึ่งถ้าแยกออกมาก็จะแบ่งได้เป็น 3 ส่วน จะมีอะไรบ้างนั้นเรามาดูกันเลยค่ะ ก่อนทวงคืน ปตท ควรรู้ถึงโครงสร้างของราคาน้ำมัน 3 ส่วนดังต่อไปนี้ 1. ราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่ออกจากโรงกลั่น 2. ภาษีและเงินกองทุน ซึ่งประกอบไปด้วย ภาษีสรรพสามิต ภาษีท้องถิ่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม , เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน 3. ค่าการตลาดของโรงกลั่นและผู้ประกอบการปั๊มน้ำมัน ซึ่งในน้ำมัน 1 ลิตรนั้นก็จะประกอบไปด้วยค่าใช้จ่ายหลายอย่างมากมาย โดยสามารถจัดแบ่งเป็นสัดส่วนต่าง ๆ ออกมาได้ดังนี้ ค่าการตลาดหรือค่ากลั่น 5 เปอร์เซ็นต์ ค่าภาษีและกองทุน อย่าง สรรพสามิต เทศบาล กองทุนน้ำมัน กองทุนอนุรักษ์ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ถึง 30-40 เปอร์เซ็นต์ และราคาหน้าโรงกลั่นถึง 60-65 เปอร์เซ็นต์ แหละที่สำคัญประเทศไทยจำเป็นที่จะต้องนำเข้าน้ำมันถึง 85 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งผลิตในประเทศได้เองเพียง 15 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ด้วยเหตุผลต่าง ๆ เหล่านี้จึงทำให้น้ำมันที่ถูกขายออกมาถึงมีราคาแพง เพราะฉะนั้นก่อนที่เราจะทำการประท้วง ทวงคืน ปตท จึงควรที่จะต้องรู้ถึงข้อเท็จจริงเหล่านี้ให้ละเอียดก่อนด้วยนะคะ #ทวงคืน ปตท
×