Jump to content
CM108.com ซีเอ็มร้อยแปดดอทคอม

janet

สมาชิกทั่วไป
  • Content Count

    6
  • Joined

  • Last visited

  1. หากการเข้าสู่ธุรกิจพลังงาน บุกเบิกลงทุนไบโอดีเซลในปี 2549 ยุคที่น้ำมันเชื้อเพลิงยังพุ่งทะยาน เป็นคลื่นลงทุนแรกของ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) ตามมาด้วยคลื่นลงทุนที่ 2 สู่พลังงานสะอาด ทั้งลมและแสงอาทิตย์ ซึ่งมีความยั่งยืน และไม่ส่งผลกระทบถึงสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้น การโดดเข้าสู่ธุรกิจพัฒนาและผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน น่าจะเป็น third wave ยกระดับบริษัทพลังงานบริสุทธิ์ ที่คุ้นเคยในชื่อ EA ไปอีกสเต็ปหนึ่งเลยทีเดียว เนื่องจากแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน คือ ต้นน้ำไปสู่ธุรกิจอื่น ๆ อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานไฟฟ้าสะอาด ไม่ว่าจะเป็นยานยนต์ไฟฟ้า, energy storage ซึ่งล้วนแต่เป็นเทรนด์โลกในอนาคต เดินหน้าแบตเตอรี่ลิเทียมเต็มตัว ที่ผ่านมา EA นำร่องธุรกิจที่ต้องพึ่งพาแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนไปบ้างแล้ว อาทิ สถานีอัดประจุไฟฟ้า (หัวชาร์จ) สำหรับรถยนต์ EV ไฟฟ้า ภายใต้เครื่องหมายการค้า EA Anywhere โดยที่ล่าสุด EA จับมือเป็นพาร์ตเนอร์กับเชฟรอน, บริดจสโตน, ซีพี ออลล์ และโรบินสัน ด้วยเป้าหมายสถานีชาร์จ 1,000 แห่งในปีนี้ ในขณะที่รถยนต์ EV ภายใต้ชื่อ Mine Mobility ซึ่งมียอดจับจองช่วงเปิดตัวในงานมอเตอร์โชว์ที่ผ่านมาถึง 4,558 คัน บวกเข้ากับเรือไฟฟ้ารับส่งผู้โดยสารในแม่น้ำเจ้าพระยาที่เพิ่งเปิดตัวไป ทั้งรถ EV และเรือไฟฟ้าที่กำลังเกิดขึ้น EA เคลมด้วยว่า ออกแบบและพัฒนาโดยฝีมือคนไทย รวมถึงมีโอกาสที่ Mine Mobility จะเป็นรถ EV ที่ทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินการในเมืองไทยทั้ง 100% อย่างไรก็ตาม การก้าวสู่เป้าหมายดังกล่าว คือ เหตุผลสำคัญทำให้ EA แสวงหาเทคโนโลยีและโนว์ฮาวการผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน และมีบทสรุปที่การเข้าไปซื้อหุ้นของบริษัท Amita Technologies ผู้นำในธุรกิจแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนโพลิเมอร์ ไต้หวัน ตั้งแต่เมื่อปลายปี 2559 ขุมทรัพย์โนว์ฮาว-พลังใต้ปีก สมโภชน์ อาหุนัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) บอกว่า EA รู้มาตลอดตั้งแต่ครั้งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯว่า จำเป็นต้องเตรียมตัวให้พร้อมกับอนาคต จากจุดเริ่มต้นในไบโอดีเซล ตามด้วยพลังงานลมและแสงแดด เชื่อว่า energy storage ต้องมาแน่ ๆ หลังจากพยายามเสาะหาพาร์ตเนอร์ที่มีความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีนี้จริง ๆ จึงมีบทสรุปที่บริษัท Amita และเริ่มเข้าไปซื้อหุ้นจากผู้ลงทุนรายเดิม จนปัจจุบันมีสัดส่วนหุ้นมากกว่า 70% สมโภชน์บอกกับผู้สื่อข่าวจากประเทศไทยที่ร่วมขบวนเยี่ยมชมเทคโนโลยีของ Amita ถึงไต้หวันว่า “ช่วงนั้นผมศึกษาว่าแบตเตอรี่ในโลกมีกี่ชนิด เดินทางไปดูงานตามที่ต่าง ๆ สุดท้ายคิดว่าต้องเป็นลิเทียม ซึ่งผมต้องมา นั่งดูต่อว่าลิเทียมมีกี่เทคโนโลยี มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร ตระเวนคุยกับคนที่มีความรู้ ไปดูโรงงานที่ต่าง ๆ จนมาเจอ Amita” ถามว่าทำไมต้องเป็นบริษัทนี้ “สิ่งที่เราพบคือ Amita เป็นตัวจริงในอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ เป็นนักคิด นักพัฒนา ตัวผู้ก่อตั้งคือ ดร.จิม เฉิง เชี่ยวชาญด้านนี้จริง ๆ ได้รับรางวัลระดับโลกมาแล้ว มีศักยภาพระดับออกแบบเครื่องจักรการผลิตได้ แต่มีจุดอ่อนด้านการตลาด ทำให้ผลประกอบการออกมาไม่ดีนัก ซึ่ง EA สามารถเติมเต็มในสิ่งเหล่านี้ได้” สยายปีก R&D การเข้าไปเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท Amita ทำให้ EA ได้รับการสนับสนุนจาก Industrial Technology Research (ITRI) ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยและพัฒนาของไต้หวัน ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับโลกในเรื่องของการคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีชั้นสูง มีผลงานมากมายที่นำไปยกระดับอุตสาหกรรมต่าง ๆ ของไต้หวันและของโลก ก่อให้เกิดสตาร์ตอัพถึง 143 ราย “โปรไฟล์ของ ITRI เป็นศูนย์รวมนักคิดนักพัฒนาระดับด็อกเตอร์ถึง 1,434 คน ระดับผู้เชี่ยวชาญ 3,685 คน มีผลงานสิทธิบัตรมหาศาลถึง 28,045 ใบ” สิ่งสำคัญในอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ลิเทียมไออนก็คือประสิทธิภาพ และความปลอดภัยในการใช้งาน ตัวแบตเตอรี่ที่ Amita และ ITRI คิดและผลิตขึ้นจะมีเทคนิคการขึ้นรูปแบบซิกแซ็ก แยกขั้วบวก-ลบ ง่ายต่อการรีไซเคิล สามารถชาร์จไฟเข้า-ออกได้ถึง 10,000 ครั้ง ทำให้อายุการใช้งานนานถึง 10 ปี นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีที่ชื่อ Stoba ป้องกันปัญหาแบตเตอรี่ลัดวงจร ช่วยให้การใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าปลอดภัย Amita ให้ข้อมูลกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สาร Stoba ที่ ITRI และ Amita พัฒนาขึ้น ทำหน้าที่เป็นเหมือนฉนวน ป้องกันไม่ให้แบตเตอรี่ลุกไหม้จากความร้อนที่พุ่งสูง หรือระเบิดจากการลัดวงจร ที่สำคัญในลิขสิทธิ์ในตัว Stoba ทำให้ EA ได้รับกรรมสิทธิ์ไปด้วยในตัว แน่นอนว่าทั้ง Amita และ ITRI จะเป็นขุมกำลังสำคัญ รวมทั้งโนว์ฮาวความรู้ต่าง ๆ ที่จะเข้าไปสนับสนุนแผนการลงทุนของ EA ในโรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน ในนิคมอุตสาหกรรมบลูเทค ซิตี้ ฉะเชิงเทรา “การลงทุนโรงงานแบตเตอรี่ที่เกิดขึ้นจะใช้เครื่องจักรทันสมัยที่สุด มีกำลังการผลิตในเฟสแรก 1 กิกะวัตต์ต่อชั่วโมง(GWh) ด้วยเงินลงทุน 5,000 ล้านบาทและขยายการลงทุนในเฟสที่ 2 อีก 49 กิกะวัตต์ (GWh) ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ใช้เงินลงทุนมากกว่าแสนล้านบาท” Energy Storage ใกล้แค่เอื้อม แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนจะเอื้อให้เกิดประโยชน์ทางธุรกิจอย่างไรในอนาคต ในเบื้องต้นตัวรถยนต์ EV ภายใต้ชื่อ Mine Mobility รวมถึงเรือไฟฟ้า น่าจะเป็นโปรดักต์ที่มีบทบาทในวงกว้าง รวมถึงโอกาสในการเป็นผู้ซัพพลายแบตเตอรี่ให้กับผู้ผลิตในอุตสาหกรรมต่าง ๆ อีกบทบาทหนึ่ง EA น่าจะนำแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนที่ผลิตได้ มุ่งไปที่การบริหารจัดการต้นทุนกับพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแสงอาทิตย์ และพลังงานลมด้วยการพัฒนาเป็นระบบกักเก็บพลังงาน (energy storage) ช่วยให้ไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานหมุนเวียนมีเสถียรภาพมาก ขึ้นขึ้นชื่อว่าธรรมชาติเป็นเรื่องยากต่อการคาดเดา บางวันแดดแรง บางวันไม่มีแดด เช่นเดียวกับพลังงานลม ทำให้ปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้ไม่แน่นอน มากบ้าง น้อยบ้าง ซึ่งจุดนี้ถ้ามีตัวกักเก็บพลังงานไฟฟ้าเข้ามา เวลาผลิตได้มากส่งเข้าไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่ และปล่อยออกสู่ระบบในช่วงที่ผลิตได้น้อย พุ่งเป้า Regional Market EA มองยุทธศาสตร์การลงทุนในอนาคต energy storage จะมีบทบาทให้ไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานหมุนเวียนเสถียร และต้นทุนที่จะผลิตต่อหน่วยจะใกล้เคียงกับโรงไฟฟ้าประเภทก๊าซ หรือถ่านหิน ในอนาคตโรงไฟฟ้าซึ่งมีมลพิษจะลดบทบาทลง โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนจะสามารถเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ด้วยต้นทุนที่ไม่แตกต่างหรืออาจจะดีกว่าด้วยซ้ำไปในอนาคต ทำนองเดียวกัน ด้วยหลักการ on peak และ off peak การใช้พลังงานไฟฟ้าในแต่ละช่วงเวลาที่ไม่เท่ากัน แต่การจ่ายกระแสไฟต้องสม่ำเสมอตลอดเวลา สามารถนำ energy storage ที่ว่านี้ไปใช้กับระบบการผลิตไฟฟ้าแบบ decentralized power system ลดการลงทุนในระบบสายส่งขนาดใหญ่ ลดการสูญเสียพลังงาน และมีความคล่องตัว เป็นไปได้ว่าในอนาคตอันใกล้นี้ มีโอกาสที่ EA จะขยายระบบการผลิตไฟฟ้าที่ว่านี้ไปสู่ภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจ ตลอดจนผู้ใช้ไฟฟ้าระดับครัวเรือน รวมทั้งอาจขยายไปถึงประเทศเพื่อนบ้าน “ตลาดของแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนไม่ได้จำกัดอยู่แค่เมืองไทย จะเป็น regionalmarket และไม่ใช่สินค้าที่ผลิตเพื่อส่งออกไปไกล ๆ เพราะมีต้นทุนขนส่งเข้ามาเกี่ยวข้อง ถ้าเราทำสิ่งนี้ขึ้นมาในเมืองไทยได้นี่จะเป็นโอกาสของเรา” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวทิ้งท้าย https://www.prachachat.net/economy/news-347049
  2. 4 ภาคธุรกิจแนะปรับตัว ฝ่ากระแสดิสรัปชั่น เศรษฐกิจผันผวน EA ออกแพลทฟอร์ม Gideon รองรับการซื้อขายพลังงานพ่วง block chain และ big data พัฒนาเทคโนโลยีต่อยอดธุรกิจ ด้าน ANAN - CHO เล็งพัฒนาธุรกิจสู่ Smart City ส่วนหัวเว่ยเปิดโลก 5G    - นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 12 ปี ที่บริษัทดำเนินธุรกิจด้านพลังงานหมุนเวียน ต้องรับมือกับความท้าทายรอบด้าน โดยเฉพาะการที่บริษัทผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแหล่งธรรมชาติ ยิ่งต้องเผชิญกับความไม่แน่นอน จึงได้เริ่มศึกษาและเตรียมการมากว่า 5 ปี เพื่อจะนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยสร้างการเติบโตของธุรกิจต่อยอดจากธุรกิจเดิมได้อย่างมั่นคงและตอบโจทย์เรื่องคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมทั้งรักษาสิ่งแวดล้อมไว้ได้ควบคู่กัน    - บริษัทจึงได้ลงทุนในธุรกิจแบตเตอรี่หรือระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้าซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้เราก้าวไปยังยุคของพลังงานแห่งอนาคต ทั้งด้านการช่วยเก็บสำรองไฟฟ้าได้อย่างมั่นใจ การบริหารจัดการระบบการผลิตและการจำหน่ายพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพทั้งช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง (peak) และต่ำ (off-peak) รองรับการเชื่อมโยงความต้องการของผู้ผลิต ผู้ใช้ และผู้ให้บริการสายส่งเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เปลี่ยนจากระบบรวมศูนย์ (Centralize System) ไปเป็นระบบกระจายตัว (Decentralize System)    - ล่าสุด EA ได้สร้างแพลทฟอร์มจากเทคโนโลยีของ EA เอง ภายใต้ชื่อ Gideon (กีเดียน) เพื่อรองรับการซื้อขายพลังงาน โดยจะเป็น Multi-dimensional platform ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อช่วยทั้งผู้ผลิตพลังงาน ผู้บริโภค ผู้บริหารสายส่ง คนกำกับดูแล ให้ลดการใช้พลังงาน โดยลูกค้าสามารถซื้อพลังงานจากผู้ผลิตได้โดยตรง ผ่าน Transmission Line หรือผ่านทาง enhanced single buyer เมื่อผนวกเข้ากับเทคโนโลยี block chain และ big data เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและสามารถจัดการข้อมูลมหาศาลได้อย่างทรงประสิทธิภาพแล้ว Gideon จะสามารถขยายขอบข่ายของระบบการจัดการและควบคุมพลังงานได้กว้างไกลไปจนถึงระดับอาเซียนได้ในระยะอันใกล้ ในการนี้ โดยคาดว่าจะสามารถนำ Gideon มาเริ่มให้บริการได้อย่างเต็มรูปแบบภายในต้นปี 2563 นี้    - นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN กล่าวว่า แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจยังคงมีความผันผวน แต่ปัจจุบัน GDP ของไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง รายได้ครัวเรือนของไทยยังอยู่ในเกณฑ์ดี หนี้สาธารณะอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับอเมริกา เชื่อว่าในอนาคตเศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มขยายตัวในเกณฑ์ที่ดี    - อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจมีความผันผวน บริษัทได้เตรียมความพร้อมและความยืดหยุ่นในการปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ต่างๆได้อย่างเหมาะสม สามารถขับเคลื่อนองค์กรสู่ความสำเร็จแบบแข็งแกร่ง    - พร้อมพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ มาปรับใช้ในโครงการเพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเมืองให้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพบนทำเลศักยภาพสูงติดรถไฟฟ้า ซึ่งยังมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องจาก 80 สู่ 300 สถานี สามารถตอบสนองความต้องการของคนเมืองยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบายพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน    - นายวรกาน ลิขิตเดชาศักดิ์ รองหัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีเครือข่ายโทรคมนาคม บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี 5G หัวเว่ยเป็นผู้จัดจำหน่ายรายแรกที่ได้นำระบบเครือข่าย 5G แบบครบวงจรเข้ามาในประเทศไทย และพร้อมสนับสนุนภาครัฐและภาคเอกชนในการพัฒนาเทคโนโลยี 5G เพื่อช่วยเร่งการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวรุดหน้าตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น    - ทั้งนี้ เทคโนโลยี 5G มีศักยภาพที่โดดเด่นหลายประการ ทั้งในเรื่องของความเร็วที่สูงกว่า 4G ถึงกว่า 10 เท่า ความหน่วงต่ำ ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการใช้บริการใหม่ เช่น Telemedicine, รถไร้คนขับ หรือการใช้งานติดต่อสื่อสารในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือสำคัญๆ เช่น การแพทย์ทางไกล และการผ่าตัดทางไกล, การบังคับควบคุมโดรนหรือยานพาหนะต่างๆ และด้าน Enhanced mobile broadband ที่จะทำให้เกิดการใช้งานและบริการใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอีกมาก เช่น 4K, VDO on demand, VR/AR, Game online    “เทคโนโลยี 5G เป็นมาตรฐานระบบเซลลูลาร์ครั้งแรกที่มีการวางมาตรฐานการใช้งานรองรับ IoT และการสื่อสารแบบ Machine-to-machine รวมถึงจะเป็นโครงสร้างดิจิทัลพื้นฐานที่สำคัญสำหรับการเชื่อมต่อของเทคโนโลยีหลักๆ และการบริการใหม่ ๆ ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็น IoT, Cloud, AI ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นเสาหลักสำคัญในการสร้าง Digital Transformation ทั้งในระดับองค์กรและระดับประเทศ”    - นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน)หรือ CHO กล่าวว่า กระแสดิสรัปชั่นคุกคามทั่วทุกด้านทั้ง บริษัท องค์กร หรือ แม้แต่ประเทศไทยก็หลีกหนีไม่พ้น การปรับตัวให้ทันโลกตลอดเวลาจึงเป็นสิ่งสำคัญ ทุกภาคส่วนที่มีความเกี่ยวข้องจำเป็นต้องปรับเปลี่ยน ส่งผลให้ปัจจุบันอาจมีความเป็นอยู่ยากขึ้น แต่ก็เป็นจุดเปลี่ยนใหญ่ที่ทำให้ประเทศไทย เข้าสู่ภาวะปกติอย่างมีประสิทธิภาพ และไปสู่จุดที่ดีกว่าเดิม    - การพัฒนาเมืองในรูปแบบ smart city จึงเป็นปฏิบัติการดิจิตอลและโซเชียลทรานฟอร์เมชั่นไปพร้อมกัน เพื่อต่อสู้กับกระแสดิสรับชั่นนั้น โดยมีขอนแก่นโมเดลเป็นเมืองนำร่อง ครอบคลุมทั้งการพัฒนามนุษย์ เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม การปกครอง ความเป็นอยู่ และระบบขนส่ง ประกอบกับหลักการพื้นฐานด้านความยั่งยืน ซึ่งเรามีความจำเป็นที่จะต้องเร่งเรียนรู้ทั้งด้านเทคโนโลยีและความร่วมมือของทุกภาคส่วนในสังคมไทย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต สภาพแวดล้อม และความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น https://www.efinancethai.com/LastestNews/LatestNewsMain.aspx?release=y&ref=M&id=SnR2RnFKUFRVNEU9
  3. นายอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) (EA) เปิดเผยถึงความพร้อมของบริษัทหลังจากประกาศรับจองรถยนต์ไฟฟ้า ยี่ห้อ ไมด์ รุ่น สปา1 ไปเมื่องานมอเตอร์โชว์ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการเร่งดำเนินการพัฒนา เพื่อผลิตและตอบสนองความต้องการของลูกค้า ตามแผนงานบริษัทจะทยอยส่งมอบในปี 2563 ซึ่งมียอดจองเข้ามากว่า 4,500 คัน “เราลงทุนมูลค่า 200 ล้านบาท เพื่อขึ้นไลน์ประกอบรถยนต์ ไมด์ สปาวัน ที่โรงงานชั่วคราวย่านนิคมอุตสาหกรรมบ้านโพธิ์ ซึ่งตอนนี้ได้ลงทุนอีก 1,000 ล้านบาทเพื่อยกระดับโรงงานซึ่งจะมีกำลังผลิต 10,000 คันต่อปี” ล่าสุด บริษัทได้จับมือพันธมิตรทางธุรกิจ 4 ราย เพื่อติดตั้งสถานีอัดประจุ และชาร์จไฟฟ้าให้กับรถยนต์ของ EA Anywhere กับ บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด, บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน), บริษัท บริดจสโตน เอ.ซี.ที (ประเทศไทย), และ บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) ติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าในพื้นที่การให้บริการและการดำเนินธุรกิจของพันธมิตรในครั้งนี้ทั่วประเทศ เพื่อรองรับยานยนต์ไฟฟ้าปลั๊ก-อินไฮบริด (PHEV) และ ยานยนต์ไฟฟ้าพลังงานแบตเตอรี่ (BEV) จึงเชื่อมั่นว่า เป้าหมายการเปิดให้บริการทั้งสิ้น 1,000 สถานี จะบรรลุได้ภายในปีนี้ จากปัจจุบันที่มีอยู่กว่า 400 แห่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ “เราจะเน้นขยายสาขาเพื่อรองรับรูปแบบการใช้ชีวิตที่มีความหลากหลายมากขึ้น ผู้ใช้บริการสามารถเข้ารับบริการได้ตามไลฟ์สไตล์ของตัวเองอย่างครบวงจร อาทิเช่น สถานีบริการน้ำมัน, ศูนย์บริการด้านยานยนต์, ร้านสะดวกซื้อ, ศูนย์การค้า และร้านอาหารต่าง ๆ เป็นต้น” สำหรับความร่วมมือครั้งนี้เบื้องต้นคาดว่าจะมีสถานีอัดประจุไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 100 แห่งในเบื้องต้น แบ่งเป็น เซเว่น-อีเลฟเว่น 20 แห่ง โรบินสัน 23 แห่ง สถานีบริการคาลเท็กซ์ 30แห่ง และ ศูนย์บริการ แอค อีก 20 แห่ง ที่จะเปิดให้บริการภายในปีนี้ https://www.prachachat.net/motoring/news-347455
  4. “เราชินที่จะดึงคนนอก ต่างชาติ เข้ามาลงทุนในเมืองไทย พอเขาเอาเงินเข้ามาเศรษฐกิจเราก็โต วิธีการนี้สมัยก่อนทำได้ เมื่อ 20-30 ปีที่แล้ว ตอนที่เราเป็นนิกส์ (NICS) เพราะประชากรที่เป็นแรงงานเราเยอะ ค่าแรงเราถูก เรามีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ ตลาดในประเทศก็โต ต่างชาติจึงอยากมาลงทุนในบ้านเราก็เพราะลงทุนในไทยได้หลายเด้ง ได้ทั้งสิทธิพิเศษ ขายในไทยก็ได้ ต้นทุนถูก ส่งออกก็ง่าย แต่เราลืมไปว่าเราไม่สามารถสร้างแบรนด์สร้างสินค้าของเราได้เองเลย ไม่เหมือนจีน ที่พอมีต่างชาติมาลงทุนสักพัก เขาก็สามารถผลิตของเขาได้เอง แต่คนไทยกลับถามตัวเองว่าเราจะทำได้เหรอ เรากำลังติดกับดักรายได้ปานกลาง (Middle Income Trap)” ผมได้ไปอ่านบทความเกี่ยวกับการลงทุนของบริษัทพลังงานบริสุทธิ์ หรือ EA ที่เป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่ โรงไฟฟ้าพลังงานลม พลังงานแสงแดด สถานีชาร์จไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า รถยนต์ MINE และในอนาคตก็กำลังจะมีเรือไฟฟ้า เพื่อทดลองการวิ่งในคลองแสนแสบ (ถ้าจำไม่ผิดนะฮะ) ซึ่งตอนนี้ทางคุณสมโภชน์ ภาหุนัย เขาก็ได้มีการซื้อหุ้นโรงงานผลิตแบตเตอรี่ โดยมีการลงทุนใน Amita ภายใต้การสนับสนุนด้านงานวิจัยและพัฒนาจาก สถาบันวิจัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม หรือ ITRI (Industrial Technology Research Institure) สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีชั้นนำของไต้หวันที่มีชื่อเสียงโด่งดังในระดับนานาชาติ ซึ่งผมมองแล้วว่า EA นี่น่าจะเป็นความหวังของหมู่บ้านในด้านของนวัตกรรมพลังงาน เป็นบริษัทคนไทยที่น่าจะทำให้ประเทศเราได้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า รวมไปถึงนวัตกรรมต่างๆ ในอนาคต ได้ ผมจะคอยติดตามบริษัทพลังงานบริสุทธิ์ต่อไปครับ ว่าในอนาคตเขาจะเติบโตได้มากน้อยเพียงไหน ส่งท้ายนี้ ขอแนบรูปรถยนต์ MINE ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่องานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่แล้วแล้วกันนะครับ เนื้อหาโดย: PotatoHead https://board.postjung.com/1154841
  5. ในอีกไม่ช้า เราจะได้นั่ง “เรือไฟฟ้า” บริการใหม่แห่งลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยากันแล้วค่ะ!! ซึ่งเจ้า “เรือไฟฟ้า” ที่ว่านี้ดำเนินการโดย EA หรือ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) เจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า ของคนไทย 100% ใช้ชื่อยี่ห้อว่า MINE Mobility ที่เปิดตัวไปเมื่อปลายเดือนมีนาคม 2561 ที่ผ่านมานั่นเอง “เรือไฟฟ้า” ของ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) กลายเป็นข่าวครึกโครมที่หลายคนให้ความสนใจ เพราะตอนนี้ประเทศเรากำลังประสบปัญหาสภาวะฝุ่น PM2.5 ที่ไม่มีแนวโน้มว่าจะยอมหายไปง่าย ๆ เลย!! เมื่อมีข่าวออกมาว่าจะมีการเปิดให้บริการ “เรือไฟฟ้า” รับ-ส่งผู้โดยสาร ลำแรกของไทย!! โดยให้บริการจาก ท่าน้ำนนทบุรี – ไปท่าน้ำวัดราชสิงขร ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณไม่เกิน 1 ชั่วโมง ที่สำคัญคือ ”ไม่มีเสียงออกมาเป็นมลภาวะ” และระบบไฟฟ้าจะไม่มีฝุ่นละเอียด PM2.5 ออกมาให้เราแสบจมูกกันแน่นอน!! จึงทำให้หลายคนให้ความสนใจกับข่าวนี้กันค่อนข้างมากเลย ดูบันทึกไลฟ์สด จากเพจ “Beartai : แบไต๋” ได้เลยจ้าาา!! “หนุ่ย พงศ์สุข” พร้อมด้วยพิธีกร beartai 12+ อย่างสาวสวย ลูกแก้ว ศรีกานต์ รับหน้าที่เป็นพิธีกร พาไปงานเปิดตัว “เรือไฟฟ้า” ของ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) และได้สรุปข้อมูลให้พวกเราชาวแบไต๋ได้คุยกันต่อดังนี้ค่ะ… เรือจะมีทั้งหมด 54 ลำ ออกให้บริการทันภายในสิ้นปีนี้ พร้อมเงินลงทุนในกรอบ 1,000 ล้านบาท “เรือไฟฟ้า” จะวิ่งให้บริการจาก ท่าน้ำนนทบุรี – ไปท่าน้ำวัดราชสิงขร (ข้างเอเชียทีคฯ) ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร ”โดยไม่มีเสียงออกมาเป็นมลภาวะ” และแน่นอนว่าระบบไฟฟ้าไม่มี PM2.5 ออกมาให้แสบจมูก! เรือวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าด้วยความเร็ว 20กิโลเมตร : ชั่วโมง (แต่วิ่งแบบตัดเมืองตามลำน้ำ ถือว่าการใช้เวลา 1 ชั่วโมง จากเมืองนนท์มาถึงเจริญกรุงชั้นใน ก็ถือว่าไม่ทำให้เมื่อยกันจนเกินไป) ที่นั่งของ “เรือไฟฟ้า” จัดทำไว้ 200 ที่นั่ง และยืนได้อีก พร้อม “ติดแอร์” เพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสารด้วย (ที่เน้นว่าติดแอร์ เพราะเรือด่วนเจ้าพระยาตอนนี้ไม่มีแอร์นะคะ) เน้นการออกแบบที่คำนึงถึงความปลอดภัย และให้ความมั่นใจแก่ผู้โดยสารเป็นหลัก โดย “เรือไฟฟ้า” จะมีความโคลงเคลงน้อย ก่อให้เกิดคลื่นน้อยลง โดยมีโครงเรือที่แข็งแรง ป้องกันน้ำกระเด็นใส่ได้แน่นอนค่ะ ราคาของผู้โดยสารนั้น นายอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวไว้เองเลยว่า…จะไม่สูงไปกว่าราคาเรือทั่วไปในท้องตลาด เพราะไฟฟ้าที่ใช้ก็ทำให้ประหยัดต้นทุนเดินทางไปได้มากแล้ว ดังนั้นจึงเอามาคืนให้ประชาชน ในแง่ของคุณภาพชีวิตดีกว่า บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) ลงทุนด้วยงบถึง 1,000 ล้านบาทเพื่อดำเนินการบริการนี้ และได้คุยไปถึง “ครึ่งทาง” แล้วกับทาง “กรมเจ้าท่า” เพื่อรอความพร้อมเปิดบริการได้ทันในสิ้นปีนี้ พร้อมการออกวางจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า ของคนไทย 100% ยี่ห้อของตนเองคือ MINE Mobility ในราคาเริ่มต้นที่ 6 แสนบาท บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) เผยว่า “วิศวกรที่ทำงานทั้งหมดคือคนไทย ที่นำ Know How มาจากการซื้อ Tesla มาแกะเป็นชิ้น ๆ และ Reverse Engineer หรือ ขั้นตอนกระบวนการการค้นหาโครงสร้าง หาฟังก์ชันการทำงานของอุปกรณ์หรือระบบได้ ซึ่งล่าสุด ทาง Elon Musk ได้แจกแบบแปลนให้แล้ว นั่นทำให้การทำงานง่ายขึ้นอีก นายอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) คาดหวังว่า…อยากที่จะเปลี่ยนประเทศนี้ ให้มีพลังงานสะอาดใช้ ในราคาที่เป็นไปได้กับคนไทยมากที่สุดด้วยค่ะ https://www.beartai.com/news/it-thai-news/309552
  6. หลังจากที่บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าของคนไทย 100% ภายใต้ยี่ห้อ MINE Mobility ไปเมื่อปลายเดือนมีนาคม 2561 ได้สร้างความฮือฮาไม่น้อย ในปีนี้ EA ได้เปิดตัวโครงการใหม่ “เรือไฟฟ้า” รายแรกและรายเดียวในเอเชียแทนเรือที่ใช้เครื่องยนต์น้ำมัน ซึ่งจะไม่มีไอเสียหรือเขม่าควัน และเสียงเบามาก ช่วยลดมลพิษจากฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 ได้ นายอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA กล่าวว่า บริษัท พลังงานมหานคร จำกัด บริษัทในเครือ EA ใช้งบประมาณลงทุนโครงการนี้ 1,000 ล้านบาท โดยจะเริ่มเปิดให้บริการในปลายปี 2562 จะนำเรือลอตแรก 20 ลำ มาให้บริการผู้โดยสารในแม่น้ำเจ้าพระยาระยะทาง 20 กม. จากท่าน้ำนนทบุรี ไปท่าน้ำวัดราชสิงขร ซึ่งจะใช้ระยะไม่ถึง 40 นาที จากนั้นจะทยอยเปิดให้บริการจนครบ 54 ลำเดือนกุมภาพันธ์ปี 2563 โดยตัวเรือกว้างขวางขนาดกว้าง 7 เมตร ยาว 24 เมตร สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ 200 คน จุดเด่น คือ การออกแบบที่เน้นเรื่องความปลอดภัย สร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคว่าเรือจะโคลงเคลงน้อย และก่อให้เกิดคลื่นน้อย และยังเน้นความสะดวกสบาย ความสะอาดมากขึ้น สำหรับเทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิต เป็นนวัตกรรมที่ EA คิดค้นขึ้นมา ช่วยประหยัดต้นทุนด้านพลังงาน โดยขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าที่ประจุอยู่ในแบตเตอรี่ขนาด 800 กิโลวัตต์ชั่วโมง เติมพลังงานจากใช้เครื่องชาร์จ “EA Anywhere” และใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่ของกลุ่ม EA ที่อยู่ระหว่างเตรียมสร้างโรงงานแห่งใหม่ ณ จังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมกับชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่ประดิษฐ์คิดค้นโดยคนไทยทั้งหมด ซึ่งเป็นไปตามแนวคิด share value ให้ทุกคนได้มีส่วนช่วยให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ระบบ smart transport อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มธุรกิจด้านพลังงานทางเลือก “EA” ถือเป็นผู้นำในการพัฒนาแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย สำหรับแผนการลงทุนในปี 2562 ต่อเนื่องจากปีนี้ มีกำหนดการก่อสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่เฟสแรกขนาด 1 จิกะวัตต์ แล้วเสร็จและรับรู้รายได้ช่วงปลายปี นอกจากนี้บริษัทมีแผนเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ในช่วงปลายปีนี้ คาดว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มีราคาประมาณคันละไม่เกิน 1 ล้านบาท วางเป้าหมายจะขายให้ได้ประมาณ 4,000 คันในปีแรก credit : https://www.prachachat.net/economy/news-291209
×